อดีตเอกอัครราชทูต Archives - สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย https://th.usembassy.gov/th/category/former-ambassadors-th/ Wed, 17 Sep 2025 00:59:38 +0000 th hourly 1 เฉลิมฉลองประวัติศาสตร์เสรีภาพทางศาสนาร่วมกัน https://th.usembassy.gov/th/celebrating-a-shared-history-of-religious-freedom/ Wed, 30 Sep 2020 09:35:00 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=25189

โพสต์ เฉลิมฉลองประวัติศาสตร์เสรีภาพทางศาสนาร่วมกัน ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
เฉลิมฉลองประวัติศาสตร์เสรีภาพทางศาสนาร่วมกัน

เฉลิมฉลองประวัติศาสตร์เสรีภาพทางศาสนาร่วมกัน
โดย เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ไมเคิล จอร์จ ดีซอมบรี

ในฐานะอเมริกันชนคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ต่างแดนและสร้างครอบครัวในต่างประเทศ ผมมีโอกาสมองเห็นประเทศของผมได้ชัดเจนยิ่งขึ้นและซาบซึ้งในเสรีภาพที่ได้รับการคุ้มครองภายใต้รัฐธรรมนูญของเรา หนึ่งในเสรีภาพที่สำคัญที่สุดเหล่านั้นคือเสรีภาพในการนับถือศาสนา และเฉกเช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกา ประเทศไทยมีธรรมเนียมปฏิบัติมาช้านานในการเคารพเสรีภาพในการนับถือศาสนา ในปีนี้ ไทยเฉลิมฉลองครบรอบ 142 ปีแห่งการประกาศพระบรมราชโองการว่าด้วยเสรีภาพในการนับถือศาสนาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พ.ศ. 2421 ซึ่งระบุว่า “ผู้ใดเห็นว่าศาสนาใดจะถูกต้อง ก็ถือตามชอบใจของผู้นั้น ผิดถูกก็อยู่แก่ผู้ที่ถือศาสนานั้นเอง” แนวคิดที่ทรงพลังนี้ได้ปรากฏในรัฐธรรมนูญทุกฉบับของไทยนับแต่นั้นมา

ด้วยตระหนักถึงเหตุการณ์ทางประวัติศาตร์ที่สำคัญยิ่งนี้ ผมจะเป็นเจ้าภาพจัดงานสัมมนาในวันนี้เพื่อเป็นเวทีให้ผู้นำประมาณ 15 คนจากสถาบันศาสนา หน่วยงานภาครัฐ องค์กรภาคประชาสังคม และมหาวิทยาลัยต่าง ๆ มาร่วมกันสะท้อนมุมมองเกี่ยวกับความเคารพสิทธิในเสรีภาพทางศาสนาและความเชื่อที่ไทยมีมายาวนาน ตลอดจนศึกษาโอกาสและความท้าทายในการยกระดับความปรองดองระหว่างความเชื่อในปัจจุบัน

การประกาศพระบรมราชโองการว่าด้วยเสรีภาพในการนับถือศาสนาเกิดขึ้นไม่นานหลังจากผู้เผยแผ่ศาสนาชาวอเมริกันกลุ่มแรกเดินทางมาถึงไทยในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 เหล่าบุรุษและสตรีผู้มีศรัทธาทางศาสนาอย่างแรงกล้านี้ได้ทำงานร่วมกับพี่น้องชาวไทยเพื่อจัดตั้งสถาบันทางการแพทย์ขึ้นทั่วประเทศ เช่น โรงพยาบาลแมคคอร์มิค ซึ่งเป็นสถานที่ที่สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนกในพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจรักษาผู้ป่วยหลังทรงสำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยการแพทย์ฮาร์วาร์ด คนกลุ่มนี้ยังได้สร้างโรงเรียน เช่น โรงเรียนดาราวิทยาลัย ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงเรียนสตรีแห่งแรก ๆ ทางภาคเหนือของไทย รวมถึงมหาวิทยาลัยพายัพ ซึ่งได้ฝึกอบรมทั้งบุคลากรทางการแพทย์ นักกฎหมาย และนักบวชชาวไทย บุรุษและสตรีเหล่านี้มีศรัทธาที่ต่างกัน หากแต่มารวมตัวกันด้วยความเคารพในเสรีภาพทางศาสนาและเจตนารมณ์อันเป็นหนึ่งเดียวในการช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คน

บรรพบุรุษของคนกลุ่มนี้ยังช่วยทำให้ความมุ่งมั่นในการผดุงไว้ซึ่งเสรีภาพในการนับถือศาสนาของสหรัฐฯ เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา ในคริสต์ศตวรรษที่ 17 ผู้บุกเบิกเดินเรือมาถึงแผ่นดินที่เป็นสหรัฐอเมริกาในปัจจุบัน เพื่อเสาะหาบ้านหลังใหม่ที่พวกเขาจะสามารถนับถือศาสนาหรือความเชื่อตามที่ตนศรัทธาได้ ศรัทธาความเชื่อในตอนต้นของผู้อพยพชาวอเมริกันกลุ่มแรกที่คนในปัจจุบันเรียกกันว่า “ผู้จาริกแสวงบุญ” (Pilgrims) เป็นจุดเริ่มต้นของความเชื่อของเราในเรื่องเสรีภาพทางศาสนา ความเชื่อนี้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและครอบคลุมไม่เฉพาะนิกายต่าง ๆ ของศาสนาคริสต์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงศาสนาอิสลามและศาสนายิวตั้งแต่ช่วงกลางศตวรรษที่ 17 ด้วย นอกจากนี้ นับตั้งแต่การก่อตั้งสาธารณรัฐของเรา ได้มีการบัญญัติให้เสรีภาพในการนับถือศาสนาเป็นหนึ่งในหลักการเบื้องต้นที่สำคัญ ดังเช่นเดียวกับเสรีภาพในการพูด เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ และเสรีภาพในการร้องทุกข์ต่อรัฐบาลเพื่อจัดการเรื่องราวร้องทุกข์

จากการอพยพเข้ามาของคนหลากหลายกลุ่มทั่วโลก สหรัฐฯ ได้ให้การต้อนรับผู้นับถือศาสนาอื่น ๆ อีกมากมาย รวมถึงชาวพุทธซึ่งเดินทางมาถึงสหรัฐฯ ในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1820 โดยมีการสร้างวัดพุทธแห่งแรกที่เมืองซานฟรานซิสโกเมื่อปี 2396

อเมริกันชนยังคงต้อนรับผู้คนจากทุกวัฒนธรรมความเชื่อและพยายามปกป้องทุกศรัทธา เราไม่เพียงแต่ยอมรับศรัทธาของผู้อื่นเท่านั้น แต่ยังต่อต้านบุคคลที่มุ่งร้ายกับผู้อื่นหรือกดขี่ข่มเหงศาสนาด้วยเหตุแห่งความเชื่ออีกด้วย

ปัจจุบันเกิดการโจมตีศาสนาขึ้นทั่วโลก ทั้งการรื้อถอนโบสถ์และมัสยิด รวมถึงการกักขังและบังคับให้ผู้มีศรัทธาสละอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ ธรรมเนียมปฏิบัติทางวัฒนธรรม และศรัทธาทางศาสนา ประชากรมากกว่า 8 ใน 10 คนทั่วโลกอาศัยอยู่ในประเทศที่บางคนไม่สามารถปฏิบัติตามศรัทธาความเชื่อที่ตนต้องการได้ เราจะต้องไม่ยอมจำนนต่อผู้ที่จะมาควบคุมการนับถือศาสนาของเรา

ในวันนี้ สหรัฐฯ พร้อมเดินหน้านำความร่วมมือเพื่อพิทักษ์เสรีภาพในการนับถือศาสนาทั่วโลก เราเชื่อว่า หากประเทศหนึ่งยอมรับว่าเสรีภาพในการนับถือศาสนาเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ก็ย่อมมีความมั่นคงสถาพรและเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น ด้วยการส่งเสริมให้ผู้คนปฏิบัติตามศรัทธาของตน ประเทศอย่างสหรัฐฯ และไทยก็ได้สร้างรากฐานแห่งการยอมรับความแตกต่างและความไว้เนื้อเชื่อใจที่ยังคุณประโยชน์ให้แก่สังคม ที่ซึ่งความร่วมมือระหว่างกลุ่มศรัทธาจะเจริญงอกงามและศาสนากลุ่มต่าง ๆ จะมีส่วนช่วยส่งเสริมสวัสดิการทางสังคมอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งเป็นเสมือนเข็มทิศแห่งคุณธรรมของประเทศชาติ เราจึงต้องร่วมแรงร่วมใจกันปกป้องสิทธิของประชาชนทุกแห่งหนในการนับถือศาสนาของพวกเขาได้อย่างเสรีต่อไป

ผมภาคภูมิใจที่ได้สนับสนุนค่านิยมซึ่งเป็นที่ยึดถือของทั้งชาวอเมริกันและผู้มีศรัทธาจากนานาประเทศทั่วโลก รวมถึงแผ่นดินไทยนี้ ที่ซึ่งท่านทั้งหลายได้เปิดประตูและหัวใจต้อนรับผู้คนจากทุกความเชื่อ

(บทความแสดงความคิดเห็นนี้เผยแพร่ครั้งแรกในเว็บไซต์ สำนักข่าวอิศรา และ ไทยพับลิก้า เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2563)

โพสต์ เฉลิมฉลองประวัติศาสตร์เสรีภาพทางศาสนาร่วมกัน ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย
เสริมสร้างความร่วมมือลุ่มน้ำโขง-สหรัฐฯ https://th.usembassy.gov/th/building-the-mekong-u-s-partnership/ Tue, 15 Sep 2020 09:52:00 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=25215

โพสต์ เสริมสร้างความร่วมมือลุ่มน้ำโขง-สหรัฐฯ ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
เสริมสร้างความร่วมมือลุ่มน้ำโขง-สหรัฐฯ

ผมทำงานในโลกธุรกิจมากว่า 20 ปี จึงเข้าใจดีถึงความสำคัญอย่างยิ่งยวดของการที่คู่ค้าที่ไว้ใจได้มาพบเจอกันเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกัน ไม่ว่าคุณจะกำลังเจรจาข้อตกลงทางธุรกิจที่มีผลประโยชน์สูงหรือกำลังสร้างโครงข่ายไฟฟ้าระดับภูมิภาค ความสำเร็จจะขึ้นอยู่กับความซื่อสัตย์สุจริตของผู้ที่คุณเลือกที่จะทำงานด้วย จากรากฐานความสัมพันธ์กว่า 2 ศตวรรษ สัปดาห์นี้ไทยและสหรัฐอเมริกาได้ก้าวไปอีกขั้นในการทำงานร่วมกันใกล้ชิดกว่าเดิม ซึ่งยกระดับความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและเปี่ยมพลวัตของเรา

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ร่วมกับรองนายกรัฐมนตรีดอน ปรมัตถ์วินัย และเจ้าหน้าที่จากอีก 4 ประเทศในลุ่มน้ำโขงตอนล่าง เปิดตัวความร่วมมือลุ่มน้ำโขง-สหรัฐฯ (Mekong-U.S. Partnership) ครั้งใหม่ โดยต่อยอดจากความร่วมมือหลายทศวรรษ รวมถึงเงินช่วยเหลือ 3,500 ล้านเหรียญสหรัฐที่อเมริกามอบให้ภายใต้ข้อริเริ่มลุ่มน้ำโขงตอนล่าง (LMI) มากว่า 11 ปี ในการยกระดับการดำเนินงานของเราครั้งนี้ สหรัฐฯ จะส่งเสริมการเชื่อมโยงและการพัฒนาในภูมิภาคมากยิ่งขึ้น ด้วยโครงการริเริ่มใหม่ ๆ มูลค่ากว่า 150 ล้านเหรียญสหรัฐ การทำงานร่วมกันภายใต้ความร่วมมือดังกล่าวจะขยายขอบเขตครอบคลุมทุกด้าน ทั้งเศรษฐกิจ ความมั่นคง ธรรมาภิบาล สาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเหมาะสมกับการรับมือปัญหาที่เราเผชิญร่วมกันในภูมิภาค ตั้งแต่ภัยแล้งรุนแรงจนถึงการค้ายาเสพติด

ไทยมีโอกาสดีกว่าประเทศอื่น ๆ ในการเก็บเกี่ยวผลของการยกระดับความร่วมมือนี้ ประเทศของเราทั้งสองได้หล่อเลี้ยงมิตรภาพที่มีความเชื่อใจ โปร่งใส และผลประโยชน์ร่วมกันมากว่า 200 ปี ไทยในฐานะศูนย์กลางการค้าและการลงทุนของภูมิภาค เป็นฝ่ายที่จะได้รับประโยชน์อย่างสูงหากภูมิภาคลุ่มน้ำโขงแข็งแกร่งขึ้นจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและศักยภาพในการรับมือความท้าทายด้านความมั่นคง สาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม สัปดาห์ที่แล้ว เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเรายืนเคียงข้างกันและแสดงถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองฝ่ายในการทำให้เป้าหมายนี้กลายเป็นจริงภายใต้ความร่วมมือใหม่นี้

ประเทศลุ่มน้ำโขงรวมถึงไทย สมควรมีหุ้นส่วนที่ไว้ใจได้อย่างสหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนความมุ่งหวังด้านการพัฒนาของประเทศ การลงทุนจากต่างประเทศควรส่งเสริมโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพสูง อันจะนำมาซึ่งความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจและสร้างงานใหม่ ๆ ตลอดจนใช้ความชำนาญของผู้เชี่ยวชาญในประเทศแทนชาวต่างชาติ และปราศจากการทำสัญญาที่เอารัดเอาเปรียบโดยเด็ดขาด ทั้งนี้ความช่วยเหลือดังกล่าวจะต้องไม่ทำให้เกิดการทุจริต หนี้สินมหาศาล หรือสัมปทานที่ไม่เป็นธรรม ตัวอย่างเช่น หน่วยงานความร่วมมือทางการเงินเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (DFC) ได้ลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้วราว 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และยังจะลงทุนและขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานในลุ่มน้ำโขงด้วยเม็ดเงินอีกหลายพันล้านในอนาคต นอกจากนี้ เครือข่ายการดำเนินงานและความช่วยเหลือด้านโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ (ITAN) ยังจะสร้างเสริมความสามารถของนานาประเทศในภูมิภาคในการดำเนินโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน โปร่งใส และมีคุณภาพสูง ซึ่งอำนวยประโยชน์สูงสุดให้แก่ประชากรในลุ่มน้ำโขงด้วย

ผู้นำของไทยเข้าใจถึงข้อดีข้อเสียเหล่านี้ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ผมได้พูดคุยกับคุณสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่ เกี่ยวกับวิสัยทัศน์ของไทยในการก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางด้านพลังงานของภูมิภาค โดยสหรัฐฯ จะสนับสนุนวิสัยทัศน์นี้ผ่านข้อริเริ่ม Asia EDGE เพื่อขับเคลื่อนการค้าพลังงานในภูมิภาค การเข้าถึงเงินทุน และการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน โครงการริเริ่มเหล่านี้ช่วยให้ไทยมุ่งสู่การพัฒนาที่เอื้อประโยชน์ต่อชาวไทย มิใช่ผู้ฉวยโอกาสต่างชาติหรือเป็นผลประโยชน์จากการบีบบังคับ

มิใช่เพียงสหรัฐฯ เท่านั้นที่มอบความร่วมมือที่ตั้งมั่นในหลักการ มิตรประเทศและหุ้นส่วนอย่างออสเตรเลีย ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี และอินเดียต่างก็มาร่วมกันเพื่อเสริมสร้างความมั่นคง การเติบโตทางเศรษฐกิจ การปกป้องสิ่งแวดล้อม ธรรมาภิบาล และค่านิยมในการร่วมมือกันของภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ตัวอย่างเช่น หุ้นส่วนด้านพลังงานแม่น้ำโขงระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐฯ (JUMPP) สนับสนุนทรัพยากรแก่ประเทศลุ่มน้ำโขงเพื่อขยายการซื้อขายไฟฟ้าระดับภูมิภาค โดยสหรัฐฯ มอบความช่วยเหลือเบื้องต้นจำนวน 29.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายใต้โครงการนี้ ไทย ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างเครือข่ายพลังงานที่เชื่อมโยงและตลาดพลังงานที่มีการแข่งขันกันซึ่งจะปลดล็อกศักยภาพทางเศรษฐกิจของภูมิภาค

ความร่วมมือครั้งใหม่ของเราตระหนักว่าการเอาชนะความท้าทายที่ซับซ้อนในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงจะต้องมีการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ความร่วมมือลุ่มน้ำโขง-สหรัฐฯ จะยังคงปกป้องสุขภาพของแม่น้ำโขงซึ่งหล่อเลี้ยง 60 ล้านชีวิตต่อไป และสหรัฐฯ จะยังคงสนับสนุนคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) และการพัฒนาที่ยั่งยืนของแม่น้ำสายสำคัญนี้ เราสนับสนุนการแบ่งปันข้อมูลน้ำตลอดทั้งปีโดยใช้แพลตฟอร์มที่มีอยู่แล้วของ MRC รวมถึงข้อมูลการปล่อยน้ำจากโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่ต้นน้ำ ในการจัดการแม่น้ำข้ามพรมแดน ความโปร่งใสเป็นสิ่งสำคัญ แม้ว่าแม่น้ำโขงจะหล่อเลี้ยงชีวิต แต่ก็เป็นช่องทางที่องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติใช้ลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมาย และเพื่อช่วยมิตรประเทศในลุ่มน้ำโขงของเราปราบปรามอาชญากรรมข้ามพรมแดนเหล่านี้ สหรัฐฯ จะมอบเงินสนับสนุนจำนวน 55 ล้านเหรียญสหรัฐเพิ่มเติมจากที่ออสเตรเลียกำลังให้และวางแผนจะให้เพื่อช่วยเหลือในการปราบปรามการค้ามนุษย์ ยาเสพติด ทรัพยากรธรรมชาติ และสัตว์ป่า รวมถึงอาชญากรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเมทแอมเฟตามีนที่เพิ่มสูงขึ้น

ในช่วงปีที่ผ่านมา ประเทศของเราทั้งสองได้เห็นว่าเราต้องทำงานร่วมกันเพื่อเอาชนะความท้าทายในยุคสมัยของเรา บางประเทศแสวงประโยชน์ของตนเองจากช่วงเวลาอันไม่แน่นอนนี้ สหรัฐฯ ตระหนักถึงโอกาสในการทำงานร่วมกันเพื่อสร้างภูมิภาคลุ่มน้ำโขงที่แข็งแกร่งและมั่งคั่งยิ่งขึ้น ดังเช่นการบุกเบิกใด ๆ ก็ตาม หากเราจะขับเคลื่อนไปสู่ความสำเร็จในช่วงเวลาที่สถานการณ์โลกต่างจากที่เคยเป็นมานี้ ประเทศของเราทั้งสอง ตลอดจนบรรดาหุ้นส่วนในภูมิภาค จะต้องสร้างข้อตกลงใหม่ ๆ ที่เน้นย้ำถึงมิตรภาพอันยืนนานของเรา และแสดงถึงความมุ่งมั่นของเราต่ออนาคตที่เป็นหนึ่งเดียว

(บทความแสดงความคิดเห็นนี้เผยแพร่ครั้งแรกในเว็บไซต์ ไทยรัฐ เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2563)

โพสต์ เสริมสร้างความร่วมมือลุ่มน้ำโขง-สหรัฐฯ ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย
ปาฐกถาโดยเอกอัครราชทูตไมเคิล จอร์จ ดีซอมบรี ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย https://th.usembassy.gov/th/remarks-by-ambassador-michael-george-desombre-at-mahachulalongkornrajavidyalaya-university/ Fri, 21 Aug 2020 13:53:00 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=25416

โพสต์ ปาฐกถาโดยเอกอัครราชทูตไมเคิล จอร์จ ดีซอมบรี ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
ปาฐกถาโดยเอกอัครราชทูตไมเคิล จอร์จ ดีซอมบรี ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

นมัสการ

กราบขอบพระคุณ พระคุณท่าน ศาสตราจารย์ ดร. พระราชปริยัติกวี  สำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่น และการพาชมสถานศึกษาอันสวยงามแห่งนี้ ตลอดจนการเชิญกระผมมาบรรยายในวันนี้

กราบขอบพระคุณ ท่านรองอธิการบดี พระอาจารย์ ไสว โชติโก และคณะ สำหรับการเตรียมการต่างๆ เพื่อต้อนรับการมาเยือนของกระผม

กระผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นตัวแทนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประจำราชอาณาจักรไทย และได้มากล่าวบรรยายในฐานะผู้แทนของท่านประธานาธิบดีฯ ในหัวข้อเรื่องที่อยู่ในหัวใจของท่านและชาวอเมริกันหลายคน นั่นคือ เสรีภาพในการนับถือศาสนา ในฐานะอเมริกันชนคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ต่างแดนและสร้างครอบครัวในต่างประเทศ กระผมจึงมีโอกาสมองเห็นประเทศของตนได้ชัดเจนยิ่งขึ้นและซาบซึ้งในคุณค่าแห่งเสรีภาพที่เชิดชูอยู่ในรัฐธรรมนูญของเรา หนึ่งในเสรีภาพที่สำคัญที่สุดคือเสรีภาพในการนับถือศาสนา “สภาคองเกรสห้ามออกกฎหมายยกย่องศาสนาใดศาสนาหนึ่งเป็นพิเศษและห้ามจำกัดสิทธิในการนับถือศาสนาของประชาชน” ข้อความนี้ไม่ใช่คำพูดของกระผมเอง หากแต่เป็นคำกล่าวของกลุ่มบิดาผู้ก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกาของเรา ซึ่งเขียนขึ้นเมื่อ พ.ศ.2332 ในรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐฯ แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 1 กลุ่มบิดาผู้ก่อตั้งสหรัฐฯ ได้บัญญัติเสรีภาพในการนับถือศาสนาไว้ในรัฐธรรมนูญของเรา ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักการเบื้องต้นที่สำคัญ เฉกเช่นเดียวกับเสรีภาพในการพูด เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ และเสรีภาพในการร้องทุกข์ต่อรัฐบาลเพื่อจัดการเรื่องร้องทุกข์ ซึ่งเป็นรากฐานของสาธารณรัฐของเรา สหรัฐฯ ได้ยืนหยัดเพื่ออิสรภาพในการนับถือศาสนามานับตั้งแต่ก่อตั้งประเทศหรือแม้กระทั่งก่อนหน้านั้น

ชาวอเมริกันกลุ่มแรกเดินทางมายังโลกใหม่ในช่วงศตวรรษที่ 17 เพื่อแสวงหาเสรีภาพในการนับถือศาสนาหรือความเชื่อตามที่ตนศรัทธา โดยอพยพหนีมาจากทวีปยุโรป ซึ่งในเวลานั้น ตามประวัติศาสตร์ อยู่ภายใต้อิทธิพลของคริสตจักรและศาสนาประจำชาติต่างๆ ศรัทธาความเชื่อในตอนต้นของอเมริกันชนกลุ่มแรกเหล่านี้ ซึ่งปัจจุบันเราเรียกพวกเขาว่า “ผู้จาริกแสวงบุญ” ก่อให้เกิดลักษณะที่สืบทอดต่อๆ กันมาในเรื่องความเชื่อในเสรีภาพของการนับถือศาสนา ความเชื่อนี้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งครอบคลุมไม่เฉพาะนิกายต่างๆ ของศาสนาคริสต์แต่ยังรวมถึงศาสนาอิสลามและศาสนายูดาห์ อีกด้วย นับตั้งแต่ช่วงกลางศตวรรษที่ 17

จากการอพยพเข้ามาของคนกลุ่มต่างๆ จากทั่วโลก สหรัฐฯ ได้ให้การต้อนรับผู้นับถือศาสนาอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งแน่นอนว่ามีชาวพุทธรวมอยู่ด้วย ชาวพุทธเหล่านี้เดินทางมาถึงสหรัฐฯ ในช่วง พ.ศ. 2363 โดยมีการสร้างวัดของศาสนาพุทธขึ้นเป็นครั้งแรกที่เมืองซานฟรานซิสโกเมื่อ พ.ศ. 2396 บรรพบุรุษของกระผมเป็นชาวอูว์เกอโนต์ ซึ่งเป็นกลุ่มชาวโปรเตสแตนต์เพียงส่วนน้อยในประเทศฝรั่งเศสซึ่งเป็นประเทศคาทอลิก บรรพบุรุษของกระผมถูกข่มเหงเพราะเหตุแห่งศรัทธาของพวกเขา พวกเขาจึงตัดสินใจหนีไปเยอรมนีแทนที่จะต้องเปลี่ยนไปนับถือนิกายคาทอลิก  ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ผู้จาริกแสวงบุญกลุ่มแรกเดินทางไปยังอาณานิคมอเมริกา ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 บรรพบุรุษของกระผมได้อพยพไปยังสหรัฐฯ และได้เรียงร้อยเรื่องราวการอพยพของพวกเขาบนผืนผ้าแห่งประวัติศาสตร์อเมริกัน ผู้อพยพใหม่จำนวนมากที่มายังอาณานิคมต่างมุ่งหน้าไปยังโลกใหม่เพื่อก่อตั้งชุมชนความเชื่อต่างๆ ที่เคยถูกกดขี่ในประเทศบ้านเกิดของตน

สี่รัฐแรกของเรา อันได้แก่ รัฐโรดไอแลนด์ รัฐคอนเนตทิคัต รัฐนิวเจอร์ซีย์ และ รัฐเพนซิลเวเนีย จัดตั้งขึ้นเพื่อปกป้องเสรีภาพทางศาสนา เป็นการเฉพาะ บางคนเป็นชาวคาทอลิกที่หนีมาจากรัฐโปรเตสแตนต์ ในขณะที่บางคนเป็นชาวโปรเตสแตนต์ที่หนีมาจากรัฐคาทอลิก แต่ทุกคนต่างเชื่อมั่นในศรัทธาของตนว่าพวกเขาจะสามารถนับถือศาสนาของตนได้อย่างอิสระในดินแดนที่กลายมาเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา ประสบการณ์แห่งอิสรภาพในการนับถือศาสนาในอดีตนี้เป็นแรงสนับสนุนให้บิดาผู้ก่อตั้งสหรัฐฯ ของเราทำให้มั่นใจว่าจะไม่มีการยกย่องศาสนาใดศาสนาหนึ่งเป็นพิเศษเหนือศาสนาอื่น และประชาชนทุกคนมีเสรีภาพในการนับถือศาสนาที่ตนเลือกหรือมีเสรีภาพที่จะไม่ต้องนับถือศาสนาใดๆ ก็ได้เช่นกัน

ทอมัส เจฟเฟอร์สัน ซึ่งเป็นผู้ร่าง “คำประกาศอิสรภาพสหรัฐอเมริกา” และประธานาธิบดีคนที่สามแห่งสหรัฐฯ อาจเป็นผู้ที่ถ่ายทอดความลึกซึ้งละเอียดอ่อนในเรื่องนี้ได้ดีที่สุด โดยเขากล่าวว่า “หัวข้อเรื่องศาสนา….เป็นเรื่องระหว่างมนุษย์และผู้สร้างมนุษย์ ซึ่งไม่ว่าผู้ใดหรือกลุ่มใดย่อมไม่มีสิทธิที่จะเข้ามาแทรกแซงได้” เขายังเสริมอีกว่า “ข้าพเจ้าไม่ได้ถูกพรากสิทธิในการนับถือศาสนาแต่อย่างใด หากเพื่อนบ้านของข้าพเจ้าจะกล่าวว่ามีพระเจ้ายี่สิบองค์ หรือไม่มีพระเจ้าก็ตาม” ทอมัส เพน หนึ่งในเพื่อนร่วมงานของเจฟเฟอร์สัน อธิบายว่าทำไมเรื่องนี้จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเขียนไว้ว่า “เสรีภาพทางจิตวิญญาณเป็นรากฐานของเสรีภาพทางการเมือง…เมื่อเสรีภาพทางจิตวิญญาณและเสรีภาพทางการเมืองเป็นสิ่งคู่กันที่แทบจะแยกออกจากกันไม่ได้…เราจึงมีหน้าที่ที่จะต้องปกป้องเสรีภาพทั้งสองนี้” นับตั้งแต่นั้นมา ชาวอเมริกันได้ให้การต้อนรับผู้คนจากทุกศรัทธาสู่สหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อมาอาศัยและทำงานเคียงข้างกัน และเพื่อนับถือหรือไม่นับถือศาสนาหรือความเชื่อใดๆ ตลอดประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ เราพยายามอยู่เสมอที่จะเจริญรอยตามอุดมคตินี้ เราได้ดำเนินการต่างๆ เพื่อปกป้องทุกศรัทธา และในวันนี้สหรัฐฯ พร้อมเดินหน้านำความร่วมมือเพื่อพิทักษ์เสรีภาพในการนับถือศาสนาทั่วโลก

เราจะยังคงผลักดันเสรีภาพนี้ต่อไป เราเชื่อว่าเสรีภาพนี้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน เราเชื่อว่าหากประเทศใดยอมรับเสรีภาพในการนับถือศาสนา ประเทศนั้นย่อมจะมั่นคงสถาพรยิ่งขึ้นสืบไปด้วยการอนุญาตให้ประชาชนสามารถนับถือศาสนาใดก็ได้ตามความศรัทธาของตน ประเทศอย่างสหรัฐฯ และไทย ได้สร้างรากฐานแห่งการยอมรับความแตกต่างทางศาสนาและปลูกฝังความไว้เนื้อเชื่อใจที่ยังคุณประโยชน์ให้แก่สังคมของพวกเขา ในสังคมดังกล่าว ความร่วมมือระหว่างกลุ่มศรัทธาต่างๆ จะเจริญงอกงามและศาสนากลุ่มต่างๆ จะมีส่วนช่วยส่งเสริมสวัสดิการทางสังคมอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งเป็นเสมือนเข็มทิศแห่งคุณธรรมที่จะช่วยนำทางประเทศชาติต่อไป

ประเทศไทยได้ต้อนรับชาวอเมริกันเป็นครั้งแรกเมื่อกลางศตวรรษที่ 19  เหล่าบุรุษและสตรีผู้มีศรัทธาทางศาสนาอย่างแรงกล้านี้ได้ทำงานร่วมกับพี่น้องชาวไทยเพื่อจัดตั้งสถาบันทางการแพทย์ทั่วประเทศ เช่น โรงพยาบาลแมคคอร์มิค ซึ่งเป็นสถานที่ที่สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล พระบรมราชชนกในพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจรักษาผู้ป่วยหลังจากที่พระองค์ทรงสำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยการแพทย์ฮาร์วาร์ด คนกลุ่มนี้ยังได้สร้างโรงเรียน อย่างเช่น โรงเรียนดาราวิทยาลัย ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงเรียนสตรีแห่งแรกทางภาคเหนือของไทย รวมถึงมหาวิทยาลัยพายัพ ซึ่งได้ให้การฝึกอบรมแก่บุคลากรทางการแพทย์ของไทย นักกฎหมาย และ แม้กระทั่งนักบวช บุรุษและสตรีเหล่านี้ซึ่งมาจากกลุ่มศรัทธาที่แตกต่างกัน ต่างมาอยู่ร่วมกัน ด้วยความเคารพในเสรีภาพทางศาสนาและเจตนารมณ์ในการทำความดีร่วมกัน เพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คน ในพระนามของพระเจ้าและในฐานะอเมริกันชน เราไม่เพียงแต่ยอมรับในศรัทธาของผู้อื่นและความปรารถนาที่จะช่วยเหลือผู้อื่น แต่เรายังต่อต้านบุคคลที่มุ่งเป้าไปยังผู้อื่นด้วยเหตุแห่งศรัทธา ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มก่อการร้ายหรือรัฐบาลที่กดขี่ศาสนาด้วยเหตุแห่งคตินิยมที่แตกต่างกัน กว่าแปดในสิบคนของประชากรบนโลกนี้อาศัยอยู่ในที่ๆ เขาไม่สามารถที่จะนับถือศาสนาของตนได้อย่างอิสระ เราจะต้องร่วมแรงร่วมใจกันปกป้องสิทธิของประชาชนทุกแห่งหนในการนับถือศาสนาของพวกเขาได้อย่างเสรี

นี่เป็นหนึ่งในเรื่องที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก ดังที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ไมเคิล ปอมเปโอ ได้กล่าวไว้ในการประชุมระดับรัฐมนตรีว่าด้วยการส่งเสริมเสรีภาพทางศาสนาเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2562 ว่า “การปกป้องเสรีภาพทางศาสนาเป็นแกนกลางของนโยบายการต่างประเทศของรัฐบาลทรัมป์ และการปกป้องสิทธิมนุษยชนในเรื่องนี้ถือเป็นส่วนสำคัญของความเป็นชาวอเมริกันของเรา”  การประชุมระดับรัฐมนตรีในครั้งนั้นถือเป็นงานส่งเสริมเสรีภาพทางศาสนาครั้งใหญ่ที่สุดในโลก มีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 1,000 คน ซึ่งเป็นผู้นำภาคประชาสังคมและกลุ่มศาสนาต่างๆ ตลอดจนผู้เข้าร่วมประชุมอีกกว่า 100 คน ซึ่งเป็นผู้แทนประเทศต่างๆ ที่ได้รับเชิญ

ประธานาธิบดีทรัมป์ได้สานต่อการประชุมครั้งใหญ่นี้ ด้วยการสถาปนาเครือข่ายว่าด้วยเสรีภาพทางศาสนาระหว่างประเทศขึ้น เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2563 เพื่อประสานความร่วมมือต่างๆ ระหว่างภาครัฐและภาคประชาสังคม โดยมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อส่งเสริมสิทธิแห่งเสรีภาพในการนับถือศาสนาแก่ทุกคน รวมทั้งสิทธิที่จะไม่นับถือศาสนาหรือความเชื่อใดๆ และ 2) เพื่อปกป้องชนกลุ่มน้อยทางศาสนาจากการถูกข่มเหง อีกกลุ่มหนึ่งที่ดำเนินการด้านเสรีภาพทางศาสนาในแบบที่กระผมเห็นว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับประเทศไทย คือ กลุ่มผู้ติดต่อระหว่างประเทศว่าด้วยเสรีภาพในการนับถือศาสนาหรือความเชื่อ อันประกอบด้วยตัวแทนที่หลากหลายจากเกือบ 30 ประเทศ รวมทั้งองค์กรระหว่างประเทศที่มุ่งมั่นที่จะปกป้องและส่งเสริมเสรีภาพในการนับถือศาสนาหรือความเชื่อ ซึ่งเป็นกลุ่มที่จัดตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ผู้เป็นเจ้าภาพร่วมของกลุ่มผู้ติดต่อระหว่างประเทศว่าด้วยเสรีภาพในการนับถือศาสนาหรือความเชื่อนี้ คือ แคนาดาและสหรัฐฯ ทางกลุ่มมีการประชุมกันอย่างสม่ำเสมอเพื่ออภิปรายยุทธศาสตร์ในการปกป้องและส่งเสริมเสรีภาพในการนับถือศาสนาหรือความเชื่อในระดับสากล พวกเรารอคอยที่จะได้ต้อนรับประเทศที่มีแนวคิดแบบเดียวกัน ที่คำนึงถึงเสรีภาพทางศาสนา เพื่อเข้าร่วมเป็นสมาชิกของกลุ่มผู้ติดต่อระหว่างประเทศนี้เพื่อสานต่อพันธกิจที่สำคัญของกลุ่มฯ กระผมรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้รณรงค์สนับสนุนค่านิยมที่เป็นที่ยึดถือของทั้งชาวอเมริกันและผู้มีศรัทธาจากนานาประเทศทั่วโลก รวมถึงที่นี่ แผ่นดินไทย ที่ซึ่งท่านได้เปิดประตูและหัวใจต้อนรับผู้คนจากทุกๆ ศรัทธา

ปีนี้ ประเทศไทยเฉลิมฉลองครบรอบ 142 ปีแห่งการประกาศพระบรมราชโองการว่าด้วยเสรีภาพในการนับถือศาสนาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อปี พ.ศ. 2421 โดยพระบรมราชโองการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อตอบสนองงานของผู้เผยแผ่ศาสนาคริสต์ในประเทศไทย ณ เวลานั้น และเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของนิยาม “ศาสนา” ในประเทศไทย ด้วยพระบรมราชโองการนี้ ชาวไทยและชาวต่างประเทศจากทุกศรัทธาจึงสามารถดำเนินงานของพวกเขาต่อไปได้เพื่อประโยชน์ของชาวไทย ความตอนหนึ่งในพระบรมราชโองการว่าด้วยเสรีภาพในการนับถือศาสนา กล่าวว่า “ผู้ใดเห็นว่าศาสนาใดจะถูกต้อง ก็ถือตามชอบใจของผู้นั้น ผิดถูกก็อยู่แก่ผู้ที่ถือศาสนานั้นเอง” แนวคิดนี้เป็นอุดมการณ์ที่ทรงพลังและล้ำสมัยในเวลานั้น หลังจากนั้นเป็นต้นมา จึงมีการรับรองเสรีภาพในการนับถือศาสนาในรัฐธรรมนูญทุกฉบับของประเทศไทย การเคารพในเสรีภาพทางศาสนาและความรับผิดชอบส่วนบุคคลนี้ เป็นค่านิยมร่วมและเป็นที่เชิดชูของทั้งชาวไทยและชาวอเมริกัน และเป็นค่านิยมที่ทำให้เราทั้งสองชาติแข็งแกร่งและดีขึ้นกว่าเดิม

สำหรับทุกท่านที่มาชุมนุม ณ ที่แห่งนี้ กระผมขอแสดงความชื่นชมที่ท่านเตรียมการที่จะเดินทางไปต่างประเทศเพื่อปฏิบัติกิจในทางพระพุทธศาสนาในวัดไทยหลายแห่งทั่วโลก ซึ่งรวมถึงวัดไทยกว่า 100 แห่งในสหรัฐฯ ภารกิจนี้ไม่ใช่งานที่ง่ายเลย นอกจากท่านจะต้องเรียนรู้ภาษาใหม่แล้ว ท่านยังต้องปรับตัวเพื่อให้สามารถอยู่ในวัฒนธรรมใหม่ได้อีกด้วย และบางท่านอาจจะได้เห็นหิมะเป็นครั้งแรก ท่านควรที่จะภูมิใจกับการอุทิศทุ่มเทและการทำงานหนักของท่าน เจ้าหน้าที่การทูตของเราที่สถานทูตฯ คุ้นเคยกับกระบวนการในการต้องเรียนรู้และปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมใหม่ๆ เราทราบดีถึงความสุขจากการได้พบเจอคนใหม่ๆ และการได้น้อมรับความเชื่อใหม่ๆ กระผมหวังว่าท่านจะได้พบแต่สิ่งที่ดีที่สุดที่อเมริกามี รวมทั้งความใจดีและความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นอันเป็นคุณลักษณะเด่นของชาวอเมริกัน กระผมหวังว่าท่านจะมีโอกาสได้พบกับผู้นำกลุ่มศาสนาต่างๆ และสามารถเผยแผ่ศาสนาของท่านให้เป็นที่รู้จัก ตลอดจนทำงานร่วมกับผู้อื่นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ กระผมหวังว่า นอกเหนือจากการได้ทำกิจต่างๆ ร่วมกันแล้ว ท่านจะได้มีโอกาสฉันภัตตาหารและพบปะพูดคุยกับนักบวชชาวอเมริกันอื่นๆ อีกด้วย สุดท้ายนี้กระผมหวังว่าท่านจะชอบอเมริกาเหมือนอย่างที่กระผมชอบประเทศไทยครับ

กราบขอบพระคุณและขอนมัสการด้วยความเคารพ ครับ

โพสต์ ปาฐกถาโดยเอกอัครราชทูตไมเคิล จอร์จ ดีซอมบรี ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย
สารถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง https://th.usembassy.gov/th/message-from-u-s-ambassador-michael-george-desombre-in-honor-of-the-88th-birthday-of-her-majesty-queen-sirikit-the-queen-mother-august-12-2020-th/ Tue, 11 Aug 2020 09:58:00 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=25225

โพสต์ สารถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สารถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สารถวายพระพรชัยมงคลจากเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ไมเคิล จอร์จ ดีซอมบรี
เนื่องในโอกาส
วันเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันที่ 12 สิงหาคม 2563

เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในนามหน่วยงานของสหรัฐอเมริกาในราชอาณาจักรไทย ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายพระพรชัยมงคล ขอพระองค์ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ทรงพระเกษมสำราญ และทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นมิตรที่มั่นคงยิ่งของสหรัฐอเมริกา และทรงมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างสัมพันธไมตรีอันยืนนานระหว่างเราทั้งสองชาติ

โพสต์ สารถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย
ทูตสหรัฐฯ ชื่นชมความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายหลังเยือนสามเหลี่ยมทองคำ https://th.usembassy.gov/th/u-s-ambassador-praises-law-enforcement-partnership-after-golden-triangle-visit-th/ Mon, 03 Aug 2020 09:44:00 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=25199

โพสต์ ทูตสหรัฐฯ ชื่นชมความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายหลังเยือนสามเหลี่ยมทองคำ ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
ทูตสหรัฐฯ ชื่นชมความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายหลังเยือนสามเหลี่ยมทองคำ

จากกลางอากาศ ผมเห็นแม่น้ำโขงอันยิ่งใหญ่ไหลคดเคี้ยวผ่านป่าทึบ สีน้ำตาลอ่อนของสายน้ำตัดกับแมกไม้เขียวขจีที่ปกคลุมแนวเขาซึ่งทอดยาวเกือบถึงริมน้ำ แม้จะบินอยู่บนเฮลิคอปเตอร์ห่างจากพื้นดินขึ้นไปหลายร้อยฟุต แต่ผมก็ยังอดรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับแม่น้ำโขงไม่ได้ โชคดีที่ได้มาเห็นภาพแบบนี้ในช่วงฝนชุกที่สุด แม้ระดับน้ำจะยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงนี้ของปี แต่ก็ได้ฟื้นตัวจากสถานการณ์ในเดือนก่อน ๆ ที่แม่น้ำสายนี้เปลี่ยนไปจากเดิมมากจนแทบจะจำไม่ได้ เพราะภัยแล้งที่เกิดจากการควบคุมบรรดาเขื่อนต้นน้ำ สัปดาห์นี้ ผมได้รับเกียรติให้เดินทางไปยังสามเหลี่ยมทองคำร่วมกับพลตำรวจโท ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตลอดจนหุ้นส่วนใกล้ชิดของเราจากหน่วยงานรัฐบาลไทย เพื่อเยี่ยมชมฐานปฏิบัติการดอยช้างมูบและจุดชมวิวต่าง ๆ ซึ่งทำให้ผมเห็นเมียนมาและลาวจากอีกฟากของแม่น้ำได้

น่าเสียดายที่ความสวยงามของภูมิภาคนี้มักถูกบดบังด้วยข่าวและรายงานเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ สัตว์ป่า และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยาเสพติด แต่สิ่งที่คนได้ยินน้อยกว่าข่าวสารเหล่านั้นคือความร่วมมือที่ดีเยี่ยมระหว่างหน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ และไทย รวมทั้งความคืบหน้าในการคุ้มครองพลเมืองของเราทั้งสองประเทศ แม้จะมีความท้าทายดังกล่าว แต่สหรัฐฯ และไทยก็ได้ร่วมกันต่อต้านองค์กรอาชญากรรมผ่านการสืบสวนสอบสวนและปฏิบัติการด้านการบังคับใช้กฎหมาย ช่วงไม่กี่ปีมานี้ ไทยได้ตรวจยึดเมทแอมเฟตามีนมากกว่าประเทศใดในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยปริมาณที่ยึดได้ในปี 2561 และ 2562 คือ 116 ตัน นอกจากนี้ สำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ยังรายงานว่า ปริมาณเมทแอมเฟตามีนชนิดเม็ด (ยาบ้า) ที่ไทยยึดได้ยังสูงขึ้นเป็น 3 เท่าในช่วงเวลา 5 ปี นั่นคือ จาก 113 ล้านเม็ดในปี 2557 เป็น 381 ล้านเม็ดในปี 2562 ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น การยึดยาไอซ์ของไทยก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก จาก 1,017 กิโลกรัมในปี 2557 เป็น 17,077 กิโลกรัมในปี 2562 ผมภูมิใจที่สหรัฐฯ ได้ช่วยให้พันธมิตรชาวไทยของเราบรรลุหลักชัยเหล่านี้ แต่หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกลนัก

รายงาน Synthetic Drugs in East and Southeast Asia (ยาเสพติดสังเคราะห์ในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) เดือนพฤษภาคม 2563 ของ UNODC ระบุว่าเมทแอมเฟตามีนยังคงเป็นยาเสพติดหลักที่น่ากังวลในประเทศไทย หน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมายได้ตรวจยึดยาบ้าและยาไอซ์มากเป็นประวัติการณ์ตามแนวแม่น้ำโขงในช่วงปีหลัง ๆ มานี้ และมีตัวเลขประมาณการว่า ตลาดยาเสพติดประเภทดังกล่าวในภูมิภาคนี้มีมูลค่า 61,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ซึ่งเกือบเทียบเท่ากับผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของเมียนมา อย่างไรก็ตาม การตรวจยึดที่เพิ่มขึ้นไม่ได้เป็นเพียงสัญญาณว่าปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตำรวจมีประสิทธิผลมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังหมายความว่ามีการผลิตยาเสพติดปริมาณสูงขึ้นด้วย โดยจะเห็นได้จากมูลค่าของยาเสพติด เมทแอมเฟตามีนในไทยมีราคาตลาดลดลงถึง 2 ใน 3 จากปี 2553 ถึง 2563 แม้ว่าจะมีการตรวจยึดที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ในขณะที่ความบริสุทธิ์ของยายังคงสูงเท่าเดิม และสูงขึ้นด้วยซ้ำในบางกรณี ยาเสพติดสังเคราะห์ (ที่มนุษย์ผลิตขึ้น) เช่นเมทแอมเฟตามีนมีราคาถูกกว่าและใช้กำลังคนผลิตน้อยกว่าการดูแลและเก็บเกี่ยวพืชมาผลิตยา จึงเป็นการเพิ่มทั้งศักยภาพการผลิตและผลกำไรให้สูงขึ้น อีกทั้งยังดึงดูดความสนใจขององค์กรลักลอบค้ายาเสพติดมากขึ้นด้วย

ไม่ใช่เพียงแค่ยาเสพติดเท่านั้นที่เป็นปัญหา แต่สารเคมีตั้งต้นที่นำมาผลิตยาก็เป็นปัญหาด้วยเช่นกัน พูดง่าย ๆ ก็คือ ถ้าไม่มีสารเคมีตั้งต้นก็ไม่มียาบ้า ทางการไทยยึดโซเดียมไซยาไนด์ ซึ่งเป็นสารเคมีตั้งต้นสำคัญในการผลิตเมทแอมเฟตามีน 5,550 กิโลกรัมในปี 2557 และจนถึงปี 2562 จำนวนดังกล่าวได้เพิ่มเป็น 99,750 กิโลกรัม สถานการณ์นี้เป็นเพียงเศษเสี้ยวของปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นมาก เรารู้ว่าสารเคมีตั้งต้นอื่น ๆ มากมายได้หลุดรอดการตรวจค้นไป โดยผ่านเข้ามาจากนอกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาชญากรข้ามชาติแสวงประโยชน์จากพื้นที่แนวชายแดนของเมียนมาและลาวที่ติดกับสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อลักลอบขนส่งสารเคมีเพื่อการผลิตยาเสพติด โดยสารเคมีเหล่านั้นส่วนใหญ่แล้วมีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน

เมื่อมองข้ามฝั่งแม่น้ำโขงไปยังคิงส์ โรมันส์ กาสิโน ในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำของลาว ผมเห็นอิทธิพลของข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีนได้อย่างเด่นชัดจากการก่อสร้างใหม่ที่เกิดขึ้นแม้จะมีผลกระทบจากโรคโควิด-19 กระทรวงการคลังสหรัฐฯ มีคำสั่งคว่ำบาตรคิงส์ โรมันส์ กาสิโน เนื่องจากกาสิโนดังกล่าวดำเนินการฟอกเงินและและลักลอบค้ายาเสพติด ตลอดจนก่ออาชญากรรมร้ายแรงอื่น ๆ ทั้งนี้บ่อนการพนันมักมีส่วนพัวพันกับสถาบันการธนาคารระดับชาติ ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ไม่ประสงค์ดีใช้เป็นเครื่องมือแทรกซึมระบบการธนาคารของชาติ ทั้งในฮ่องกงและประเทศอื่น ๆ ได้ กิจการผิดกฎหมาย เช่น การฟอกเงินและการลักลอบค้ายาเสพติด สั่นคลอนความมั่นคงชายแดน เพิ่มภาระให้ระบบบริการสาธารณสุข บั่นทอนธุรกิจที่ถูกกฎหมาย อีกทั้งยังเพิ่มโอกาสในการทุจริตเนื่องจากหลักนิติธรรมเสื่อมโทรมอีกด้วย และแน่นอนว่าสถานการณ์อันเลวร้ายนี้ยังส่งผลต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยเช่นกัน เฉพาะในปี 2562 คนไทยกว่า 210,000 คนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเนื่องจากติดยาเสพติด

ความร่วมมืออันใกล้ชิดด้านการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศเป็นวิธีที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติได้อย่างบังเกิดผล และรัฐบาลสหรัฐฯ ก็ยึดมั่นที่จะดำเนินการด้านดังกล่าวในระยะยาว ประเทศเรามีคำกล่าวว่า “อย่าทำแต่ปาก” ซึ่งหมายถึงการพูดอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาได้ แต่จะต้องลงมือทำด้วย สหรัฐฯ เองได้ลงแรงดำเนินการต่าง ๆ เสมอมา ดังเช่นการที่เราจัดตั้งหน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดในกรุงเทพมหานครมาตั้งแต่ปี 2506 และในเชียงใหม่ตั้งแต่ปี 2514 นอกจากนี้ สำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐฯ (DEA) ยังได้ส่งเสริมและทำงานร่วมกับองค์กรด้านการบังคับใช้กฎหมายปราบปรามยาเสพติดของไทยตั้งแต่ปี 2541 ผ่านหน่วยสืบสวนพิเศษ (SIU) ซึ่งเป็นโครงการเรือธงนอกมาตุภูมิของ DEA ที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลสหรัฐฯ มุ่งมั่นดำเนินการร่วมกับไทยมากเพียงใดมาโดยตลอด ไทยเป็น 1 ในเพียง 15 ประเทศทั่วโลก และประเทศเดียวในเอเชียที่มีการจัดตั้ง SIU เจ้าหน้าที่และนักวิเคราะห์ข่าวกรองของ DEA ปฏิบัติหน้าที่ประจำหน่วยดังกล่าวเพื่อเป็นที่ปรึกษาด้านการสืบสวนสอบสวน จัดหาเงินทุนสนับสนุนการปฏิบัติการ แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง และให้ความช่วยเหลือด้านวิชาการกับเจ้าหน้าที่ไทย ความสำเร็จของ SIU เป็นผลจากการร่วมมือเคียงบ่าเคียงไหล่ระหว่างเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายชาวอเมริกันและไทยในการพัฒนาและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง เพื่อจับกุม ขัดขวาง และทำลายองค์กรลักลอบค้ายาเสพติดรายใหญ่ระหว่างประเทศ

ตัวอย่างความมุ่งมั่นในด้านดังกล่าวของสหรัฐฯ คือ พิธีเปิดอาคารฝึกอบรมยุทธวิธีตำรวจในร่ม หนองสาหร่าย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อาคารมูลค่าหลายล้านเหรียญสหรัฐหลังนี้รองรับการฝึกในทุกสภาพอากาศ โดยได้รับทุนก่อสร้างจากทั้งกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เพื่อใช้เป็นอาคารฝึกอบรมตำรวจสำหรับองค์กรด้านการบังคับใช้กฎหมายทั่วอาเซียน ปลายปีนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ จะช่วยเหลือไทยในการเปิดอาคารฝึกอบรมแห่งที่สองภายในพื้นที่ของกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ นอกเหนือจากการสนับสนุนผ่านโครงการด้านการฝึกอบรมและการจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์เพื่อการต่อต้านยาเสพติด ในขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐฯ ได้บริจาคอุปกรณ์มูลค่ากว่า 600,000 เหรียญสหรัฐ ซึ่งรวมไปถึงจักรยานยนต์ รถบรรทุก กล้อง และเครื่องมือที่ใช้ในการสืบสวนสอบสวน ให้แก่หน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมายของไทย โดยผ่านกองทุนของสหรัฐฯ สำหรับแม่น้ำโขง และในเวลาไม่นานหลังจากนี้ เราจะบริจาคอุปกรณ์การเฝ้าระวัง ชุดสำหรับการดำเนินยุทธวิธี รถบรรทุก เรือ และรถพ่วงเพิ่มเติม เพื่อส่งเสริมสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและการลักลอบค้ายาเสพติด ทำให้มูลค่าการบริจาครวมอยู่ที่ 1.1 ล้านเหรียญสหรัฐ แม้ตัวเลขเหล่านี้จะน่าประทับใจ แต่ก็ไม่สำคัญเท่าผลลัพธ์ที่มีต่อชีวิตของประชาชน เงินทุกสตางค์ที่ใช้ ยาบ้าทุกเม็ดที่ยึดได้ ล้วนช่วยให้ชุมชนปลอดภัยขึ้น

สหรัฐอเมริกาและไทยมีความผูกพันกันไม่เพียงแต่ในฐานะพันธมิตรตามสนธิสัญญาเท่านั้น แต่เรายังเป็นเพื่อนของกันและกันอีกด้วย การเยือนสามเหลี่ยมทองคำในครั้งนี้ทำให้ภูมิทัศน์อันกว้างใหญ่ของพื้นที่ชายแดนแถบแม่น้ำโขงตรึงตราในใจของผม เช่นเดียวกับความท้าทายที่หน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมายในไทยต้องเผชิญขณะต่อต้านการค้ายาเสพติดในภูมิภาค ผมขอกล่าวกับเพื่อนชาวไทยในฐานะพันธมิตรของท่านว่า รัฐบาลสหรัฐฯ มุ่งมั่นที่จะส่งเสริมไทยในการต่อสู้นี้อย่างแน่วแน่ไม่เปลี่ยนแปลง

(บทความแสดงความคิดเห็นนี้เผยแพร่ครั้งแรกในเว็บไซต์ ไทยพับลิก้าเชียงใหม่นิวส์ และ เชียงรายรีพอร์ต เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2563)

โพสต์ ทูตสหรัฐฯ ชื่นชมความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายหลังเยือนสามเหลี่ยมทองคำ ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย
สารถวายพระพรชัยมงคลจากเอกอัครราชทูตไมเคิล จอร์จ ดีซอมบรี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 68 พรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว https://th.usembassy.gov/th/message-from-ambassador-michael-george-desombre-on-the-occasion-of-the-68th-birthday-of-his-majesty-king-maha-vajiralongkorn-phra-vajiraklaochaoyuhua-th/ Fri, 24 Jul 2020 10:15:00 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=25236

โพสต์ สารถวายพระพรชัยมงคลจากเอกอัครราชทูตไมเคิล จอร์จ ดีซอมบรี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 68 พรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สารถวายพระพรชัยมงคลจากเอกอัครราชทูตไมเคิล จอร์จ ดีซอมบรี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 68 พรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

สารถวายพระพรชัยมงคลจากเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ไมเคิล จอร์จ ดีซอมบรี
เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 68 พรรษา
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
วันที่ 28 กรกฎาคม 2563

เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 68 พรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว หน่วยงานของสหรัฐอเมริกาในราชอาณาจักรไทย ขอถวายพระพรชัยมงคล ขอพระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงและทรงพระเกษมสำราญ สหรัฐอเมริกายังคงยึดมั่นในการพัฒนาสัมพันธไมตรีอันยาวนานระหว่างสหรัฐฯ และไทย ทั้งในด้านความมั่นคง การค้าและการลงทุน ตลอดจนการสาธารณสุข เมื่อร่วมมือกัน ชาติของเราจะผ่านพ้นการแพร่ระบาดใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกไปได้ด้วยความเข้มแข็งยิ่งขึ้น และพร้อมเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนระหว่างเรา เพื่อประโยชน์ที่ประชาชนของทั้งสองประเทศมีร่วมกัน

โพสต์ สารถวายพระพรชัยมงคลจากเอกอัครราชทูตไมเคิล จอร์จ ดีซอมบรี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 68 พรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย
การธำรงไว้ซึ่งสิทธิอธิปไตยของรัฐทั้งมวล https://th.usembassy.gov/th/upholding-the-sovereign-rights-of-all-th/ Tue, 14 Jul 2020 10:26:00 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=25253

โพสต์ การธำรงไว้ซึ่งสิทธิอธิปไตยของรัฐทั้งมวล ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
การธำรงไว้ซึ่งสิทธิอธิปไตยของรัฐทั้งมวล

การธำรงไว้ซึ่งสิทธิอธิปไตยของรัฐทั้งมวล

โดย เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ไมเคิล จอร์จ ดีซอมบรี

ขณะโลกกำลังมุ่งเน้นความสนใจไปที่การต่อสู้กับโรคโควิด-19 สาธารณรัฐประชาชนจีนกลับฉวยโอกาสเมื่อชาติอื่น ๆ ไม่ทันระวัง ยกระดับการกระทำรุกรานในทะเลจีนใต้ ยุทธวิธีการบีบบังคับ บ่อนทำลาย และให้ข้อมูลบิดเบือนในทะเลจีนใต้ทำให้เกิดคำถามว่า สาธารณรัฐประชาชนจีนอาจใช้วิธีการดังกล่าวในส่วนอื่น ๆ ของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกอย่างไรบ้าง

China’s man-made Subi Reef with Chinese military base in the South China Sea, as seen from a Philippine Air Force plane. Photo – Bullit Marquez © AP Images

เมื่อวันที่ 1 เมษายน ทางการจีนประกาศดำเนินโครงการใหม่ที่มีชื่อว่า “Blue Sea 2020” ว่าด้วยการบังคับใช้กฎหมายทางทะเล โดยระบุว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อ “ยกระดับการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมทางทะเล” แต่เหตุการณ์ในวันต่อมาได้สะท้อนถึงเป้าหมายที่แท้จริงเมื่อเรือของจีนจมเรือประมงเวียดนาม ทางการจีนได้เสริมกำลังของฐานทัพหลายแห่งรอบหมู่เกาะสแปรตลี (Spratly Islands) ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาท ด้วยการส่งเครื่องบินเข้าไปประจำการเพิ่ม และจัดตั้ง “สถานีวิจัย” หลายแห่ง ตลอดจนส่งเรือสำรวจแหล่งพลังงานและกองเรือรบติดอาวุธลงพื้นที่เพื่อข่มขวัญผู้ประกอบการน้ำมันและก๊าซนอกชายฝั่งมาเลเซีย และยั่วยุอินโดนีเซียโดยการส่งเรือประมงและเรือคุ้มกันจำนวนหลายร้อยลำเข้าไปยังน่านน้ำรอบเกาะนาทูนา (Natuna Island) ของอินโดนีเซีย ทางการจีนเตือนว่าผู้ใดก็ตามที่ต่อต้านคำกล่าวอ้างอธิปไตยอันน่าขันของจีนเหนือทะเลจีนใต้นั้น “จะต้องประสบกับความล้มเหลว”

Damaged Filipino fishing boat F/B Gimver 1 sits ashore in Mindoro province, Philippines. China acknowledged one of its vessels hit a Filipino boat in the South China Sea in an incident that prompted an outcry in the Philippines. © AP Images

 

การกระทำเหล่านี้เข้ากับแบบแผนอย่างหนึ่ง นั่นคือ เมื่อจีนเข้าไปที่ใด เราก็คาดได้เลยว่าจะได้เห็นประเทศนี้ไม่เคารพกฎ สร้างชุดความจริงของตนเองขึ้นมา และไม่รักษาสัญญาที่เคยให้ไว้มากขึ้นเรื่อย ๆ ชาวไทยเองก็เห็นปรากฏการณ์ดังกล่าวได้อย่างชัดเจนจากภัยแล้งที่รุนแรงเป็นประวัติการณ์ในแม่น้ำโขง ซึ่งขัดกับคำมั่นที่จีนเคยให้ไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะแบ่งปันทรัพยากรน้ำที่อุดมสมบูรณ์ให้กับประเทศปลายน้ำ แต่แทนที่จะเป็นเช่นนั้น เรากลับเห็นหลักฐานว่าการสร้างเขื่อนจำนวนมากที่ต้นน้ำของจีนทำให้บริษัทผลิตไฟฟ้าพลังน้ำสามารถควบคุมการไหลของน้ำมายังปลายน้ำเพื่อผลประโยชน์ที่มากขึ้น ระดับน้ำในแม่น้ำโขง ซึ่งปัจจุบันลดลงต่ำสุดในรอบทศวรรษ สัมพันธ์กับการตัดสินใจของจีนในการกักน้ำไว้ที่ต้นน้ำ รัฐบาลไทยได้คัดค้านแผนการระเบิดแก่งและขุดลอกแม่น้ำโขงของจีน ซึ่งเป็นการกระทำที่ถูกต้องยิ่ง อย่างไรก็ดี ทางการจีนยังคงปฏิบัติการลาดตระเวนในบริเวณแม่น้ำนอกอาณาเขตของตนตามแนวชายแดนไทย และเรายังเห็นการผลักดันให้เกิดกฎเกณฑ์การบริหารจัดการแม่น้ำที่มีจีนเป็นผู้กำหนด ซึ่งจะบั่นทอนการทำงานของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) อันเป็นเวทีระดับพหุภาคีเกี่ยวกับแม่น้ำโขงเวทีเดียวที่มีสนธิสัญญารับรอง เราจึงขอสนับสนุนประชาชนและรัฐบาลไทยในการเรียกร้องความโปร่งใสและความรับผิดชอบจากจีน เพื่อป้องกันไม่ให้ภัยแล้งที่สร้างความเสียหายมหาศาลเมื่อปีที่แล้วเกิดขึ้นซ้ำรอย รวมทั้งคุ้มครองสวัสดิภาพและความเป็นอยู่ของชุมชนไทย

ในทำนองเดียวกัน การกระทำของจีนในทะเลจีนใต้ยังส่งผลโดยตรงต่อไทยด้วย แม้ไทยจะไม่ได้เป็นผู้อ้างกรรมสิทธิ์ทะเลจีนใต้ แต่ไทยก็ได้รับประโยชน์จากการเดินเรืออย่างเสรีในทะเลจีนใต้สูงเป็นอันดับต้น ๆ ในภูมิภาค หากพิจารณาแล้วก็จะเห็นว่า มูลค่าการค้าสินค้าของไทยมักจะเกินร้อยละ 80 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งคิดเป็นสินค้ามูลค่าเกือบครึ่งล้านล้านเหรียญสหรัฐ และการค้าเหล่านี้ส่วนใหญ่จะต้องผ่านเส้นทางในทะเลจีนใต้ เกษตรกร ผู้ผลิต และผู้บริโภคของไทยล้วนพึ่งพาการเดินเรืออย่างเสรีในน่านน้ำนี้ ซึ่งอำนวยให้เกิดการค้าที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ดำเนินต่อไป การกระทำบุ่มบ่ามเพื่อแสดงสิทธิควบคุมทะเลจีนใต้เป็นสัญญาณของการบั่นทอนเสถียรภาพของภูมิภาค และจำกัดเสรีภาพในการเดินเรือซึ่งเป็นหนึ่งแรงผลักดันหลักในการเติบโตของไทยและภูมิภาคนี้

การอ้างสิทธิ์ในทะเลจีนใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีนไม่มีกฎหมายระหว่างประเทศข้อใดมารองรับ และบางกรณีก็ยังไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงอีกด้วย เช่น การยืนกรานอย่างไม่สมเหตุสมผลว่าสันดอนเจมส์ (James Shoal) เป็นจุดใต้สุดของดินแดนจีน ทั้งที่บริเวณดังกล่าวอยู่ไกลจากจีนกว่า 1,000 ไมล์ และห่างจากมาเลเซียไม่ถึง 50 ไมล์ อีกทั้งจมอยู่ใต้น้ำลึกกว่า 70 ฟุต ทำให้สันดอนเจมส์ไม่นับว่าเป็นดินแดนด้วยซ้ำไป คำกล่าวอ้างอธิปไตยของทางการจีนดูเหมือนจะมาจากหนังสือแผนที่อังกฤษฉบับเก่าฉบับหนึ่ง และข้อผิดพลาดในคำแปลที่ชี้ว่าสันดอนที่อยู่ใต้น้ำนี้เป็นสันทรายเหนือน้ำ ซึ่งไม่ตรงกับความจริงแต่อย่างใด แต่จีนก็ยังคงให้ข้อมูลที่ผิดเกี่ยวกับประเด็นทางทะเลดังกล่าวต่อไป

Chinese vessels artificially building up Subi Reef in the South China Sea. Photo – Commons, public domain

 

กลุ่มผู้นำประเทศอาเซียนได้ออกแถลงการณ์แสดงความหนักแน่นฉบับหนึ่ง ณ การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ว่าข้อพิพาทในทะเลจีนใต้จะต้องได้รับการแก้ไขโดยใช้กฎหมายระหว่างประเทศ รวมไปถึงอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ข้อความนี้นับว่าควรแก่เวลายิ่ง เนื่องจากวันที่ 12 กรกฎาคมเป็นวันครบรอบคำพิพากษาชี้ขาดของศาลอนุญาโตตุลาการทะเลจีนใต้ในปี 2559 ที่ไม่รับรองคำกล่าวอ้างสิทธิ์ทางทะเลของรัฐบาลจีน โดยระบุว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ จีนจะต้องยอมรับคำพิพากษาในฐานะที่เป็นรัฐภาคีแห่งอนุสัญญา UNCLOS แต่กลับกล่าวว่าคำพิพากษาเป็นเพียง “เศษกระดาษ” แผ่นหนึ่งเท่านั้น และในขณะเดียวกันก็นำขีปนาวุธและเครื่องบินที่ทันสมัยเข้าไปประจำการในค่ายต่าง ๆ บนพื้นที่พิพาทรอบหมู่เกาะสแปรตลี การกระทำนี้ขัดกับคำมั่นของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อปี 2558 ที่ระบุว่าจะไม่จัดกำลังทหารในบริเวณดังกล่าว

การกระทำของทางการจีนในทะเลจีนใต้สะท้อนถึงความเพิกเฉยต่อสิทธิอธิปไตยของชาติอื่นโดยสิ้นเชิง การห้ามทำประมงและการคุกคามเรือในทะเลตามอำเภอใจของจีนทำให้กลุ่มประเทศอาเซียนไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากรนอกชายฝั่งของตน รวมไปถึงน้ำมันและก๊าซมูลค่าประมาณ 2.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และพื้นที่การประมงที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ทั้งหมดนี้นับเป็นมรดกของกลุ่มประเทศอาเซียน เช่นเดียวกับกระแสชีวิตของชุมชนชายฝั่งทะเล และความเป็นอยู่ของประชากรอาเซียนหลายล้านคน

ต้นตอของการกระทำเหล่านี้ทั้งหมดคือความเชื่อของจีนที่ว่า “อำนาจสร้างความชอบธรรม” และจีนไม่ได้อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ใด ๆ ทางการจีนใช้การบีบบังคับทางเศรษฐกิจกับประเทศที่เล็กกว่าหลายต่อหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยให้ผลิตผลทางการเกษตรที่นำเข้าจากฟิลิปปินส์เน่าเสียที่ท่าเรือของจีนเพื่อประท้วงที่ทางการฟิลิปปินส์เรียกร้องให้ใช้กระบวนการอนุญาโตตุลาการตัดสินประเด็นทะเลจีนใต้ การคว่ำบาตรนอร์เวย์เนื่องจากคณะกรรมการโนเบลตัดสินมอบรางวัลสาขาสันติภาพให้แก่นายหลิว เสี่ยวโป หรือการตัดขาดการค้ากับเกาหลีใต้ที่ติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD เพื่อยับยั้งการทดสอบยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ ทั้งหมดนี้ทำให้ทัศนคติการมองโลกของจีนเป็นที่ประจักษ์ เช่นเดียวกับคำกล่าวของนายหยาง เจียฉือ นักการทูตแนวหน้าของจีน ต่อบรรดานักการทูตอาเซียนในปี 2553 ที่ว่า “จีนเป็นประเทศใหญ่และประเทศอื่น ๆ เป็นประเทศเล็ก และนั่นเป็นความจริง”

ทั้งหมดที่กล่าวมาแสดงถึงทัศนคติของจีนต่อพหุภาคีนิยม คำกล่าวข้างต้นของนายหยาง เจียฉือ เกิดขึ้นระหว่างการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (ARF) ซึ่งเป็นเวทีเพื่อการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศโดยไม่คำนึงถึงอำนาจทางการทหารหรือเศรษฐกิจ เรายังสามารถเห็นทางการจีนบ่อนทำลายเวทีระดับพหุภาคีในลักษณะดังกล่าว รวมถึงหลักการที่เวทีเหล่านี้ยึดถือ ไม่ว่าจะเป็นการค้าที่เสรีและเป็นธรรม ความโปร่งใส ความเปิดกว้าง หรือการเคารพหลักนิติธรรม จากการกระทำของจีนต่อองค์การการค้าโลก องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ องค์การตำรวจสากล และสหประชาชาติอีกด้วย

กฎหมายและบรรทัดฐานระหว่างประเทศได้นำมาซึ่งความมั่งคั่งอย่างมหาศาลในเอเชียตะวันออกตลอดเวลากว่าครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา เช่นเดียวกับหลายภูมิภาคทั่วโลก การส่งเสริมระเบียบที่เสรี เปิดกว้าง และยึดมั่นในกฎกติการะหว่างประเทศ ตลอดจนการธำรงไว้ซึ่งสิทธิอธิปไตยของทุกรัฐ ไม่ว่ารัฐเหล่านั้นจะมีขนาด อำนาจ และศักยภาพทางการทหารเท่าใดก็ตาม จะทำให้มั่นใจได้ว่าความมั่งคั่งนี้จะยังคงดำเนินต่อไปในอีกครึ่งศตวรรษข้างหน้า

(บทความแสดงความคิดเห็นนี้เผยแพร่ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ข่าวสด เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2563)

โพสต์ การธำรงไว้ซึ่งสิทธิอธิปไตยของรัฐทั้งมวล ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย
ไทยเหมาะเป็นที่ตั้งของห่วงโซ่อุปทานที่ปลอดภัย เชื่อถือได้ มั่นคง และคุ้มค่าการลงทุน https://th.usembassy.gov/th/safe-reliable-secure-and-cost-effective-supply-chains-belong-in-thailand-th/ Sat, 23 May 2020 11:03:00 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=25294

โพสต์ ไทยเหมาะเป็นที่ตั้งของห่วงโซ่อุปทานที่ปลอดภัย เชื่อถือได้ มั่นคง และคุ้มค่าการลงทุน ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
ไทยเหมาะเป็นที่ตั้งของห่วงโซ่อุปทานที่ปลอดภัย เชื่อถือได้ มั่นคง และคุ้มค่าการลงทุน

ไทยเหมาะเป็นที่ตั้งของห่วงโซ่อุปทานที่ปลอดภัย เชื่อถือได้ มั่นคง และคุ้มค่าการลงทุน

โดย เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ไมเคิล จอร์จ ดีซอมบรี

วอร์เรน บัฟเฟตต์ นักลงทุนชื่อดัง เคยกล่าวไว้ว่า “เราจะรู้ว่าใครเปลือยกายว่ายน้ำก็ต่อเมื่อน้ำลงแล้วเท่านั้น” โชคร้ายที่ต้นปี 2563 เป็นช่วงน้ำลงสำหรับบรรดาบริษัทระดับโลกที่ถูกถาโถมด้วยการล็อกดาวน์เนื่องจากเชื้อไวรัสโคโรนา ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นที่จีนและลุกลามไปสู่การปิดหรือจำกัดการดำเนินกิจการของบริษัทในประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลก วิกฤตการณ์นี้เผยให้เห็นจุดอ่อนของห่วงโซ่อุปทานในบริษัทระดับโลกจำนวนมาก

อย่างไรก็ดี วิกฤตการณ์มักกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในโลกธุรกิจ หลายกิจการในสหรัฐอเมริกา ไทย และทั่วโลกกำลังมองไปยังอนาคตที่สดใสยิ่งขึ้น และวางแผนเพื่อฟื้นฟูธุรกิจและกลับมาแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมหลังช่วงวิกฤตนี้ผ่านพ้นไป ส่วนสำคัญของกระบวนการดังกล่าวคือ บริษัทต่าง ๆ กำลังทบทวนการดำเนินธุรกิจ การลงทุน และการจัดการห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก เพื่อให้มั่นใจว่ามีความปลอดภัย เชื่อถือได้ และมั่นคง รวมทั้งคุ้มทุนในเวลาเดียวกัน

ห่วงโซ่อุปทานที่ปลอดภัยมีอยู่ในนานาประเทศที่เป็นมิตรและพันธมิตรซึ่งต่างยึดมั่นในความโปร่งใส โอกาสที่เป็นเอกเทศ และตลาดเสรีที่ปราศจากการครอบงำของรัฐ ห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อถือได้มีอยู่ในนานาประเทศที่สื่อมีเสรีภาพและความเข้มแข็ง พร้อมทั้งมีระบบศาลยุติธรรมที่เป็นอิสระ ซึ่งต่างยึดถือหลักนิติธรรมและหลักความศักดิ์สิทธิ์ของสัญญา และห่วงโซ่อุปทานที่มั่นคงมีอยู่ในนานาประเทศที่บริษัทต่าง ๆ ปลอดภัยจากการโจรกรรมทางไซเบอร์หรือการโจรกรรมทรัพย์สินทางปัญญา

ความยึดมั่นในเสรีภาพ หลักนิติธรรม และระบบตุลาการที่เป็นอิสระทำให้สหรัฐอเมริกามีบรรยากาศการลงทุนที่ดีและน่าสนใจ ซึ่งดึงดูดบริษัทจากทั่วโลก ทว่าบริษัทที่ต้องการเข้าถึงตลาดต่างประเทศให้มากขึ้นมีตัวเลือกที่เด่นชัดเพื่อขยายการลงทุนในภูมิภาค ทั้งนี้ ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก บริษัทอเมริกันกำลังให้ความสนใจประเทศสมาชิกอาเซียนมากกว่าที่อื่น ๆ เนื่องด้วยตำแหน่งที่ตั้งของอาเซียนที่ทำให้ห่วงโซ่อุปทานมีความคุ้มทุน โอกาสในอนาคตดูสดใสยิ่งขึ้นไปอีก เนื่องจากอาเซียนจะกลายเป็นตลาดระดับภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เพราะร้อยละ 50 ของประชากรทั้งหมดมีอายุต่ำกว่า 30 ปี ใจกลางของอาเซียนคือประเทศไทย อันเป็นศูนย์กลางการคมนาคมและโลจิสติกส์ที่ใหญ่ที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพื้นทวีป ตลอดจนเป็นพันธมิตรด้านสนธิสัญญาที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐฯ ในเอเชีย และเป็นพันธมิตรหลักนอกสนธิสัญญานาโตเพียงประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพื้นทวีป 

ในปีนี้นับเป็นวาระครบรอบ 187 ปีที่ราชอาณาจักรไทยลงนามในสนธิสัญญาไมตรีและพาณิชย์ของสหรัฐฯ อันเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างเราสองประเทศ ซึ่งงอกงามมาจนถึงทุกวันนี้ บริษัทอเมริกันหลายร้อยบริษัทได้ลงทุนในไทย โดยสร้างงานให้คนไทยหลายหมื่นคนและยังประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้กับทั้งสหรัฐฯ และไทย ธุรกิจของเราที่ชื่อคุ้นหูมีมากมาย ทั้งซิตี้แบงก์ เชฟรอน และฟอร์ด ซึ่งต่างก็ดำเนินการในไทยมาหลายทศวรรษและยังคงเชื่อมั่นว่าไทยเป็นที่ตั้งที่เหมาะสม

ในขณะเดียวกัน มีธุรกิจอื่น ๆ อีกมากที่เพิ่งจะเข้ามาหรือเพิ่งจะขยายการดำเนินงานในไทย ไม่นานมานี้ บริษัทอเมริกันด้านการผลิตวัสดุขั้นสูงแห่งหนึ่งได้เลือกที่จะตั้งโรงงานผลิตแห่งใหม่ที่ประเทศไทยหลังจากวิเคราะห์ตัวเลือกทั้งหมด 24 แห่งในภูมิภาคนี้ บริษัทการ์เดียน กลาส ธุรกิจชั้นแนวหน้าด้านการผลิตกระจกประหยัดพลังงานที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรมการก่อสร้างอาคาร อุตสาหกรรมยานยนต์ และอื่น ๆ ดำเนินการผลิตในไทยมาตั้งแต่ปี 2534 และในปีที่แล้ว ได้เลือกกรุงเทพมหานครเป็นสถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่ประจำเอเชีย-แปซิฟิก เนื่องจากไทยมีชื่อเสียงที่ดีทั้งในด้านการต้อนรับนักลงทุนต่างชาติ มีเศรษฐกิจในประเทศที่กำลังขยายตัว และเป็นสถานีการส่งออกไปยังทั่วโลก นอกจากนี้ บริษัทอลิอันซ์ ลอนดรี้ ยังได้เปิดโรงงานในต่างประเทศแห่งล่าสุดที่ไทยเมื่อปีที่แล้ว โดยพิจารณาจากโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมที่ก้าวหน้าของไทยในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ตลอดจนสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนที่น่าสนใจ และผลงานด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่ผ่านมาซึ่งทำให้ไทยได้เปรียบประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค บริษัทซีเกท ซึ่งดำเนินการในไทยมากว่า 30 ปี ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่าง ทุกวันนี้บริษัทได้ร่วมงานกับมหาวิทยาลัยไทยหลายแห่งในการพัฒนาทักษะด้านวิศวกรรมและวิชาการในท้องถิ่น ซึ่งช่วยให้บริษัทซีเกท คงตำแหน่งผู้นำระดับโลกด้านการผลิตฮาร์ดไดร์ฟไฮเทคและอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่ล้ำสมัยอื่น ๆ

เมื่อผมสอบถามบริษัทเหล่านี้ว่าเหตุใดจึงเลือกประเทศไทย พวกเขาต่างตอบว่า ลักษณะการผลิตในไทยมีความปลอดภัย เชื่อถือได้ และมั่นคง ในขณะเดียวกันก็ยังมีความสามารถในการแข่งขันกับประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย ทั้งด้านต้นทุนที่ดิน ค่าแรง และค่าครองชีพ ตัวอย่างเช่น ค่าแรงเฉลี่ยรายเดือนสำหรับภาคการผลิตในไทยต่ำกว่าจีนมากกว่าร้อยละ 50 โดยอ้างอิงจากข้อมูลล่าสุดที่มีอยู่ นอกจากนี้ การเริ่มต้นการดำเนินธุรกิจในไทยยังไม่ซับซ้อนอีกด้วย ในเดือนกุมภาพันธ์ U.S. News and World Report จัดให้ไทยอยู่ในอันดับที่ 1 ของประเทศที่เหมาะกับการเริ่มต้นธุรกิจมากที่สุดจากการสำรวจประจำปี 2563 โดยมีเกณฑ์การตัดสิน 5 ประการ ได้แก่ ค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผล ระเบียบราชการ ต้นทุนการผลิตที่ต่ำ ความเชื่อมโยง และการเข้าถึงเงินทุน นอกจากนี้ ไทยเป็นที่รู้จักดีในด้านคุณภาพของระบบการสาธารณสุข ซึ่งรับมือกับการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ได้อย่างน่ายกย่อง เช่นเดียวกับโรงเรียนนานาชาติระดับแนวหน้าของโลกที่มีให้เลือกมากมาย ทั้งยังมีสถานที่ทางวัฒนธรรมและท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายและงดงามที่สุดในโลกหลายแห่ง ตลอดจนมีอาหารที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเลิศรส ไทยเป็นประเทศที่น่าอยู่อย่างยิ่ง ไม่ว่าจะอยู่แบบเพียงคนเดียวหรือเป็นครอบครัว

ประเทศไทยได้แสดงให้เห็นถึงกฎระเบียบที่เป็นมิตรกับธุรกิจผ่านการรับมือการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 กิจการของสหรัฐฯ ในไทยชื่นชมรัฐบาลไทยเป็นเสียงเดียวกันว่ามีความยืดหยุ่นในการอนุญาตให้โรงงานผลิตสามารถดำเนินการต่อไปได้อย่างราบรื่น ในขณะที่อีกด้านก็บังคับใช้มาตรการสาธารณสุขที่เข้มข้นเพื่อชะลออัตราการติดเชื้อ ธุรกิจอเมริกันยังแสดงความประทับใจที่รัฐบาลไทยได้แจ้งข้อบังคับใหม่ล่วงหน้า ส่งผลให้สามารถวางแผนสำรองได้อย่างเหมาะสม ราชอาณาจักรไทยดำเนินการในแง่มุมเหล่านี้ได้อย่างโดดเด่นเมื่อเทียบกับชาติอื่นในเอเชีย

นอกจากนี้ ผมขอชมเชยรัฐบาลไทยที่ให้ความช่วยเหลือและการสนับสนุนต่าง ๆ ผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ทั้งยังมอบสิทธิประโยชน์ที่สร้างแรงจูงใจสำคัญให้บริษัทต่าง ๆ เข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทยภายใต้โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทั้งนี้บรรดาบริษัทในโครงการดังกล่าวมีข้อได้เปรียบในการส่งออกสินค้าไปยังตลาดในภูมิภาคอาเซียนและทั่วโลก เนื่องจากตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้กับท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของทวีปเอเชีย

นับตั้งแต่ที่ผมได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยที่มาจากภาคเอกชนเป็นคนแรก ผมได้หารืออย่างกว้างขวางกับธุรกิจทั้งของสหรัฐฯ และไทย เพื่อหาวิธีที่เราจะสามารถกระชับความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจของสองประเทศได้ ณ ช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์นี้ ขณะที่ทั่วโลกต่อสู้กับผลที่เกิดจากการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 สหรัฐฯ ต้องการเห็นไทยคว้าโอกาสที่จะได้ส่วนแบ่งในห่วงโซ่อุปทานโลกที่ไทยสมควรจะได้รับ

ประเทศไทยสามารถช่วยให้บรรลุเป้าหมายนั้นได้ด้วยการประกาศให้กลุ่มธุรกิจระหว่างประเทศรับทราบทั่วกันว่าไทยยังคงยึดมั่นในวิสาหกิจเสรี การค้าที่เป็นธรรม ตลาดที่เปิดกว้าง ความโปร่งใส ตลอดจนแนวปฏิบัติในการดำเนินธุรกิจที่สุจริต นอกจากนี้ ไทยยังสามารถส่งเสริมให้กำลังแรงงานในประเทศมีความน่าสนใจมากขึ้น ด้วยการดำเนินการหลายประการเฉกเช่นที่เรากำลังพยายามทำในสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับหลักสูตรของวิทยาลัยอาชีวศึกษา ปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาเพื่อเน้นทักษะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ (สะเต็ม) รวมถึงเสนอให้มีการฝึกอบรมการทำงานใหม่ และ “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” เพื่อพัฒนาทักษะให้กับแรงงานที่มีอยู่

สำหรับงานที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ โดยอาจมีผู้เชี่ยวชาญไม่เพียงพอภายในประเทศ ไทยควรอนุญาตให้บริษัทต่าง ๆ ว่าจ้างชาวต่างชาติที่มีความชำนาญ เพื่อช่วยให้เกิดการถ่ายโอนองค์ความรู้ขั้นสูงให้แก่พลเมืองไทย และเพิ่มจำนวนคนไทยที่มีทักษะซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างมาก อันจะทำให้ชาวไทยสามารถประกอบอาชีพเหล่านั้นได้ในอนาคต แทนที่จะต้องว่าจ้างชาวต่างชาติ

ประเทศไทยสามารถใช้ประโยชน์จากจุดพลิกผันไปสู่การทำงานทางไกลและธุรกิจดิจิทัลที่เลี่ยงไม่ได้ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงการรับมือกับสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ไทยควรสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการยกระดับธุรกิจดิจิทัลในทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจ ตั้งแต่การเงินไปจนถึงการเกษตร รวมทั้งคุ้มครองธุรกิจเหล่านั้นให้มีความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ด้วยข้อปฏิบัติต่าง ๆ การปกป้องบริษัทจากการโจรกรรมทางไซเบอร์ยังจะเน้นย้ำถึงข้อได้เปรียบที่ไทยมีมากกว่าประเทศอื่นที่เป็นแหล่งของการโจมตีในลักษณะดังกล่าว นอกจากนี้ ไทยยังสามารถแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะอำนวยความสะดวกให้กับธุรกิจดิจิทัล โดยการเข้าร่วมในระบบภายใต้กรอบการควบคุมความเป็นส่วนตัวข้ามพรมแดนของเอเปค (APEC Cross-Border Privacy Rules) ทั้งนี้เพื่อให้ข้อมูลสามารถไหลเวียนได้อย่างเสรีและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ท้ายสุดนี้ ไทยสามารถรักษาและพัฒนาแหล่งพลังงานที่มีอยู่หลากหลาย ตลอดจนใช้ศักยภาพในการส่งพลังงานได้อย่างคุ้มทุนและเต็มกำลัง เพื่อจำหน่ายพลังงานที่เชื่อถือได้และราคาไม่แพงภายในประเทศ ไทยมีโอกาสอันยอดเยี่ยมเพราะมีแหล่งก๊าซธรรมชาติที่ยังไม่ได้พัฒนาขนาดใหญ่ที่สุดแหล่งหนึ่งในอ่าวไทย จึงสามารถผลิตก๊าซธรรมชาติราคาไม่แพงได้ไปอีกหลายชั่วอายุคน นอกจากนี้แล้ว ในระยะสั้น การดำเนินการเพื่อพัฒนาให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางในการค้าขายและขนส่งพลังงานในภูมิภาค จะมีส่วนอย่างมากต่อการทำให้เศรษฐกิจไทยมีอุปทานพลังงานที่มีเสถียรภาพและราคาไม่แพงในระยะยาว

ประธานาธิบดี แคลวิน คูลิดจ์ ได้กล่าวไว้ว่า “ภารกิจของอเมริกาคือธุรกิจ” ทุกวันนี้ที่วิสาหกิจเสรีต้องต่อสู้กับเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยภาครัฐอีกครั้ง เราจะต้องระลึกถึงอำนาจแห่งวิสาหกิจเสรีแบบอเมริกัน ผมขอปิดท้ายด้วยคำกล่าวของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ท่านแรกที่เดินทางมาเมืองไทย ประธานาธิบดี ยูลิสิส เอส. แกรนต์ ได้กล่าวไว้เมื่อครั้งมาเยือนไทยในปี 2422 ว่า “ผมไม่เคยเห็นที่ไหนน่าสนใจเท่า [ประเทศไทย] มาก่อน” ผมเห็นด้วยกับถ้อยคำของประธานาธิบดีแกรนต์และขอย้ำว่า ราชอาณาจักรไทยยังคงเปิดกว้างสำหรับธุรกิจในช่วงเวลาที่ท้าทายเหล่านี้ และเป็นสถานที่ซึ่งปลอดภัย เชื่อถือได้ และมั่นคงสำหรับการดำเนินธุรกิจในห่วงโซ่อุปทานของบริษัท ผมหวังว่าจะได้ร่วมมือกับรัฐบาลไทยและบริษัทสัญชาติไทยเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งยิ่งขึ้นให้กับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและพาณิชย์ระหว่างสหรัฐฯ และไทย อันเฟื่องฟูเป็นอย่างดีนับตั้งแต่จุดเริ่มต้นในคริสต์ศตวรรษที่ 19

(บทความแสดงความคิดเห็นนี้เผยแพร่ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2563)

โพสต์ ไทยเหมาะเป็นที่ตั้งของห่วงโซ่อุปทานที่ปลอดภัย เชื่อถือได้ มั่นคง และคุ้มค่าการลงทุน ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย
รักษ์แม่โขง: สายโลหิตทางเศรษฐกิจที่หล่อเลี้ยงทั้งภูมิภาค https://th.usembassy.gov/th/saving-the-mekong-the-economic-lifeblood-of-an-entire-region-th/ Sat, 25 Apr 2020 11:16:00 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=25312

โพสต์ รักษ์แม่โขง: สายโลหิตทางเศรษฐกิจที่หล่อเลี้ยงทั้งภูมิภาค ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
รักษ์แม่โขง: สายโลหิตทางเศรษฐกิจที่หล่อเลี้ยงทั้งภูมิภาค

รักษ์แม่โขง: สายโลหิตทางเศรษฐกิจที่หล่อเลี้ยงทั้งภูมิภาค

บทความแสดงความคิดเห็นโดย เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ไมเคิล จอร์จ ดีซอมบรี

ผมได้ยินถึงความงามของแม่น้ำโขงครั้งแรกเมื่อนานมาแล้วก่อนที่จะย้ายมาอยู่เอเชีย ชาวอเมริกันและชาวไทยต่างให้ความเคารพแม่น้ำในประเทศของเราเหมือนกัน ผมเติบโตขึ้นใกล้กับแม่น้ำมิสซิสซิปปี ซึ่งมีบทบาทอย่างมากในขนบประเพณีของอเมริกา และเป็นเส้นชีวิตทางเศรษฐกิจตลอดประวัติศาสตร์ของเรา ในภาษาของชนพื้นเมืองอเมริกันที่ตั้งชื่อแม่น้ำสายนี้ “มิสซิสซิปปี” หมายถึง “บิดาแห่งสายน้ำ” ส่วนคำว่า “แม่น้ำ” ในภาษาไทย หมายถึง “มารดาแห่งสายน้ำ” อันสะท้อนถึงสายสัมพันธ์ระหว่างประเทศของเราทั้งสอง

แม่น้ำโขงไม่ใช่สมบัติของประเทศใดประเทศหนึ่ง แม่น้ำโขงไหลผ่านจีน เมียนมา ลาว ไทย กัมพูชา และเวียดนาม ทั้งยังนำมาซึ่งธาตุอาหารและแหล่งดำรงชีวิต ตะกอนในแม่น้ำโขงหล่อเลี้ยงปลาในท้องน้ำ และสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับดินริมฝั่งแม่น้ำ ฝูงปลาและผืนดินนั้นเองก็หล่อเลี้ยงผู้คนจำนวน 70 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในแถบลุ่มน้ำโขงตอนล่าง

เมื่อปีที่ผ่านมา ประเทศในลุ่มน้ำโขงตอนล่างประสบภัยแล้งที่เลวร้ายที่สุดในรอบทศวรรษ และแม้ว่าภัยแล้งดังกล่าวอาจเกิดจากหลายปัจจัย แต่การศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้แสดงให้เห็นว่า แม่น้ำโขงเผชิญกับการสร้างเขื่อนจำนวนมากที่ตอนบน ซึ่งขัดขวางการไหลของกระแสน้ำมายังลุ่มน้ำโขงตอนล่าง นอกจากนี้ ระดับน้ำในแม่น้ำโขงยังถึงจุดต่ำสุดในรอบหลายทศวรรษ มาตรวัดน้ำในอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ได้บันทึกระดับน้ำต่ำสุดเท่าที่เคยมีมาเอาไว้เมื่อปีที่แล้ว อย่างไรก็ตามข้อมูลจากดาวเทียมบ่งชี้ว่าปริมาณน้ำบริเวณต้นน้ำในจีนมีอยู่เหลือเฟือ ทำให้เกิดข้อกังขาสำคัญๆ รวมทั้งคำถามที่ว่าเหตุใดจึงไม่มีน้ำในปริมาณที่มากกว่านี้ไหลมาจากจีนขณะที่ประเทศในลุ่มน้ำโขงประสบกับความขาดแคลนอย่างมาก

องค์กรภาคประชาสังคมของไทยแสดงความกังวลเกี่ยวกับความพยายามของสาธารณรัฐประชาชนจีนในการสร้างเขื่อนและระเบิดแก่งแม่น้ำโขงระหว่างไทยและลาว แต่กลับถูกสั่งสอนด้วยสัญญาว่าจะมี “ทางออกที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์” ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นเป็นรูปธรรม รัฐบาลไทยทราบข้อกังวลเหล่านี้ จึงสั่งให้หยุดแผนการระเบิดแก่งและขุดลอกแม่น้ำโขงบางส่วนที่ฝั่งชายแดนไทย รวมทั้งแจ้งข้อกังวลดังกล่าวต่อจีนโดยตรง และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการบริหารจัดการเขื่อนตามแนวแม่น้ำโขงอย่างละเอียดยิ่งขึ้น เราขอสนับสนุนความพยายามดังกล่าวของประชาชนและรัฐบาลไทย

มิใช่เพียงสายน้ำ

อย่างไรก็ดี ทรัพยากรน้ำที่ขาดแคลนเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาที่สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ริมแม่น้ำโขงของไทย กลุ่มอาชญากรต่างๆ รวมไปถึงบางกลุ่มที่ปฏิบัติการในเขตเศรษฐกิจพิเศษและบ่อนการพนันของประเทศเพื่อนบ้าน ใช้แม่น้ำโขงเป็นเส้นทางสำคัญในการลักลอบค้ายาเสพติด สัตว์ป่า หรือแม้กระทั่งมนุษย์ สำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ยืนยันว่า องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติได้ย้ายเข้าไปยังสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งเพิ่มการผลิตและขนส่งยาเสพติดผิดกฎหมายจากพื้นที่อีกฟากฝั่งแม่น้ำโขงในรัฐชาน ประเทศเมียนมา รวมทั้งฟอกเงินที่ได้จากผลกำไรดังกล่าวผ่านธุรกิจบ่อนการพนันในภูมิภาค UNODC ประเมินว่าการก่ออาชญากรรมข้ามชาติในลุ่มน้ำโขงมีมูลค่ากว่า 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐต่อปี โดยเชื่อว่ากว่า 9,000 ล้านเหรียญสหรัฐมาจากการค้ามนุษย์ จีนอ้างว่าเหตุผลหนึ่งของการลาดตระเวนลุ่มน้ำโขงนอกอาณาเขตของตนในลาวและเมียนมานั้น คือการปราบปรามขบวนการอาชญากรรม แม้ว่าจีนยังไม่สามารถยับยั้งการลักลอบสารเคมีตั้งต้นจากจีนไปยังเมียนมาได้ อันกระตุ้นให้เกิดการระบาดของเมทแอมเฟตามีนในเอเชีย ตลอดจนความรุนแรงและอาชญากรรมมากมายในบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ อาชญากรรมข้ามชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในพื้นที่นี้ทำให้ชุมชนท้องถิ่นกลัวว่าจะสูญเสียความมั่นคงนอกเหนือไปจากวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของตน

เพื่อน หุ้นส่วน และพันธมิตร

สหรัฐอเมริกากำลังช่วยไทยปกป้องพื้นที่ชายแดนและดำเนินการเพื่ออนาคตที่ปลอดภัยและเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นสำหรับชาวไทย ตั้งแต่ปี 2506 สำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐฯ (DEA) ได้สนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาลไทยเพื่อหยุดการลักลอบนำเข้าสารควบคุมในไทย สหรัฐฯ และตลาดโลก เมื่อต้นเดือนนี้ DEA ให้ความช่วยเหลือในปฏิบัติการต่อต้าน 5 เครือข่ายยาเสพติดที่มีมูลค่าการฟอกเงินกว่า 3,000 ล้านบาท และในปี 2562 รัฐบาลสหรัฐฯ สนับสนุนหน่วยงานการบังคับใช้กฎหมายของไทยในการยึดเมทแอมเฟตามีนกว่า 9 ตัน และยาบ้ากว่า 43 ล้านเม็ด ในขณะที่สำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID) และกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ร่วมต่อต้านการค้ามนุษย์และสัตว์ป่า ทั้งยังเสริมสร้างความมั่นคงให้กับชายแดนไทย เมื่อปีที่แล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ไมค์ ปอมเปโอ ได้ประกาศมอบเงินสนับสนุนเพิ่มเติม 420 ล้านบาทเพื่อต่อต้านอาชญากรรมและการค้ามนุษย์ข้ามชาติในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขง

รัฐมนตรีปอมเปโอยังประกาศมอบทุนสนับสนุนประมาณ 60 ล้านบาทให้แก่โครงการข้อริเริ่มในการจัดการข้อมูลด้านทรัพยากรน้ำในลุ่มน้ำโขง เพื่อสนับสนุนให้นักวิจัยในพื้นที่แถบลุ่มแม่น้ำโขงแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการไหลของน้ำ เรายังมีโครงการ SERVIR-Mekong ซึ่งเป็นความริเริ่มระหว่าง USAID และองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NASA) โดยโครงการดังกล่าวจะใช้ข้อมูลดาวเทียมที่บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ในการส่งเสริมให้รัฐบาลของประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่างลดความเปราะบางต่อสถานการณ์ภัยแล้ง อุทกภัย และการแย่งชิงทรัพยากรน้ำซึ่งรุนแรงขึ้นเพราะเขื่อนต้นน้ำ เมื่อเดือนที่แล้ว คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) เปิดตัวระบบคลังข้อมูลเพื่อการเตือนภัยแล้งล่วงหน้า (Drought Early Warning portal) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ MRC และโครงการ SERVIR-Mekong ร่วมกันพัฒนาขึ้น เพื่อให้ประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่างนำไปใช้เป็นระบบการแจ้งเตือนล่วงหน้าสำหรับการพยากรณ์และติดตามภัยแล้งในภูมิภาค

โครงการต่างๆ ข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของข้อริเริ่มอีกมากมายที่เรากำลังดำเนินการร่วมกับรัฐบาลไทยและประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่าง เพื่อธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม ต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ และปกป้องทรัพยากรน้ำ โดยใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ส่งเสริมการหารืออย่างโปร่งใส ตลอดจนหาวิธีแบ่งปันทรัพยากรน้ำอย่างเป็นธรรม

แด่มิตรภาพอีก 200 ปี

สหรัฐอเมริกาเป็นมิตรที่ซื่อตรงกับไทยมาตลอด 200 ปีที่ผ่านมา และเราจะยังคงดำรงความสัมพันธ์นี้ต่อไปในอีก 200 ปี เนื่องในโอกาสที่แม่น้ำมิสซิสซิปปีปราศจากพิษภัยของสงครามโดยสิ้นเชิงในปี 2406 ประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น กล่าวไว้ว่า “บิดาแห่งสายน้ำได้กลับคืนสู่ท้องทะเลโดยสงบอีกครั้งหนึ่ง” เราหวังว่ามารดาแห่งสายน้ำของไทยจะได้กลับคืนสู่ท้องทะเลโดยสงบอีกครั้งหนึ่งเช่นเดียวกัน โดยไม่ถูกกีดขวางด้วยสถานการณ์ปัญหาที่ต้นน้ำโขง

(บทความแสดงความคิดเห็นนี้เผยแพร่ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2563)

โพสต์ รักษ์แม่โขง: สายโลหิตทางเศรษฐกิจที่หล่อเลี้ยงทั้งภูมิภาค ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย
การต่อสู้กับโรคโควิด-19: ความท้าทายล่าสุดของความร่วมมือด้านสาธารณสุขระหว่างสหรัฐฯ และไทย https://th.usembassy.gov/th/tackling-covid-19-the-latest-challenge-for-u-s-thai-health-cooperation-th/ Tue, 07 Apr 2020 14:40:00 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=25466

โพสต์ การต่อสู้กับโรคโควิด-19: ความท้าทายล่าสุดของความร่วมมือด้านสาธารณสุขระหว่างสหรัฐฯ และไทย ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
การต่อสู้กับโรคโควิด-19: ความท้าทายล่าสุดของความร่วมมือด้านสาธารณสุขระหว่างสหรัฐฯ และไทย

การต่อสู้กับโรคโควิด-19: ความท้าทายล่าสุดของความร่วมมือด้านสาธารณสุขระหว่างสหรัฐฯ และไทย

โดย นายไมเคิล จอร์จ ดีซอมบรี เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย

ในปีนี้ วันอนามัยโลก (7 เมษายน) เวียนมาครบรอบอีกครั้งหนึ่งในช่วงที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากมนุษยชาติกำลังต่อสู้กับการแพร่ระบาดใหญ่ของโรคครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบ 100 ปี ในแต่ละวัน มียอดผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากในหลายประเทศทั่วโลก ตั้งแต่จีนจนถึงอิตาลี สหรัฐอเมริกาจนถึงไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจยิ่ง วันอนามัยโลก ปี 2563 นี้จึงเป็นโอกาสพิเศษในการยกย่องและสรรเสริญบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านที่ช่วยดูแลให้โลกปลอดภัย และผมขอร่วมชื่นชมผู้ที่เสี่ยงชีวิตของตน ณ เวลานี้เพื่อปกป้องพวกเราทุกคนจากโรคร้ายนี้

ท่ามกลางข่าวที่น่าเศร้าใจ เรายังพอเห็นประกายแห่งความหวัง ระบบสาธารณสุขของไทยซึ่งมีความเป็นเลิศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น กำลังระดมบุคลากรที่มีความสามารถและทรัพยากรต่างๆ เพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาด โดยทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับผู้เชี่ยวชาญจากรัฐบาลสหรัฐฯ ประมาณร้อยละ 20 ของพนักงานสถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ซึ่งเป็นสถานทูตที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ปฏิบัติหน้าที่ด้านสาธารณสุขร่วมกับหน่วยงานภาคีของไทย ดังตัวอย่างต่อไปนี้

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติ (CDC) สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีสำนักงานนอกสหรัฐฯ ขนาดใหญ่ที่สุดอยู่ที่กรุงเทพฯ มีความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขของไทยมานาน 4 ทศวรรษ ทั้งยังตั้งอยู่ภายในกระทรวงสาธารณสุขด้วย CDC ได้สนับสนุนเงินช่วยเหลือกว่า 133 ล้านเหรียญสหรัฐแก่กระทรวงสาธารณสุขและกรุงเทพมหานครในหลากหลายโครงการด้านสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องกับเอชไอวี/เอดส์ โรคระบาดไข้หวัดใหญ่ และโรคติดเชื้ออื่นๆ

ตั้งแต่ปี 2546 รัฐบาลสหรัฐฯ ได้เสริมสร้างศักยภาพทางห้องปฏิบัติการให้แก่บุคลากรกระทรวงสาธารณสุขเพื่อตรวจหาโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ที่มีความสำคัญต่อชาวไทย ความร่วมมือระหว่าง CDC และกระทรวงสาธารณสุขนำมาซึ่งการพัฒนาศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) ของกระทรวงสาธารณสุขในปี 2557 ซึ่งปัจจุบันเป็นศูนย์ควบคุมการรับมือโรคโควิด-19 ผู้เชี่ยวชาญชาวไทยหลายคนของ EOC ผ่านการฝึกอบรมจากบุคลากรของสหรัฐฯ พวกเขาได้รับการฝึกอบรมที่ทันสมัยในสหรัฐฯ และในไทย เพื่อเพิ่มพูนทักษะการบริหารงานสาธารณสุข

ตั้งแต่ปี 2504 องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID) ทำงานร่วมกับแพทย์ พยาบาล และนักวิจัยชาวไทย เพื่อทำให้คนไทยมีสุขภาพดียิ่งขึ้น ตลอด 6 ทศวรรษที่ผ่านมา ประชาชนชาวอเมริกันมอบความช่วยเหลือผ่าน USAID รวมมูลค่ากว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อสนับสนุนประเทศไทย รวมถึงเงินช่วยเหลืออีกเกือบ 2 ล้านเหรียญสหรัฐเมื่อเดือนที่ผ่านมา เพื่อช่วยไทยรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร (AFRIMS) ซึ่งเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งของรัฐบาลสหรัฐฯ มีต้นกำเนิดย้อนกลับไปกว่า 57 ปี โดยเป็นความร่วมมือทางการแพทย์ทหารระหว่างกองทัพบกสหรัฐฯ และกองทัพบกไทย นอกจากนี้ กองทัพบกสหรัฐฯ และกระทรวงสาธารณสุขไทยได้ร่วมมือกันใน “โครงการวิจัยวัคซีนเอชไอวีครั้งประวัติศาสตร์” ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี นั่นคือโครงการ RV144 ในประเทศไทยเมื่อปี 2546 นับเป็นครั้งแรกที่เราเห็นความเป็นไปได้ของการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ผู้นำโครงการวิจัยจากกองทัพบกสหรัฐฯ ในครั้งนั้น เป็นที่รู้จักกันดีในเวลานี้ คือ ดร. เดบอราห์ เบิร์ซ เอกอัครราชทูตกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และผู้ประสานงานของคณะทำงานเฉพาะกิจเชื้อไวรัสโคโรนาของทำเนียบขาว AFRIMS และกองทัพบกไทยประสบความสำเร็จอย่างมากในการค้นคว้าวิจัยโรคติดเชื้อเขตร้อนและพัฒนายารักษา วัคซีน และมาตรการอื่นๆ เพื่อปกป้องทั้งชาวอเมริกันและชาวไทย ความร่วมมือกันในการวิจัยและพัฒนาเหล่านี้ รวมทั้งการวิจัยด้านวิชาการที่สถาบันสุขภาพแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา ให้การสนับสนุน ช่วยให้จำนวนผู้ป่วยโรคต่างๆ เช่น ไข้สมองอักเสบเจอี ไวรัสตับอักเสบเอ มาลาเรีย และเอชไอวี ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ความร่วมมือด้านสาธารณสุขระหว่างสหรัฐฯ และไทยมีประวัติศาสตร์อันแข็งแกร่งย้อนกลับไปเกือบ 200 ปี นับตั้งแต่ที่นายแพทย์แบรดลีย์ (หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ “หมอบรัดเลย์”) เข้ามามีส่วนร่วมในวงการแพทย์ไทยช่วงแรกในทศวรรษที่ 1830 และกว่า 100 ปีก่อน เมื่อสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ผู้ได้รับการถวายพระสมัญญาภิไธยว่า “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบัน” ของไทยทรงอุทิศพระองค์ต่อการสาธารณสุขขณะทรงกำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ที่รัฐแมสซาชูเซตส์ พระองค์ทรงเจรจาทำข้อตกลงกับมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ เพื่อให้เงินทุนสนับสนุนเริ่มต้นทางด้านการศึกษาในสถาบันการแพทย์ การพยาบาล และการสาธารณสุขที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วของไทย

ความโดดเด่นด้านสาธารณูปการทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ของไทยในวันนี้ถือกำเนิดจากเงินทุนสนับสนุนช่วงแรกที่ได้รับจากความร่วมมือด้านสาธารณสุขระหว่างรัฐและเอกชนของสหรัฐฯ กับไทย ซึ่งริเริ่มโดยสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลและนักเรียนไทยในยุคนั้นที่ตามเสด็จพระราชดำเนินไปศึกษายังมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ที่ผ่านมาสหรัฐฯ และไทยยังคงเดินหน้าสร้างระบบบริการสาธารณสุขที่เข้มแข็งทั่วทั้งภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ซึ่งสามารถป้องกัน ตรวจหา และรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อต่างๆ เราร่วมกันทำให้โลกใบนี้มีสุขภาพที่ดีขึ้น สงบสุข และเจริญรุ่งเรืองมากขึ้นมาหลายชั่วอายุคน และในเวลานี้เราจะร่วมกันต่อสู้เพื่อเอาชนะศัตรูโรคระบาดที่เราต้องเผชิญและจะผ่านพ้นไปด้วยกันอย่างผู้ชนะที่แข็งแกร่งกว่าเดิม

ในมิติของการทำงานระหว่างประเทศ รัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงให้การสนับสนุนไทยในบทบาทผู้นำของวาระความมั่นคงด้านสุขภาพโลก (GHSA) ซึ่งเป็นข้อริเริ่มพหุภาคีของ 67 ประเทศทั่วโลก ตลอดจนองค์การระหว่างประเทศ องค์กรนอกภาครัฐ และบริษัทเอกชน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้โลกมั่นคงและปลอดภัยจากภัยคุกคามของโรคติดเชื้อต่างๆ

สหรัฐฯ ยังคงเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ที่สุดขององค์การอนามัยโลก (WHO) ตลอดหลายปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ปี 2491 โดยในปี 2562 เพียงปีเดียว สหรัฐฯ ให้เงินสนับสนุนมูลค่ากว่า 400 ล้านเหรียญสหรัฐแก่ WHO ซึ่งเป็นจำนวนเกือบสองเท่าของมูลค่าเงินสนับสนุนจากผู้สนับสนุนรายใหญ่อันดับสอง

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ที่สุดขององค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) อีกด้วย โดยมีส่วนร่วมดำเนินการในกรณีฉุกเฉินต่างๆ ทั่วโลก ในปี 2562 สหรัฐฯ ให้เงินสนับสนุนมูลค่า 700 ล้านเหรียญสหรัฐแก่ UNICEF และในทำนองเดียวกัน เมื่อปีที่แล้ว สหรัฐฯ ได้ให้ความช่วยเหลือในรูปของทรัพยากรต่างๆ มูลค่ากว่า 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แก่โครงการอาหารโลก (WFP) ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 42 ของงบประมาณรวมทั้งหมดของ WFP โดย WFP เป็นโครงการที่ได้ส่งอาหารและอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) รวมทั้งสิ้น 85 ครั้ง ไปยัง 74 ประเทศ เพื่อต่อสู้กับเชื้อไวรัสนี้

สหรัฐอเมริกาเข้าใจอยู่เสมอว่าความมั่นคงด้านสุขภาพโลกขึ้นอยู่กับระบบบริการสาธารณสุขที่เข้มแข็ง โปร่งใส และตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว หนึ่งในสามของงบประมาณความช่วยเหลือต่างประเทศของอเมริกาทั้งหมด หรือเกือบ 120,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จึงมุ่งไปที่โครงการด้านสุขภาพระหว่างประเทศ นับตั้งแต่ปี 2544

งบประมาณดังกล่าวยังรวมถึงความช่วยเหลือที่สหรัฐฯ มอบให้กับประชาชนจีนในระยะเริ่มต้นของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในฐานะหนึ่งในประเทศแรกๆ ที่ให้ความช่วยเหลือแก่จีนในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ สหรัฐฯ ได้ส่งเวชภัณฑ์รวมเกือบ 18 ตัน จากประชาชนอเมริกันไปยังเมืองอู่ฮั่นของจีนบนเครื่องบินลำเดียวกันกับที่นำพลเมืองอเมริกันอพยพกลับสหรัฐฯ ในปลายสัปดาห์นั้น สหรัฐฯ ได้ให้คำมั่นว่าจะมอบความช่วยเหลือมูลค่าสูงถึง 100 ล้านเหรียญสหรัฐแก่จีนและประเทศที่ได้รับผลกระทบอื่นๆ ผ่านองค์การพหุภาคีและความช่วยเหลือระดับทวิภาคี เพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดไปทั่วโลกในเวลาต่อมา ในขณะนี้ประธานาธิบดีทรัมป์ได้เพิ่มความช่วยเหลือเป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น 274 ล้านเหรียญสหรัฐ

นอกจากความช่วยเหลือของรัฐบาลแล้ว เราจะต้องไม่ลืมว่า ในฐานะผู้สนับสนุนการพัฒนาของภาคเอกชน สหรัฐฯ อาศัยความร่วมมือของพลเมืองอเมริกัน ธุรกิจห้างร้าน องค์การนอกภาครัฐ และองค์กรการกุศลต่างๆ ของสหรัฐฯ ในการมีส่วนช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมทั่วโลก เช่นเดียวกับที่ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบสาธารณสุขของไทย ความร่วมมือดังกล่าวนั้นจะยังคงเป็นเครื่องมือในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 และโรคติดเชื้ออื่นๆ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ภาคเอกชนของสหรัฐฯ รวมถึงมูลนิธิบิลและเมลินดาเกตส์ ได้มอบเงินสนับสนุนมูลค่ารวมทั้งสิ้น 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดนอกสหรัฐฯ ประวัติศาสตร์ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า เมื่อภาครัฐและภาคเอกชนผนึกกำลังกันทั้งในสหรัฐฯ และไทย เราสามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างไร้ขีดจำกัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านสาธารณสุขระหว่างช่วงเวลาที่ท้าทายนี้

(บทความแสดงความคิดเห็นนี้เผยแพร่ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2563)

โพสต์ การต่อสู้กับโรคโควิด-19: ความท้าทายล่าสุดของความร่วมมือด้านสาธารณสุขระหว่างสหรัฐฯ และไทย ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย