สหรัฐอเมริกาและไทย Archives - สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย https://th.usembassy.gov/th/แท็ก/u-s-thailand/ Wed, 17 Sep 2025 04:12:46 +0000 th hourly 1 สหรัฐอเมริกาและไทยจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ PSI 
เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาคว่าด้วยการไม่แพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง https://th.usembassy.gov/th/u-s-and-thailand-co-host-proliferation-security-initiative-psi-workshop-in-bangkok-to-strengthen-regional-nonproliferation-coordination-th/ Fri, 18 Aug 2023 10:46:00 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=24819

โพสต์ สหรัฐอเมริกาและไทยจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ PSI 
เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาคว่าด้วยการไม่แพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สหรัฐอเมริกาและไทยจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ PSI 
เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาคว่าด้วยการไม่แพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง

สหรัฐอเมริกาและไทยจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ PSI เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาคว่าด้วยการไม่แพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง

สหรัฐฯ และไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาคภายใต้กรอบความริเริ่มความร่วมมือด้านความมั่นคงในการสกัดกั้นการแพร่ขยายของอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (Proliferation Security Initiative: PSI) ระหว่างวันที่ 17-18 สิงหาคม 2566 ที่กรุงเทพมหานคร

การประชุมเชิงปฏิบัติการระดับพหุภาคีนี้มีผู้นำทั้งฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหารจากประเทศกัมพูชา บรูไน สปป.ลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม ออสเตรเลีย สหรัฐฯ และไทยเข้าร่วมการประชุม โดยผู้เข้าร่วมจะได้ตรวจสอบเส้นทางการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (WMD) สมัยใหม่ มีความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับพันธกรณีว่าด้วยการสกัดกั้นอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ศึกษากรอบด้านกฎหมายและวิธีปฏิบัติที่ดีของภาคี ตลอดจนขยายเครือข่ายชุมชน “ต่อต้านอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง” ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การประชุมดังกล่าวยังมีเนื้อหารวมไปถึงข้อสรุปต่าง ๆ เช่น ข้อสรุปของผู้เชี่ยวชาญว่าด้วยภัยคุกคามจากการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงในระดับโลกและภูมิภาค จากสำนักงานกิจการการลดอาวุธแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office for Disarmament Affairs) การอภิปรายต่าง ๆ ตลอดจนการอภิปรายแผนรับมือสถานการณ์จำลองบนโต๊ะโดยเน้นการแบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงานภายในรัฐบาลและการตัดสินใจเกี่ยวกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงซึ่งอาจเกิดขึ้นในภูมิภาค   

กรอบความริเริ่ม PSI จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2546 เพื่อขัดขวางหรือยับยั้งการลำเลียงอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ระบบขนส่ง และวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เข้าและออกจากรัฐและตัวแสดงที่มิใช่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการแพร่กระจายของอาวุธเหล่านี้ ปัจจุบัน มีรัฐที่รับรองแถลงการณ์ว่าด้วยหลักการสกัดกั้นภายใต้กรอบความริเริ่ม PSI (PSI Statement of Interdiction Principles) กว่า 100 รัฐ

ประเทศที่เข้าร่วมกรอบความริเริ่ม PSI โดยยอมรับแถลงการณ์ว่าด้วยหลักการสกัดกั้น ได้ให้คำมั่นที่จะดำเนินการขัดขวางหรือยับยั้งการลำเลียงวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง เข้าและออกรัฐและตัวแสดงที่มิใช่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง โดยสอดคล้องกับกฎหมายและกรอบกฎหมายในประเทศและระหว่างประเทศ ทั้งนี้โดยดำเนินการดังกล่าวด้วยตนเองหรือในความร่วมมือกับรัฐภาคีอื่น 

โพสต์ สหรัฐอเมริกาและไทยจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ PSI 
เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาคว่าด้วยการไม่แพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย
สารถวายพระพรชัยมงคลจากเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย โรเบิร์ต โกเดค เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 71 พรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว https://th.usembassy.gov/th/message-from-u-s-ambassador-to-thailand-robert-godec-on-the-occasion-of-his-majesty-king-maha-vajiralongkorn-phra-vajiraklaochaoyuhuas-71st-birthday-th/ Thu, 27 Jul 2023 10:56:00 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=24825

โพสต์ สารถวายพระพรชัยมงคลจากเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย โรเบิร์ต โกเดค เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 71 พรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สารถวายพระพรชัยมงคลจากเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย โรเบิร์ต โกเดค เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 71 พรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

สารถวายพระพรชัยมงคลจากเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย โรเบิร์ต โกเดค เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 71 พรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ 28 กรกฎาคม 2566

เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 71 พรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐอเมริกาในราชอาณาจักรไทย ขอถวายพระพรชัยมงคล ขอพระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงและทรงพระเกษมสำราญ ตลอดจนขอให้ปวงชนชาวไทยมีความสุขกายสุขใจ

ในความสัมพันธ์ทางการทูตกว่า 190 ปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ ​และไทยได้ทำงานร่วมกันเพื่อเสริมสร้างความมั่งคั่ง เสรีภาพ และความมั่นคงให้แก่บรรดาประชาชนของเรา สหรัฐฯ หวังว่าจะได้กระชับมิตรภาพระหว่างเราสองชาติให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นสืบไป

โพสต์ สารถวายพระพรชัยมงคลจากเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย โรเบิร์ต โกเดค เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 71 พรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย
AFRIMS ฉลองครบรอบ 62 ปีแห่งการบุกเบิกการวิจัยทางการแพทย์และสร้างคุณูปการสำคัญแก่ไทย https://th.usembassy.gov/th/afrims-celebrates-62-years-of-pioneering-medical-research-and-transformative-contributions-to-thailand-th/ Wed, 07 Jun 2023 11:13:00 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=24842

โพสต์ AFRIMS ฉลองครบรอบ 62 ปีแห่งการบุกเบิกการวิจัยทางการแพทย์และสร้างคุณูปการสำคัญแก่ไทย ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
AFRIMS ฉลองครบรอบ 62 ปีแห่งการบุกเบิกการวิจัยทางการแพทย์และสร้างคุณูปการสำคัญแก่ไทย

AFRIMS ฉลองครบรอบ 62 ปีแห่งการบุกเบิกการวิจัยทางการแพทย์และสร้างคุณูปการสำคัญแก่ไทย

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร (AFRIMS) เฉลิมฉลองครบรอบ 62 ปี โดยชูความสำเร็จโดดเด่นด้านการวิจัยทางการแพทย์และผลงานสำคัญ ๆ ต่อการสาธารณสุขของไทย พิธีฉลองวาระครบรอบดังกล่าวจัดให้มีขึ้นที่พระราชวังพญาไทและสำนักงานใหญ่ของ AFRIMS โดยมีแขกผู้มีเกียรติมาร่วมงานมากมาย รวมถึงผู้อำนวยการกองอำนวยการหน่วยแพทย์ทหารบกสหรัฐฯ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร (USAMD-AFRIMS) และผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร (สวพท.)

นับตั้งแต่ปี 2504 ความร่วมมือไทย-สหรัฐฯ ที่ AFRIMS บุกเบิกโครงการริเริ่มด้านการวิจัยใหม่ ๆ และเสริมสร้างความร่วมมือด้านการแพทย์ระหว่างประเทศ ซึ่งยังประโยชน์โดยตรงต่อประชาชนไทยและช่วยหลายร้อยล้านชีวิตทั่วโลก ตลอดช่วง 6 ทศวรรษที่ผ่านมา AFRIMS ได้ดำเนินการวิจัยด้านโรคติดเชื้อและมีการค้นพบครั้งสำคัญ ๆ มากมาย ส่งผลให้เกิดการป้องกันและควบคุมโรคที่เป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อสาธารณสุข AFRIMS มีบทบาทสำคัญในการพัฒนากลยุทธ์การวินิจฉัย การรักษา และการป้องกันที่เป็นแนวทางใหม่ ๆ สำหรับโรคต่าง ๆ เช่น โรคไข้เลือดออก ไข้มาลาเรีย ไข้สมองอักเสบเจอี เอชไอวี/เอดส์ โควิด-19 และโรคอุบัติใหม่อื่น ๆ

AFRIMS มีความมุ่งมั่นอย่างเสมอมาในการรับมือความท้าทายด้านสุขภาพโลกโดยไม่หวังผลกำไร AFRIMS ได้สร้างคุณูปการสำคัญ ๆ ต่อการพัฒนาและการบรรจุวัคซีนไข้สมองอักเสบเจอีในแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของไทย โดยแสดงให้เห็นความปลอดภัยและประสิทธิผลของวัคซีนผ่านการทดสอบประสิทธิภาพวัคซีนซึ่งมีผู้เข้าร่วมโครงการมากถึง 65,000 คน ความสำเร็จดังกล่าวช่วยลดจำนวนผู้ป่วยไข้สมองอักเสบเจอีลงอย่างมีนัยสำคัญ เป็นการป้องกันการติดเชื้อได้อย่างอเนกอนันต์ในไทยและชุมชนทั่วโลก

ในการต่อสู้กับมาลาเรีย AFRIMS ได้ดำเนินก้าวสำคัญในการค้นพบและพัฒนายาต้านมาลาเรียและอุปกรณ์ในการตรวจวินิจฉัย ซึ่งช่วยปกป้องและรักษาผู้คนหลายร้อยล้านชีวิตทั่วโลก ความก้าวหน้าดังกล่าว รวมถึงการอนุญาตจากองค์การอาหารและยาให้ใช้อุปกรณ์ตรวจวินิจฉัยมาลาเรียแบบรวดเร็ว Binax-Now ณ จุดดูแลผู้ป่วย ได้พลิกโฉมการวินิจฉัย ตลอดจนลดอัตราการเสียชีวิตและอัตราการป่วยที่เกี่ยวข้องกับมาลาเรียได้อย่างมีนัยสำคัญ

AFRIMS ดำเนินการวิจัยซึ่งเป็นการค้นพบครั้งสำคัญเกี่ยวกับเอชไอวี/เอดส์ ได้แก่ การทดลองวัคซีน RV 144 ซึ่งเป็นวัคซีนเอชไอวีชนิดแรกและชนิดเดียวที่ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวีในมนุษย์ได้สำเร็จ วัคซีน RV 144 ถือเป็นหนึ่งใน “20 สิ่งประดิษฐ์สำคัญ” ของนิตยสาร Time Magazine ในปี 2552 และการค้นพบครั้งสำคัญนี้ยังนำโลกของเราอีกหนึ่งก้าวเข้าไปใกล้การพัฒนาวัคซีนเอชไอวีที่จะก่อให้เกิดประโยชน์กับหลายล้านคน

ระหว่างการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ทาง AFRIMS ได้รับเอากลยุทธ์การตรวจขององค์การอนามัยโลกมาใช้อย่างรวดเร็วและพิสูจน์ว่ากลยุทธ์ดังกล่าวใช้ได้ผล ซึ่งช่วยให้ไทยมีบทบาทสำคัญในการตรวจหาและควบคุมโรคได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังทำให้ไทยเป็นผู้นำในการต่อสู้กับโควิด-19 อีกด้วย

ในโอกาสครบรอบ 62 ปีแห่งความร่วมมือที่โดดเด่นระหว่างสหรัฐ-ไทย ด้านสุขภาพโลกนี้ เราฉลองความทุ่มเทของ AFRIMS ในการต่อสู้โรคติดเชื้อและผลิตนักวิทยาศาสตร์ชาวไทยรุ่นต่อไป

โพสต์ AFRIMS ฉลองครบรอบ 62 ปีแห่งการบุกเบิกการวิจัยทางการแพทย์และสร้างคุณูปการสำคัญแก่ไทย ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย
ไทย-สหรัฐฯ ร่วมการฝึกการัตประจำปี 2565 เพื่อยกระดับความร่วมมือทางทะเล https://th.usembassy.gov/th/expanding-maritime-partnership-thailand-u-s-2022-carat-exercise/ Mon, 22 May 2023 17:17:00 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=24971

โพสต์ ไทย-สหรัฐฯ ร่วมการฝึกการัตประจำปี 2565 เพื่อยกระดับความร่วมมือทางทะเล ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
ไทย-สหรัฐฯ ร่วมการฝึกการัตประจำปี 2565 เพื่อยกระดับความร่วมมือทางทะเล

อ่าวไทย – กองทัพเรือไทยและสหรัฐอเมริกาเริ่มการฝึกความร่วมมือและความพร้อมทางเรือ หรือ “การัต” (Cooperation Afloat Readiness and Training: CARAT) ประจำปี ครั้งที่ 28 ในวันที่ 23 พฤษภาคม

การฝึกการัตในอ่าวไทยเน้นย้ำถึงความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯ กับไทยที่จะทำให้ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกเสรีและเปิดกว้าง ซึ่งสำคัญยิ่งต่อสันติภาพ ความมั่นคง และเสถียรภาพของภูมิภาค

“การฝึกการัตในไทยเป็นเวลา 28 ปีแสดงถึงพันธไมตรีอันยาวนานระหว่างประชาชนไทยและอเมริกัน” นาวาโท ไบรอัน บันเก ผู้บัญชาการประจำเรือ USS Jackson (LCS 6) กล่าว “เราเล็งเห็นถึงความสำคัญของโอกาสที่จะได้ทำงานร่วมกับกองทัพเรือไทยเพื่อสนับสนุนความร่วมมือด้านความมั่นคงระดับภูมิภาค พร้อมทั้งสร้างเสริมและยกระดับศักยภาพในการทำงานร่วมกัน”

ทั้งสองประเทศจะแสดงถึงขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกันผ่านกิจกรรมมากมาย รวมไปถึงยุทธวิธีที่ออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างการสื่อสารขณะเดินเรือร่วมกันโดยใช้ยุทธวิธีการจัดกระบวนเรือที่ซับซ้อน การฝึกยังรวมไปถึงการติดตามเป้าหมายโดยใช้ความตระหนักรู้ทางทะเลด้วยเครื่องบิน P-8 ซึ่งมุ่งเพิ่มขีดความสามารถของกองทัพเรือในการตามรอยและติดตามเป้าหมายที่อยู่เหนือพิสัยการมองเห็น นอกเหนือไปจากการฝึกค้นหาและกู้ภัย กองทัพเรือของทั้งสองชาติจะได้ฝึกลงจอดเฮลิคอปเตอร์บนเรือของกองทัพเรืออีกฝ่ายด้วย

การแลกเปลี่ยนระหว่างผู้ชำนาญการเฉพาะเรื่องประกอบไปด้วยกิจกรรมการฝึกร่วมมากมายที่มีเป้าหมายเสริมสร้างขีดความสามารถและองค์ความรู้ ของผู้เข้าร่วม

การฝึกนอกชายฝั่งจะดำเนินการในน่านน้ำอาณาเขตและน่านน้ำสากลใกล้สัตหีบและเกาะสมุย โดยสหรัฐฯ ส่งเรือ USS Jackson (LCS 6) และเครื่องบิน P-8A Poseidon ภายใต้กองเรือบัญชาการเฉพาะกิจ (CTF) ที่ 72 เข้าร่วมฝึกกับเรือและอากาศยานจากกองทัพเรือไทยเพื่อมุ่งเสริมสร้างการปฏิบัติการร่วมกันและกระชับความสัมพันธ์ของเรา

กองทัพเรือไทยส่งเรือและอากาศยานเข้าร่วม ได้แก่ เรือฟริเกตจำนวน 3 ลำ คือ เรือหลวงนเรศวร (FFG 421) เรือหลวงบางปะกง (FFG 456) และเรือหลวงกระบุรี (FFG 457) อากาศยาน 1 ลำ คือ S-76B รวมถึงหน่วยฝึกนักประดาน้ำและถอดทำลายอมภัณฑ์

“กองทัพเรือไทยเห็นว่าการฝึกนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการพัฒนาทักษะความรู้ความสามารถ ตลอดจนประสบการณ์ของบุคลากรในกองทัพ” พลเรือโท ไพศาล มีศรี รองผู้บัญชาการกองเรือยุทธการกล่าว “ผมมั่นใจว่าทุกกองกำลังที่เข้าร่วมการฝึกจะได้รับประโยชน์จากการแลกเปลี่ยนด้านเทคนิควิชาการ การฝึกภาคฝึก และการฝึกนอกชายฝั่ง”

การฝึกการัตจัดขึ้นครั้งแรกในปี 2538 และต่อยอดจากความร่วมมืออื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอินโด-แปซิฟิก โดยในแต่ละครั้งจะประกอบไปด้วยการประชุมสัมมนาระหว่างผู้เชี่ยวชาญ และการฝึกนอกชายฝั่งที่ซับซ้อนทันยุคสมัยเพื่อเสริมสร้างการปฏิบัติการร่วม ทั้งสองช่วงประกอบไปด้วยการพัฒนาศักยภาพทางทะเลที่หลากหลาย ตั้งแต่การฝึกถอดทำลายอมภัณฑ์ การยิงปืนใหญ่โดยใช้เครื่องกระสุนจริง การค้นหาและกู้ภัย การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการตอบสนองต่อภัยพิบัติ

เรือ USS Jackson ซึ่งสังกัดกองเรือพิฆาต (DESRON) ที่ 7 ได้เวียนมาประจำการในพื้นที่ปฏิบัติการของกองเรือที่ 7 เพื่อสนับสนุนความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาค ตลอดจนทำงานร่วมกันกับกองทัพเรือของชาติพันธมิตรและหุ้นส่วน เพื่อให้เกิดความมั่นคงและเสถียรภาพทางทะเล อันเป็นเสาหลักของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง

กองเรือพิฆาตที่ 7 เป็นฝูงเรือพิฆาตส่วนหน้าของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีหน้าที่บัญชาการยุทธวิธีและปฏิบัติการของเรือโจมตีชายฝั่งที่เวียนไปประจำการในสิงคโปร์ อีกทั้งยังเป็นกองเรือบัญชาการรบทางทะเลของชุดจู่โจมโพ้นทะเล (Expeditionary Strike Group) ที่ 7 และทำหน้าที่เสริมสร้างความร่วมมือผ่านการฝึกอบรมและกิจกรรมร่วมกับกองทัพของชาติอื่น ๆ อีกด้วย

ดาวน์โหลดรูปภาพเพิ่มเติมได้ที่ https://drive.google.com/drive/folders/1PqamsVT-lAqnKeQsYYQ0EYHwxOrdaHV5

โพสต์ ไทย-สหรัฐฯ ร่วมการฝึกการัตประจำปี 2565 เพื่อยกระดับความร่วมมือทางทะเล ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย
พลเอก ณรงค์พันธ์ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายเสนาธิการทหาร กองทัพบกไทย จะเข้าร่วมการประชุม Land Forces of the Pacific (LANPAC) Conference ณ เกาะโอวาฮู รัฐฮาวาย https://th.usembassy.gov/th/general-narongpan-and-members-of-the-royal-thai-army-rta-general-staff-will-attend-the-land-forces-of-the-pacific-lanpac-conference-in-oahu-hi/ Mon, 15 May 2023 11:22:00 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=24857

โพสต์ พลเอก ณรงค์พันธ์ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายเสนาธิการทหาร กองทัพบกไทย จะเข้าร่วมการประชุม Land Forces of the Pacific (LANPAC) Conference ณ เกาะโอวาฮู รัฐฮาวาย ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
พลเอก ณรงค์พันธ์ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายเสนาธิการทหาร กองทัพบกไทย จะเข้าร่วมการประชุม Land Forces of the Pacific (LANPAC) Conference ณ เกาะโอวาฮู รัฐฮาวาย

พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายเสนาธิการทหาร กองทัพบกไทย จะเข้าร่วมการประชุม Land Forces of the Pacific (LANPAC) Conference ณ เกาะโอวาฮู รัฐฮาวาย ตั้งแต่วันที่ 15-18 พฤษภาคม 2566 โดยเป็นการเยือนสหรัฐอเมริกาครั้งแรกของพลเอก ณรงค์พันธ์ ภายหลังเข้ารับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกของไทย หลังจากนั้น คณะผู้แทนกองทัพบกไทยจะเดินทางเยือนโรงเรียนเตรียมทหารของสหรัฐฯ ที่เมืองเวสต์พอยต์ รัฐนิวยอร์ก, อาคารเพนตากอน, ฐานทัพ Fort Moore รัฐจอร์เจีย และฐานทัพ Joint Base Lewis-McCord รัฐวอชิงตัน ในโอกาสนี้ พลเอก ณรงค์พันธ์จะได้พบปะกับเจ้าหน้าที่กองทัพบกสหรัฐฯ ซึ่งดำเนินการฝึกอบรมแลกเปลี่ยนความรู้กับกองทัพบกไทยเป็นประจำ ตลอดจนเสริมสร้างพันธไมตรีด้านความมั่นคงระหว่างสหรัฐฯ กับไทย

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ LANPAC ได้จาก https://meetings.ausa.org/lanpac/2023/attendee_faqs.cfm

โพสต์ พลเอก ณรงค์พันธ์ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายเสนาธิการทหาร กองทัพบกไทย จะเข้าร่วมการประชุม Land Forces of the Pacific (LANPAC) Conference ณ เกาะโอวาฮู รัฐฮาวาย ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย
สารจากเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ โรเบิร์ต โกเดค https://th.usembassy.gov/th/statement-from-u-s-ambassador-robert-godec-th/ Mon, 15 May 2023 11:18:00 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=24851

โพสต์ สารจากเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ โรเบิร์ต โกเดค ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สารจากเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ โรเบิร์ต โกเดค

เมื่อวานนี้ประชาชนหลายสิบล้านคนได้มีส่วนร่วมในการเลือกตั้งทั่วราชอาณาจักรไทย ในฐานะผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง สื่อมวลชน ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และที่สำคัญที่สุด ผู้ใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้ง สหรัฐอเมริกาในฐานะเพื่อนและพันธมิตรที่ยาวนานของไทย ตั้งตารอที่จะได้ทราบผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

โพสต์ สารจากเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ โรเบิร์ต โกเดค ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย
การฝึกความร่วมมือและความพร้อมทางเรือ หรือ “การัต” (Cooperation Afloat Readiness and Training: CARAT) ในประเทศไทย ประจำปี 2566 https://th.usembassy.gov/th/cooperation-afloat-readiness-and-training-thailand-2023-carat-thailand-23-th/ Fri, 05 May 2023 11:26:00 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=24864

โพสต์ การฝึกความร่วมมือและความพร้อมทางเรือ หรือ “การัต” (Cooperation Afloat Readiness and Training: CARAT) ในประเทศไทย ประจำปี 2566 ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
การฝึกความร่วมมือและความพร้อมทางเรือ หรือ “การัต” (Cooperation Afloat Readiness and Training: CARAT) ในประเทศไทย ประจำปี 2566

การฝึกความร่วมมือและความพร้อมทางเรือ หรือ “การัต” (Cooperation Afloat Readiness and Training: CARAT) ในประเทศไทย ประจำปี 2566 จะจัดขึ้นที่ชายฝั่งทะเลในอำเภอสัตหีบ ประเทศไทย และนอกชายฝั่งในอ่าวไทย ระหว่างวันที่ 8-15 พฤษภาคม 2566 การฝึกการัตในประเทศไทย ประจำปี 2566 เป็นการฝึกซ้อมระดับทวิภาคีระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา ซึ่งส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาค สนับสนุนและเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนทางทะเล รวมถึงยกระดับการปฏิบัติการร่วมทางทะเลระหว่างกองทัพเรือของทั้งสองประเทศ การฝึกการัตระดับพหุภาคีในปีนี้ระหว่างสหรัฐฯ และประเทศภาคีต่าง ๆ เป็นการฝึกครั้งที่ 29 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของกองทัพเรือของสหรัฐฯ และภาคีในการปฏิบัติการร่วมเพื่อรับมือความท้าทายด้านความมั่นคงทางทะเลแบบดั้งเดิมและในรูปแบบใหม่ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

โพสต์ การฝึกความร่วมมือและความพร้อมทางเรือ หรือ “การัต” (Cooperation Afloat Readiness and Training: CARAT) ในประเทศไทย ประจำปี 2566 ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย
USTDA ส่งเสริมความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทานในประเทศไทย https://th.usembassy.gov/th/ustda-promotes-supply-chain-resilience-in-thailand-th/ Wed, 01 Mar 2023 11:32:00 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=24872

โพสต์ USTDA ส่งเสริมความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทานในประเทศไทย ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
USTDA ส่งเสริมความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทานในประเทศไทย

วันนี้ องค์การการค้าและการพัฒนาของสหรัฐอเมริกา (USTDA) ประกาศว่าได้มอบทุนสนับสนุนแก่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กระทรวงคมนาคมของไทย สำหรับความช่วยเหลือด้านวิชาการเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายธุรกิจห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนขับเคลื่อนการลดการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ของระบบขนส่งสินค้าในไทย ความช่วยเหลือของ USTDA ครั้งนี้จะสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบและงานด้านโลจิสติกส์ ซึ่งทำให้การขนส่งสินค้าทางถนนเปลี่ยนไปเป็นทางรางได้ง่ายขึ้น

“โครงการนี้จะลดการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ปรับปรุงความปลอดภัยบนท้องถนน และเพิ่มประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย” อีโน ที. อีบอง ผู้อำนวยการ USTDA กล่าว “ความร่วมมือของเรากับกระทรวงคมนาคมจะสนับสนุนความพยายามของไทยในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ระดับภูมิภาค อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้บริษัทสหรัฐฯ ได้เข้าร่วมในหนึ่งในโครงการริเริ่มด้านการขนส่งสะอาดที่สำคัญที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

ทุนสนับสนุนที่ USTDA มอบให้จะช่วยระบุงานด้านที่ต้องปรับปรุงในโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และการดำเนินงาน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบของไทย อีกทั้งจะเตรียมการออกแบบเชิงเทคนิคสำหรับสถานที่ที่รองรับระบบขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบที่มีลักษณะเฉพาะ ซึ่งสามารถนำไปใช้เพื่อทดสอบแนวคิดและแสดงถึงประสิทธิผลของการขนส่งสินค้าแบบบูรณาการระหว่างบริษัทขนส่งทางถนนและทางรางได้

เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย โรเบิร์ต เอฟ. โกเดค กล่าวว่า “การส่งเสริมความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาคเป็นหนึ่งในเสาหลักของกรอบเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิก สหรัฐฯ ภูมิใจที่ได้ช่วยไทยสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบขนส่งที่สำคัญต่อเครือข่ายธุรกิจห่วงโซ่อุปทานของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อม ๆ ไปกับการแสดงให้เห็นว่าไทยจะบรรลุเป้าหมายการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ท้าทายด้วยโซลูชันที่ยั่งยืนได้อย่างไร”

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า “กระทรวงคมนาคมกำลังส่งเสริมระบบขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบและงานด้านโลจิกติกส์ให้มีการใช้การขนส่งทุกรูปแบบอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อไทยจะกลายเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งระดับภูมิภาค โครงการนี้จะเป็นก้าวสำคัญไปสู่ความสำเร็จของเรา”

ดร. ปัญญา ชูพานิช ผู้อำนวยการ สนข. กล่าวว่า “โครงการนี้จะช่วยไทยเร่งผลักดันการเปลี่ยนไปใช้ระบบขนส่งรูปแบบใหม่ โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ระดับภูมิภาค ความช่วยเหลือนี้จะระบุปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐานและพัฒนาการดำเนินงานที่สำคัญเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการขนส่งและโลจิสติกส์ของไทย ตลอดจนลดการปล่อยแก๊สคาร์บอน และปรับปรุงความปลอดภัยบนท้องถนน ความร่วมมือของเราจะเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานร่วมกันที่ดีเยี่ยม”

โครงการนี้ช่วยขับเคลื่อนเป้าหมาย Global Partnership for Climate-Smart Infrastructure ของ USTDA ซึ่งเป็นการเชื่อมอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ เข้ากับโครงการด้านการพัฒนาพลังงานสะอาดและการขนส่งที่สำคัญ ๆ ในตลาดเกิดใหม่ อีกทั้งยังสนับสนุนกรอบเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิก ผ่านการส่งเสริมโลจิสติกส์ของห่วงโซ่อุปทานและการเชื่อมโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมที่สำคัญ

องค์การการค้าและการพัฒนาแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Trade and Development Agency) หรือ USTDA ช่วยให้เกิดการสร้างงานในบริษัทของสหรัฐฯ ผ่านทางการส่งออกสินค้าและบริการให้แก่โครงการด้านการพัฒนาที่สำคัญ ๆ ในเขตเศรษฐกิจเกิดใหม่ USTDA เชื่อมโยงธุรกิจของสหรัฐฯ กับโอกาสการส่งออกโดยให้ทุนสนับสนุนกิจกรรมการเตรียมการดำเนินงานในโครงการและการสร้างความเป็นหุ้นส่วน ซึ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน และส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจในประเทศภาคี

สื่อมวลชนสามารถสอบถามข้อมูลได้จาก Paul Marin | 1 (703) 875-4357

โพสต์ USTDA ส่งเสริมความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทานในประเทศไทย ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย
USTDA ช่วยไทยสู้มะเร็ง https://th.usembassy.gov/th/ustda-assists-thailands-fight-against-cancer-th/ Mon, 26 Sep 2022 11:52:00 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=24898

โพสต์ USTDA ช่วยไทยสู้มะเร็ง ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
USTDA ช่วยไทยสู้มะเร็ง

องค์การการค้าและการพัฒนาของสหรัฐอเมริกา (USTDA) ประกาศว่าได้มอบทุนช่วยเหลือแก่บริษัทอมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ของไทย เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาศูนย์มะเร็งระดับภูมิภาคใน จ.ชลบุรี ความช่วยเหลือของ USTDA ในครั้งนี้จะขับเคลื่อนเป้าประสงค์ของ บมจ. อมตะ คอร์ปอเรชัน และประเทศไทยในการช่วยให้ผู้คนหลายแสนคนในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตอนล่างเข้าถึงการดูแลรักษามะเร็งระดับโลกได้

“การปรับปรุงการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่มีคุณภาพเป็นหนึ่งในประเด็นที่ USTDA ให้ความสำคัญในประเทศไทยและเขตเศรษฐกิจเกิดใหม่อื่น ๆ ทั่วโลก” อีโน ที. อีบอง ผู้อำนวยการ USTDA กล่าว “โครงการนี้จะช่วยให้บริษัทสหรัฐฯ มีโอกาสมากมายในการนำเสนอบรรดาเทคโนโลยีด้านสุขภาพที่ล้ำสมัยซึ่งศูนย์มะเร็งต้องการ”

การศึกษาของ USTDA จะช่วยให้ บมจ. อมตะ คอร์ปอเรชัน มีข้อมูลและผลการวิเคราะห์ที่จำเป็นต่อการพัฒนาศูนย์มะเร็งแห่งใหม่ในระยะต่าง ๆ โดยศูนย์แห่งนี้จะช่วยผลักดันความมุ่งหมายของไทยในการเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้งยังเป็นส่วนแรกของการพัฒนาโครงการ “เมดิทาวน์” แบบครบวงจรของอมตะด้วย

“การสนับสนุนอย่างเต็มที่จาก USTDA ควรแก่เวลา เนื่องจากเป็นหมุดหมายสำคัญสู่การพัฒนาศูนย์กลางทางการแพทย์และชีววิทยาศาสตร์ของไทย ร่วมกับภาคีทางยุทธศาสตร์ของเรา นั่นคือ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (ทีเซลส์) และโรงพยาบาลศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล และเราตั้งตารอที่จะได้ร่วมงานกับภาคีศูนย์มะเร็งระดับโลกในสหรัฐฯ ด้วย” วิกรม กรมดิษฐ์ ประธาน บมจ. อมตะ คอร์ปอเรชัน กล่าว

ลีน่า อึ้ง ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บมจ. อมตะ คอร์ปอเรชัน เสริมว่า “ศูนย์แห่งนี้จะให้บริการด้านการแพทย์ระดับโลกผ่านความร่วมมือระดับนานาชาติกับผู้นำอุตสาหกรรมด้านสำคัญ ๆ เช่น การผลิตยา อุปกรณ์ทางการแพทย์ และการวิจัย สหรัฐฯ มีความเป็นเลิศระดับสากลในฐานะผู้นำด้านสุขภาพและวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านพันธุกรรมบำบัดและเซลล์บำบัด การศึกษาครั้งนี้จะยกระดับความร่วมมือของเรากับผู้ให้บริการชั้นนำด้านการดูแลรักษามะเร็งของสหรัฐฯ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยมะเร็งในเอเชียเข้าถึงวิธีการรักษาใหม่ ๆ ได้มากขึ้น”

อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย เกว็น คาร์ดโน กล่าวว่า “โรคระบาดใหญ่แสดงให้เราทั้งหลายเห็นแล้วว่า การให้การดูแลทางการแพทย์ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศในระดับสูงสุด และการดูแลผู้ป่วยมะเร็งก็เช่นเดียวกัน ด้วยการดำเนินงานผ่าน USTDA รัฐบาลสหรัฐฯ ภูมิใจที่ได้ทำงานร่วมกับไทยเพื่อส่งเสริมโซลูชันอันทันสมัยของสหรัฐฯ ในการดูแลรักษาโรคมะเร็งเพื่อเสริมสร้างระบบสุขภาพของไทย”

ความช่วยเหลือที่ USTDA มอบให้แก่ บมจ. อมตะ คอร์ปอเรชัน จะขับเคลื่อนหนึ่งในเสาหลักของกรอบความร่วมมือ Partnership for Global Infrastructure and Investment ภายใต้รัฐบาลไบเดน-แฮร์ริส ซึ่งมุ่งเสริมสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพโลกผ่านการลงทุนในบริการสาธารณสุขที่เน้นผู้รับบริการ นอกจากนี้ ยังสนับสนุนนโยบายประเทศไทย 4.0 เพื่อฟื้นฟูโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกของประเทศในพื้นที่ จ.ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา

บริษัทของสหรัฐฯ ที่สนใจส่งข้อเสนอสำหรับโครงการศึกษาความเป็นไปได้นี้ สามารถดูข้อมูลได้ที่ www.ustda.gov/work/bid-on-an-overseas-project

โพสต์ USTDA ช่วยไทยสู้มะเร็ง ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย
คำกล่าวโดยอุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย เกว็น คาร์ดโน ณ พิธีรำลึกขบวนการเสรีไทย https://th.usembassy.gov/th/remarks-by-u-s-charge-daffaires-gwen-cardno-at-commemoration-of-seri-thai-movement-th/ Wed, 07 Sep 2022 11:57:00 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=24909

โพสต์ คำกล่าวโดยอุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย เกว็น คาร์ดโน ณ พิธีรำลึกขบวนการเสรีไทย ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
คำกล่าวโดยอุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย เกว็น คาร์ดโน ณ พิธีรำลึกขบวนการเสรีไทย

Remarks by U.S. Chargé d’Affaires Gwen Cardno Commemoration of Seri Thai Movement

 

2 กันยายน 2565

สวัสดีค่ะ ดิฉันขอขอบคุณสถาบันบันฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ที่ได้กรุณาเป็นเจ้าภาพจัดงานนี้และมีความมุ่งมั่นพยายามเสมอมาที่จะให้ชาวไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญของขบวนการเสรีไทย ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ท่านประธานองคมนตรี พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้กรุณามาเป็นประธานพิธีในวันนี้ สุดท้ายนี้และสำคัญที่สุด ดิฉันขอขอบคุณครอบครัวเหล่าวีรชนจากขบวนการเสรีไทย ที่เป็นตัวแทนความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและยืนยาวระหว่างสหรัฐอเมริกาและราชอาณาจักรไทย

ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาร่วมรำลึกถึงผู้กล้าหาญแห่งขบวนการเสรีไทยที่เสียสละตนเป็นอย่างยิ่งในการต่อสู้เพื่อปกป้องอธิปไตยและเสรีภาพของประเทศไทย เรื่องราวของพวกเขาเป็นตัวอย่างที่สะท้อนถึงความสำคัญของมิตรภาพอันยาวนานระหว่างเราทั้งสองชาติ ขบวนการเสรีไทยเป็นเรื่องราวแห่งความกล้าหาญที่ยิ่งใหญ่ ทั้งยังเป็นการย้ำเตือนให้เราทราบถึงความสำคัญของผลประโยชน์ที่หยั่งรากลึกในการปกป้องอธิปไตยของชาติอันเป็นภารกิจสำคัญอันดับต้น ๆ ที่เราทั้งสองชาติมีร่วมกัน

อาสาสมัครเสรีไทยได้รับความเคารพ ชื่นชม และรักใคร่อย่างมากจากเพื่อนร่วมปฏิบัติการชาวอเมริกัน งานของเสรีไทยถือเป็นรากฐานสำคัญแห่งชัยชนะของฝ่ายสัมพันธมิตร แม้ไทยจะประกาศสงครามกับฝ่ายสัมพันธมิตรชาติอื่น ๆ แต่สหรัฐฯ ก็ไม่เคยถือว่าไทยเป็นข้าศึกในสงครามแต่อย่างใด แต่กลับสร้างเสริมความสัมพันธ์ที่สำคัญยิ่งกับขบวนการเสรีไทย หลังสิ้นสุดสงคราม กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ โต้แย้งและยืนยันว่า “ไทยเป็นประเทศที่มีเสรีภาพและเอกราช มีอธิปไตยเฉกเช่นเดิม ทั้งยังปกครองโดยรัฐบาลที่เลือกขึ้นเอง” การสนับสนุนดังกล่าวเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นอันยาวนานที่สหรัฐฯ มีต่อไทยและการปกป้องอธิปไตยของไทย

ในยามวิกฤตเมื่อชะตาของไทยและทั้งโลกแขวนอยู่บนเส้นด้าย อาสาสมัครเสรีไทยได้ผนึกกำลังกับสหรัฐฯ เพื่อต่อสู้และปกป้องเสรีภาพ ดิฉันขอสดุดีบุคคลผู้กล้าหาญเหล่านี้ ความเสียสละของพวกเขาปูทางสู่ความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งระหว่างสหรัฐฯ กับไทยจวบจนทุกวันนี้ ประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติมีมาอย่างยาวนานและยั่งยืน แต่ในการมาพบกันที่นี่ ในวันนี้ เราไม่ได้กล่าวถึงแต่ประวัติศาสตร์ในอดีตเท่านั้น วันนี้ยังเป็นโอกาสให้เราได้พิจารณาถึงช่วงเวลาสำคัญแห่งประวัติศาสตร์ในแง่มุมของ “บทเรียนสำคัญสำหรับอนุชนรุ่นหลัง” อีกด้วย

แม้ดิฉันจะอยู่ที่ประเทศไทยได้ไม่ถึงเดือน แต่ก็ตระหนักเป็นอย่างดีมานานแล้วถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างเราสองประเทศ ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาที่นี่ ในวันนี้ และมีโอกาสได้พบปะกับลูกหลานของทหารผู้กล้าเหล่านี้ เรื่องราวของพวกเขาแสดงถึงความมุ่งมั่นร่วมกันที่เรามีต่ออธิปไตย ซึ่งมีความสำคัญยิ่งต่อการก่อร่างสร้างอนาคตของเรา ในขณะที่เราเตรียมการเฉลิมฉลองครบรอบ 190 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันในปีหน้านั้น เรื่องราวมิตรภาพของขบวนการเสรีไทยเป็นตัวอย่างอันดีเยี่ยมของความร่วมมือและพันธไมตรี ซึ่งจะยังคงเป็นเสาหลักเสริมสร้างความสัมพันธ์ของเราต่อไปอีกยาวไกลในอนาคต

เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ท่านบลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ มาเยือนประเทศไทย ทั้งท่านบลิงเคน และท่านดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ได้ดำเนินการสานต่อความเป็นหุ้นส่วนดังกล่าว ซึ่งเราได้พัฒนามาตลอดหลายปี เราได้บรรลุอีกก้าวสำคัญทางประวัติศาสตร์ ด้วยการร่วมกันลงนามในแถลงการณ์ว่าด้วยความเป็นพันธมิตรและหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา การลงนามครั้งนี้เป็นรากฐานสำคัญสำหรับการขยายความร่วมมือระดับทวิภาคีของเราในอีก 190 ปีข้างหน้า กล่าวโดยย่อคือ เราจะทำงานร่วมกันเพื่อผลประโยชน์ของชาวอเมริกันและไทย ทั้งปัจจุบันและอนาคต

ความเสียสละทั้งหมดของทหารอเมริกันและไทยจะยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้แก่เราต่อไป เราต้องจดจำบทเรียนในอดีตในการเดินหน้าสร้างอนาคตของเรา ชาวไทยและอเมริกันหลายต่อหลายรุ่นรู้สึกสำนึกในบุญคุณของเสรีไทยผู้รักชาติ ความมุ่งมั่นอย่างไม่ระย่อของพวกเขาต่อเอกราชของชาติช่วยให้เรามาอยู่ ณ จุดที่เป็นอยู่ในปัจจุบันได้

เมื่อมองไปยังวันข้างหน้า ดิฉันขอใช้โอกาสนี้กล่าวถึงคนรุ่นใหม่ผู้ปราดเปรื่องที่จะช่วยกันสรรค์สร้างอนาคต ซึ่งหลายท่านก็ได้มาอยู่ที่นี่ในวันนี้ ดิฉันรู้สึกดีใจที่ได้มีโอกาสแสดงความยินดีกับนักศึกษาเหล่านี้ที่ช่วยกันทำงานเพื่อรำลึกถึงขบวนการเสรีไทยด้วยการแข่งขันการจัดทำวิดีโอ ซึ่งเราจะได้รับชมกันในอีกสักครู่

สำหรับคนรุ่นใหม่ที่มาอยู่ที่นี่ในวันนี้ เรารอคอยที่จะได้เห็นพวกท่านสืบทอดเจตนารมณ์อันแรงกล้าของเสรีไทยในการปกป้องเอกราชและในความรักชาติต่อไป ดิฉันอยากเชิญชวนให้ทุกท่านร่วมรำลึกถึงจิตวิญญาณของอาสาสมัครเสรีไทยที่จะคงอยู่ตลอดไป ในขณะที่ท่านกำลังจะเป็นผู้นำในอนาคต

ดิฉันขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านอีกครั้งที่ยังคงทำงานอย่างอุทิศทุ่มเทเพื่อให้เรื่องราวแห่งประวัติศาสตร์หน้าสำคัญนี้ยังคงดำรงอยู่ในความทรงจำของผู้คนตลอดไป ขอให้เราทั้งสองชาติ หุ้นส่วนอันยาวนานทั้งในเวลาแห่งสงครามและสันติภาพ ยังคงร่วมกันทำงานเพื่อนำมาซึ่งสันติภาพ ความมั่นคง และความเจริญรุ่งเรืองของโลก สืบไป

โพสต์ คำกล่าวโดยอุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย เกว็น คาร์ดโน ณ พิธีรำลึกขบวนการเสรีไทย ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย