มัลติมีเดีย Archives - สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย https://th.usembassy.gov/th/category/multimedia-th/ Wed, 10 Sep 2025 02:30:04 +0000 th hourly 1 ร่วมค้นหาสิ่งมหัศจรรย์ในป่าของไทยไปกับ Virtual Jungle Thailand https://th.usembassy.gov/th/virtual-jungle-thailand-th/ Sat, 13 Jul 2024 11:47:20 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=22318

โพสต์ ร่วมค้นหาสิ่งมหัศจรรย์ในป่าของไทยไปกับ Virtual Jungle Thailand ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
ร่วมค้นหาสิ่งมหัศจรรย์ในป่าของไทยไปกับ Virtual Jungle Thailand

  1. National Geographic Photo Ark ภารกิจพิทักษ์สรรพสัตว์ผ่านภาพถ่าย
  2. ร่วมค้นหาสิ่งมหัศจรรย์ในป่าของไทยไปกับ Virtual Jungle Thailand

ยินดีต้อนรับสู่ Virtual Jungle Thailand

ครั้งแรกของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยกับโครงการสนับสนุนการพัฒนาเครื่องมือเทคโนโลยีทางการศึกษาเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่า Virtual Jungle Thailand โครงการดิจิทัลล้ำสมัยที่มีเป้าหมายสนับสนุนความพยายามของสหรัฐฯ และไทยในการดำเนินงานเพื่ออนุรักษ์สัตว์ป่า พร้อมทั้งสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับภัยคุกคามสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ในประเทศไทย

Virtual Jungle Thailand ได้ผสานโลกจริงกับโลกดิจิทัลเข้าด้วยกันผ่านการใช้เทคโนโลยี Extended Reality (XR) และ Augmented Reality (AR) เพื่อนำเสนอการดำเนินงานของสหรัฐฯ และไทยในฐานะหุ้นส่วนด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่า ในโครงการนี้มีการจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปให้แก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยปกป้องสัตว์ป่า ตลอดจนสร้างความตระหนักรู้ว่าทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการพิทักษ์สัตว์ป่าได้


ร่วมค้นหาสิ่งมหัศจรรย์ในป่าของไทยไปกับ Virtual Jungle Thailand

สำรวจผ่านเทคโนโลยี XR และ AR: สัมผัสประสบการณ์การผสมผสานโลกดิจิทัลและโลกจริงเข้าด้วยกัน ร่วมเรียนรู้เกี่ยวกับความร่วมมือของสหรัฐฯและไทยในการพิทักษ์สัตว์ป่า

เข้าร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปกิจกรรมเวิร์กช็อปของเราออกแบบมาเพื่อให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปได้เรียนรู้เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีเพื่อปกป้องสัตว์ป่า โครงการนี้แสดงให้เห็นว่าทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในความพยายามด้านการอนุรักษ์ที่สำคัญเหล่านี้ได้

ขยายขอบเขตการเรียนรู้:

คุณเคยฝันถึงการได้ใกล้ชิดกับบรรดาสัตว์ป่าน่าอัศจรรย์ของไทยโดยไม่ทำอันตรายพวกมันหรือเปล่า “Virtual Jungle Thailand” จะช่วยให้ฝันของคุณเป็นจริง! แอปพลิเคชันสร้างโลกเสมือนจริงนี้จะแนะนำให้คุณได้รู้จักกับสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ได้ง่าย ๆ ผ่านหน้าจอสมาร์ตโฟน

  • สแกน QR Code: เตรียมพบกับสรรพสัตว์ในรูปแบบสามมิติขยับไปมาอยู่ตรงหน้าคุณ
  • เก็บภาพและวิดีโอ: บันทึกภาพของคุณร่วมกับเหล่าสัตว์ป่าเสมือนจริงสุดอัศจรรย์
  • ส่งต่อความรู้เรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ที่สหรัฐฯ และไทยร่วมกันทำงานอย่างหนักเพื่ออนุรักษ์เอาไว้ ติดแฮชแท็ก #VirtualJungleTH เพื่อแชร์ประสบการณ์และไอเดียในการปกป้องสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์

วิธีการใช้แอปพลิเคชัน

  1. สแกน QR Code ผ่านแอพ ‘Styly’

QR code

QR code

  1. เสือโคร่งจะปรากฎขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์

screenshot of a tiger

  1. กดที่แว่นขยายเพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและวิธีอนุรักษ์เสือโคร่งอินโดจีน

screenshot of instructions

ร่วมกันอนุรักษ์สัตว์ป่า

แอปพลิเคชันของเราส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายกับสัตว์ป่า พร้อมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในการพิทักษ์สัตว์ป่าของประเทศไทย

“Virtual Jungle Thailand” ไม่ใช่แค่แอปพลิเคชัน แต่เป็นก้าวสำคัญสู่อนาคตที่สดใสของสิ่งมีชีวิตสุดพิเศษเหล่านี้ เรามุ่งมั่นให้ความรู้และสนับสนุนให้ผู้ใช้งานรู้จักสัตว์ป่าผ่านหน้าจอ เพื่อลดจำนวนผู้เข้าชมสวนสัตว์เปิดและสวนเสือที่สัตว์ป่าต่างถูกด้อยค่าเพราะการแสวงหาผลกำไรจากการท่องเที่ยว เพียงแค่คุณเข้าชมสัตว์ป่าในโลกเสมือนจริง ก็สร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อการอนุรักษ์สัตว์ป่าของไทยได้


ลงมือกันเลย

ทุกการกระทำล้วนมีค่า มาเยี่ยมชมและเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าอย่างมีจิตสำนึก และจุดประกายแรงบันดาลใจเพื่อร่วมอนุรักษ์สัตว์ป่าไปด้วยกัน

พบเห็นรีบแจ้งหากพบเห็นการลักลอบค้าขายหรือทารุณกรรมสัตว์ป่า โปรดแจ้งสายด่วน 1362 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

มาร่วมภารกิจพิทักษ์สัตว์ป่าของประเทศไทย เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Virtual Jungle Thailand และช่วยกันสร้างอนาคตที่สดใสให้กับสัตว์ป่าไทยไปด้วยกัน

สแกนคิวอาร์โค้ดที่นี่

QR code
เสือโคร่งอินโดจีน
QR code
ลิ่นชวา
QR code
เต่ามะเฟือง
นกเงือก
นกเงือก

 

 

QR code
เสือโคร่งอินโดจีน

เกี่ยวกับผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน: กัลยา โกวิทวิสิทธิ์

Kalaya Kovidvisith
Kalaya Kovidvisith

 

คุณกัลยา โกวิทวิสิทธิ์ ผู้นำแถวหน้าด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์และนวัตกรรมนำสมัย มีความเชี่ยวชาญในหลากหลายสายงาน และเป็นอาจารย์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คุณกัลยาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท สาขา Design Computation จากมหาวิทยาลัย Massachusetts Institute of Technology (MIT) และได้ผสมผสานความรู้ในการออกแบบเข้ากับความสนใจในการส่งเสริมชุมชนสร้างสรรค์ระดับโลก ในฐานะกรรมการผู้จัดการ FABLAB Thailand และผู้ร่วมก่อตั้ง FabCafe คุณกัลยามีบทบาทสำคัญในการสร้างเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญระดับโลกด้านการสร้างผลิตภัณฑ์ บริการ และเทคโนโลยีสำหรับอนาคต FabCafe เป็นศูนย์กลางการทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์และการสำรวจเทคโนโลยีที่มีสาขาอยู่ในเมืองต่าง ๆ ทั่วโลก เช่น โตเกียว กรุงเทพฯ บาร์เซโลนา เกียวโต และไทเป

คุณกัลยามุ่งมั่นทุ่มเทในด้านการเป็นผู้ประกอบการและสร้างสรรค์นวัตกรรม จนได้รับการยอมรับในเวทีระดับโลก โดยได้รับเลือกให้เป็นผู้แทนเข้าร่วมการประชุม Global Entrepreneur Summit ปี 2558 และเป็นตัวแทนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในงาน Asia Pacific Weeks ที่กรุงเบอร์ลินในปี 2559 ปัจจุบันคุณกัลยาเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการของ Global Hardware University องค์กรส่งเสริมสตาร์ตอัปด้านฮาร์ดแวร์ในเกาหลี และได้เข้าร่วมในโครงการ On Deck Climate Tech Fellowship คุณกัลยาเคยเข้าร่วมและเป็นตัวแทนเข้าร่วมการประชุม Global Entrepreneurship Summit ปี 2558 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงไนโรบี ประเทศเคนยา ซึ่งต่อมากลายเป็นแรงบันดาลใจให้เธอเริ่มทำโปรเจ็กต์โดยใช้เทคโนโลยี XR เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์สัตว์ป่า คุณกัลยาพัฒนาเครื่องมือเทคโนโลยีทางการศึกษาชื่อ Endangered Species Lab เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในระบบนิเวศป่าไม้ และจำลองผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการตัดไม้ทำลายป่า ความมุ่งมั่นของเธอในการส่งเสริมเยาวชนในด้านเทคโนโลยีและการเป็นผู้ประกอบการยังปรากฏให้เห็นในโครงการที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาให้เงินทุนสนับสนุน ซึ่งเป็นโครงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ยกย่องภูมิปัญญาท้องถิ่น และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ

ข้อมูลเบื้องต้น: สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ สนับสนุนความพยายามในการหยุดยั้งการลักลอบค้าสัตว์ป่าในไทย

สหรัฐฯ เป็นพันธมิตรและหุ้นส่วนใกล้ชิดของไทยมาตลอด 2 ศตวรรษในความร่วมมือหลากหลายด้าน รวมถึงการอนุรักษ์สัตว์ป่า หน่วยงานต่าง ๆ เช่น สำนักงานกิจการปลาและสัตว์ป่าของสหรัฐฯ (FWS) ฝ่ายความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายและยาเสพติด (INL) และองค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID) ร่วมมือกับภาคีชาวไทยเพื่อต่อสู้กับการลักลอบค้าสัตว์ป่าในไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ในปี 2567 สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญออนไลน์ “Virtual Jungle Thailand” เพื่อส่งเสริมความพยายามของสหรัฐฯ และไทยในการอนุรักษ์สัตว์ป่าและสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับภัยคุกคามสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ในประเทศไทย

โพสต์ ร่วมค้นหาสิ่งมหัศจรรย์ในป่าของไทยไปกับ Virtual Jungle Thailand ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย Great Seal of the United States
National Geographic Photo Ark ภารกิจพิทักษ์สรรพสัตว์ผ่านภาพถ่าย https://th.usembassy.gov/th/national-geographic-photo-ark-th/ Fri, 12 Jul 2024 23:45:00 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=22035

โพสต์ National Geographic Photo Ark ภารกิจพิทักษ์สรรพสัตว์ผ่านภาพถ่าย ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
National Geographic Photo Ark ภารกิจพิทักษ์สรรพสัตว์ผ่านภาพถ่าย
Event promotion next to image of tiger

National Geographic Photo Ark exhibition

  1. National Geographic Photo Ark ภารกิจพิทักษ์สรรพสัตว์ผ่านภาพถ่าย
  2. ร่วมค้นหาสิ่งมหัศจรรย์ในป่าของไทยไปกับ Virtual Jungle Thailand

สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ภูมิใจเสนอนิทรรศการ National Geographic Photo Ark ซึ่งจัดแสดงผลงานภาพถ่ายอันน่าตื่นตาตื่นใจของโจเอล ซาร์ทอรี ช่างภาพและนักสำรวจเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ผู้มีชื่อเสียง นิทรรศการดังกล่าวจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-29 กรกฎาคม 2567 ที่ชั้น 3 โซน Living Hall สยามพารากอน โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ จัดขึ้นเพื่อนำเสนอความร่วมมือสหรัฐฯ-ไทยในการดำเนินงานเพื่ออนุรักษ์สัตว์ป่า

โครงการ National Geographic Photo Ark ที่ซาร์ทอรีริเริ่มขึ้นในปี 2549 เป็นโครงการที่มีเป้าหมายเพื่อเก็บรวบรวมภาพถ่ายของสัตว์ทุกสายพันธุ์ที่อยู่ในสวนสัตว์ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทั่วโลก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนหันมาสนใจและปกป้องสัตว์เหล่านี้ให้ยังคงอยู่ต่อไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน โครงการ National Geographic Photo Ark เป็นโครงการที่สร้างความตระหนักรู้ และมีความโดดเด่นในการตรึงความสนใจของผู้คนไปสู่ภาพถ่ายสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ก่อนที่จะสายเกินไป นอกจากจะเป็นการสร้างบันทึกเล่มสำคัญให้กับคนรุ่นหลังแล้ว โครงการนี้ยังเป็นช่องทางแห่งความหวังเพื่อการอนุรักษ์ รวมถึงนำเสนอความพยายามของบุคคลและองค์กรที่ทำงานด้านการอนุรักษ์สัตว์สายพันธุ์ต่าง ๆ ทั่วโลก

ภารกิจพิทักษ์สรรพสัตว์ผ่านภาพถ่าย
นิทรรศการ ภารกิจพิทักษ์สรรพสัตว์ผ่านภาพถ่าย จะจัดแสดงภาพถ่ายสุดตราตรึงใจของซาร์ทอรี และเปิดโอกาสพิเศษให้ผู้เข้าชมได้ใกล้ชิดกับสรรพสัตว์ในชุดภาพถ่ายของโครงการ National Geographic Photo Ark รวมถึงสัตว์ประจำถิ่นของไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นิทรรศการดังกล่าวยังให้ความรู้กับผู้ชมเกี่ยวกับโครงการ เป้าหมาย และการดำเนินงานอนุรักษ์สัตว์ป่า ตลอดจนช่วยให้ผู้ชมทุกช่วงวัยมีส่วนร่วมผ่านเนื้อหาสาระและกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

นิทรรศการหมุนเวียน Photo Ark ที่มีชื่อเสียงระดับโลกนี้จัดแสดงในประเทศไทยเป็นครั้งแรกภายใต้การจัดการของผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ คุณทอม โพธิสิทธิ์ ช่างภาพร่วมสมัยชื่อดังของไทย

ตารางกิจกรรมช่วงนิทรรศการ

13 กรกฎาคม 2567

ชั้น 3 Living Hall สยามพารากอน

เวลา หัวข้อเสวนา ผู้บรรยาย
13:00-15:00 เวิร์กช็อปการถ่ายภาพ: สำรวจความซับซ้อนของแมลงและสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กผ่านภาพถ่าย

เวิร์กช็อปแนะแนวชี้นำเทคนิคและหลักการของการถ่ายภาพแมลงและสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก โดยมุ่งเน้นไปที่การเล่าเรื่องด้วยภาพในแง่ของการสื่อสารทางวิทยาศาสตร์ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้เรียนรู้วิธีการใช้การถ่ายภาพมาโครเพื่อถ่ายภาพที่สามารถมองเห็นรายละเอียดต่าง ๆ ชัดเจน และสร้างภาพที่มีความดึงดูดต่อสายตาผู้คนซึ่งจะช่วยให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับรู้และมีความซาบซึ่งต่อสิ่งมีชีวิตที่มักถูกมองข้ามเหล่านี้

กฤตินันท์ ตันตราภรณ์

 

15 กรกฎาคม 2567

ชั้น 4 SCBx สยามพารากอน

เวลา หัวข้อเสวนา ผู้บรรยาย
12:00-13:00 ไทยพีบีเอสเสนอ Andaman Legacy

ผู้ผลิตสารคดี “มรดกอันดามัน” จะพูดถึงความหลากหลายทางชีวภาพและความอุดมสมบูรณ์ของอันดามัน รวมถึงการอนุรักษ์เพื่อส่งต่อให้คนรุ่นหลัง

ไทยพีบีเอส,
พลพิชญ์ คมสัน,
ชุตินันท์ โมรา
13:30-15:00 การมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่ในการอนุรักษ์: ความคิดริเริ่มและแรงบันดาลใจ

สายป่านจะพูดถึงผลกระทบสำคัญที่สื่อและบุคคลสาธารณะสามารถมีต่อการศึกษาและความพยายามในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนเพื่อเป็นผู้รักษาสิ่งแวดล้อม ส่วนอริณชย์และอริสาจะเล่าถึงการเดินทางและโครงการอนุรักษ์ของพวกเขา และกระตุ้นให้เยาวชนมีบทบาทในการดำเนินงานเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม<.p>

สายป่าน อภิญญา สกุลเจริญสุข,
อริณชย์ ทองแตง (Below the Tides),
อริสา ทองแตง (Below the Tides)
15:30-16:30 พลังของการสื่อสารผ่านภาพถ่าย: การเล่าเรื่องและจุดประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม

นักข่าวรุ่นใหม่ ณภัทร เวชชศาสตร์ และพลอยธิดา เกตุแก้ว จะนำเราผ่านกระบวนการคิดและสำรวจบทบาทของการสื่อสารด้วยภาพในการแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยเน้นความสำคัญของการเล่าเรื่องเพื่อสร้างความตระหนักและกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง พวกเขาจะพูดคุยเกี่ยวกับความท้าทาย เทคนิค และกลยุทธ์ที่ใช้ในการสร้างเรื่องราวสิ่งแวดล้อมที่น่าสนใจที่สอดคล้องกับผู้ชมที่หลากหลาย

ณภัทร เวชชศาสตร์,
พลอยธิดา เกตุแก้ว
17:00-18:30 สัตวแพทยศาสตร์ทางทะเล: ความท้าทายในการอนุรักษ์และการดูแลสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเลหายาก

ผู้ร่วมเสวนาจะแบ่งปันประสบการณ์มากมายในด้านวิทยาศาสตร์สัตวแพทย์ทางทะเล พูดคุยเกี่ยวกับบทบาทของพวกเขาในการวิจัย การอนุรักษ์ และการดูแลทางการแพทย์ของสัตว์ทะเล ผู้เข้าฟังจะได้รับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความท้าทายและความสำเร็จในการปกป้องและฟื้นฟูประชากรสัตว์ทะเลที่ใกล้สูญพันธุ์ในประเทศไทย

สพ.ญ. ราชาวดี จันทรา,
สพ.ญ. พัชราภรณ์ แก้วโม่ง,
น.สพ.ดร. วีรพงษ์ เหล่าสเวชประสิทธิ์,
สพ.ญ. วัชรา ศากรวิมล
18:30-19:30 สารคดีวาฬบอกที และ Handle with Heart

วาฬบอกที – การเดินทางผ่านสารคดีที่เผยเรื่องราวของวาฬในประเทศไทย โดยเน้นไปที่วาฬบรูด้าซึ่งเป็นวาฬประจำถิ่นของไทย สารคดีเรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการศึกษา วิจัย และการเผชิญหน้ากับสถานการณ์วิกฤตที่สัตว์ทะเลหายากเหล่านี้ต้องประสบในประเทศไทย

Handle with Heart – หลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ติดตามการวางไข่ของเต่ามะเฟือง นักวิจัยได้ประสบความสำเร็จในการเลี้ยงลูกเต่าจนมีอายุหนึ่งปีก่อนที่จะปล่อยพวกมันพร้อมกับติดระบบติดตามดาวเทียม ท่ามกลางความสำเร็จนี้ มีทั้งผู้สนับสนุนและผู้คัดค้าน อย่างไรก็ตาม เวลาของเต่ามะเฟืองกำลังจะหมดลงอย่างช้า ๆ เนื่องจากมนุษย์ต้องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติมากขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละวัน การศึกษาเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตที่อยู่กับพวกเรามาช้านานเหล่านี้ต้องใช้ความพยายามมากกว่าการศึกษาสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น ๆ เกือบทั้งหมด แล้วเราควรจะเลือกทางไหนดี? คำตอบมักจะทำให้เราต้องมองลึกลงไปในใจของเราเอง

Thaiwhales:
ชาญกิจ ชำนิวิกัยพงศ์,
คมฉาย ธนะพานิช

 

16 กรกฎาคม 2567

ชั้น 4 SCBx สยามพารากอน

เวลา หัวข้อเสวนา ผู้บรรยาย
12:30-13:30 จากภาพถ่ายสู่สารคดีสัตว์ป่า – ความเหมือนที่แตกต่าง โดย ไทยพีบีเอส

เปิดเผยเบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์สารคดีโดยฝีมือช่างภาพสัตว์ป่าที่ใช้ประสบการณ์กว่า 20 ปี ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าที่หาชมยาก ….จากภาพนิ่งสู่ภาพยนตร์สารคดี

ไทยพีบีเอส,
บารมี เต็มบุญเกียรติ,
สมิทธ์ สุติบุตร์
14:00-15:00 การท่องเที่ยวเชิงนิเวศและการอนุรักษ์ทะเล : ต้นแบบสำหรับการท่องเที่ยวสัตว์ป่าอย่างยั่งยืน

มาสำรวจความพยายามของบริษัทในการกำหนดมาตรฐานที่สูงขึ้นสำหรับการดูวาฬเชิงการศึกษาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเน้นความสำคัญของการอนุรักษ์ชีวิตทางทะเลและบทบาทของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในการส่งเสริมการดูแลสิ่งแวดล้อม

Wild Encounter Thailand:
จิรายุ เอกกุล
15:30-16:30 การบูรณาการการอนุรักษ์ที่ยั่งยืนผ่านการศึกษา

อเล็กซานเดอร์จะแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการบูรณาการการศึกษาเกี่ยวกับการอนุรักษ์
ในหลักสูตรการศึกษา โดยเน้นการเรียนรู้แบบลงมือทำและโครงการที่นำโดยนักเรียน เขาจะพูดคุยถึงผลกระทบของการศึกษาในการส่งเสริมอนาคตที่ยั่งยืนและบทบาทของนักการศึกษาในการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้นำสิ่งแวดล้อมรุ่นต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากประสบการณ์ของเขาในฐานะชาวต่างชาติในประเทศไทย

อเล็กซานเดอร์ โค้ก สมิทธ์
17:00-18:00 โลกคู่ขนานของความหลากหลายทางชีวภาพและการสูญพันธุ์

พบกับเพชร มโนปวิตร และสุชนา ชวนิชย์ ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ด้านการอนุรักษ์ที่มีประสบการณ์การวิจัย และฝึกอบรมด้านความหลากหลายทางชีวภาพมากว่า 20 ปี ศาสตราจารย์สุชนา จะนำเสนอการมีส่วนร่วมในการวิจัยด้านสภาพอากาศในเขตขั้วโลก และแสดงให้เห็นว่ามีความสำคัญต่อเราในเขตร้อนอย่างไร และดร. เพชรจะพูดถึงการจัดการพื้นที่คุ้มครอง และสิ่งที่ประเทศไทยสามารถมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพระดับโลก มาร่วมรับฟังประเด็นร้อนเกี่ยวกับปะการังฟอกขาว พร้อมตอบคำถามที่ว่า แนวปะการังเขตร้อนกำลังหายไปหรือเปล่า และเหตุการณ์นี้จะส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง

สุชนา ชวนิชย์,
เพชร มโนปวิตร

 

17 กรกฎาคม 2567

ชั้น 4 SCBx สยามพารากอน

เวลา หัวข้อเสวนา ผู้บรรยาย
13:30-14:30 การจัดการพื้นที่คุ้มครอง: ทำไมถึงสำคัญ?

ดิษย์อร อิทธิอริยสุนทร (เจ้าหน้าที่เทคนิคป่าไม้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง) พรีนุช ดุลกูล แคพเพลลา (เจ้าหน้าที่เทคนิคป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช) และโจเอล ซาร์ทอรี จะนำเสนอเกี่ยวกับประโยชน์ของการจัดการพื้นที่คุ้มครองในประเทศไทย โดยเน้นกรณีศึกษาของเขตสงวนชีวมณฑลระนอง ที่ซึ่งชุมชนท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญ

*ช่วงนี้จะดำเนินรายการเป็นภาษาอังกฤษ

โจเอล ซาร์ทอรี,
สิริพรรณี น้อยหน่า สุปรัชญา,
พรีนุช ดุลกุล แคพเพลลา,
ดิษย์อร อิทธิอริยสุนทร
14:30-15:45 ความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง: กลยุทธ์การบรรเทาและการมีส่วนร่วมของชุมชน

ผู้เชี่ยวชาญจากหลายสถาบัน จะมาพูดคุยถึงปัญหาที่ซับซ้อนเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างในภาคตะวันออกของประเทศไทย ตัวแทนจากเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำบางพระ จะมาเล่าประสบการณ์ของพวกเขาในการปกป้องสัตว์ป่าและกลยุทธ์การมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อลดความขัดแย้ง อาจารย์จากคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จะให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรที่ยั่งยืนและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม นักวิจัยจากภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะนำเสนอกรณีศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบทางนิเวศวิทยาของช้างป่า และเสนอวิธีแก้ปัญหาที่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานอนุรักษ์สัตว์ป่าแห่งประเทศไทย จะพูดคุยเกี่ยวกับนโยบายการอนุรักษ์ในปัจจุบัน โครงการความร่วมมือ และความสำคัญของการบูรณาการความพยายามในการอนุรักษ์กับความต้องการของชุมชนท้องถิ่น

พิทักษ์ ยิ่งยง เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำบางพระ;
รศ.ดร. รัตนวัฒน์ ไชยรัตน์ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล;
เผด็จ ลายทอง ผู้อำนวยการสำนัก สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า;
รศ.รองลาภ สุขมาสรวง หัวหน้าภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์;
ผอ. แสงเดือน ชัยเลิส ผู้อำนวยการ ศูนย์บริบาลช้าง จังหวัดเชียงใหม่ และ ประธาณมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม
16:00-17:00 พลังแห่งการเล่าเรื่อง-บทเรียนของการจัดการความคาดหวังผ่านภาพถ่าย

เคยสงสัยไหมว่าอะไรอยู่ในหัวของพวกเขา? ในการเสวนานี้ เราจะพูดคุยกับโจเอล ซาร์ทอรี และ ทอม โพธิสิทธิ์ (ช่างภาพและผู้อำนวยการสร้างสรรค์ของนิทรรศการนี้) เกี่ยวกับกระบวนการสร้างสรรค์ของพวกเขา และการบริหารจัดการต่าง ๆ การเล่าเรื่องเป็นส่วนหนึ่งของคำอธิบายงานของพวกเขา พวกเขาจัดการเวลาและทรัพยากรอย่างไร พวกเขารู้ได้อย่างไรว่าทางไหนคือทางเลือกที่ถูกต้อง และคำถามที่ทุกคนอยากรู้ อย่างพวกเขาหาเงินทุนจากที่ไหน

*ช่วงนี้จะดำเนินรายการเป็นภาษาอังกฤษ

โจเอล ซาร์ทอรี,
โคลล์ ซาร์ทอรี,
ทอม โพธิสิทธิ์,
สิริพรรณี น้อยหน่า สุปรัชญา

เกี่ยวกับช่างภาพ: โจเอล ซาร์ทอรี

Man posing next to a lizard while holding a camera
Joel Sartore with frill necked lizard, Chlamydosaurus kingii, at a high school in Victoria, Australia, 2017. Photo by Douglas Gimesy.© National Geographic Photo Ark natgeophotoark.org.

 

ในปี 2549 โจเอล ซาร์ทอรี (Joel Satore) ช่างภาพชื่อดังระดับโลก ได้ริเริ่มโครงการ National Geographic Photo Ark ขึ้นเพื่อเก็บรวบรวมภาพถ่ายของสัตว์ทุกสายพันธุ์ที่อยู่ในการดูแลของมนุษย์ สร้างแรงบันดาลใจผ่านการศึกษา และช่วยปกป้องสัตว์ด้วยการสนับสนุนการดำเนินงานอนุรักษ์ในพื้นที่จริง

เป็นเวลากว่า 15 ปีมาแล้ว ที่เขาได้เดินทางไปยังสวนสัตว์ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทั่วโลกเพื่อเก็บสะสมคลังภาพถ่ายที่จะบันทึกความหลากหลายทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิตในโลก ซาร์ทอรีเป็นทั้งนักสำรวจเนชั่นแนล จีโอกราฟิก วิทยากรสาธารณะ นักเขียน อาจารย์ นักอนุรักษ์ และช่างภาพผู้มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ผลงานอย่างสม่ำเสมอในนิตยสาร National Geographic ในปี 2561 ซาร์ทอรีได้รับรางวัล Rolex National Geographic Explorer of the Year

ซาร์ทอรีมีผลงานตีพิมพ์ลงในหนังสือหลายเล่ม เช่น Photo Ark Wonders: Celebrating Diversity in the Animal Kingdom, RARE: Portraits of America’s Endangered Species, Photographing Your Family, The Photo Ark, Animal Ark และ The Photo Ark Vanishing: The World’s Most Vulnerable Animals

นอกจากผลงานกับ National Geographic แล้ว ซาร์ทอรียังมีผลงานตีพิมพ์ในนิตยสาร Audubon, Life, The New York Times, Sports Illustrated และนิตยสารอื่น ๆ อีกมากมายหลายเล่ม

รายการโทรทัศน์ระดับชาติหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น National Geographic’s Explorer, NBC Nightly News, NPR’s Weekend Edition, Fresh Air with Terry Gross หรือซีรีส์สารคดีของ PBS ตอน Rare: Portraits of the Photo Ark ได้เผยแพร่เรื่องราวของซาร์ทอรีและผลงานของเขา นอกจากนี้ ซาร์ทอรียังมีส่วนร่วมในรายการ CBS Sunday Morning Show อยู่บ่อยครั้ง

ซาร์ทอรีมีอารมณ์ขัน และมีความขยันทุ่มเทอุทิศตนในการทำงาน เขาจบการศึกษาสาขาวิชาสื่อสารมวลชน จากมหาวิทยาลัย University of Nebraska ปัจจุบันอาศัยอยู่ในเมืองลินคอล์น รัฐเนแบรสกา กับภรรยาและลูก ๆ

joelsartore.com

เกี่ยวกับภัณฑารักษ์: ทอม โพธิสิทธิ์

Tom Potisit
Tom Potisit

ทอม ธีระฉัตร โพธิสิทธิ์ (Hon.F.RPST) เป็นช่างภาพอาชีพที่ให้ความสนใจในประเด็นของสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยผสานเข้ากับมุมมองด้านศิลปะและแฟชั่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขา

ทอมได้ก่อตั้ง Bangkok Creative Studio ซึ่งเป็นสตูดิโอที่สนับสนุนผลงานของศิลปินไทยและคนรุ่นใหม่ในแวดวงศิลปะให้ก้าวเข้าสู่เวทีนานาชาติ ในขณะเดียวกัน ทอมก็เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง HOP Hub Of Photography ที่เป็นแหล่งรวมผลงานของช่างภาพไทย เพื่อต่อยอดความสามารถ โอกาสทางวิชาชีพ และพาผลงานของพวกเขาไปสู่กลุ่มผู้ชมที่กว้างขึ้น

นอกจากนี้ บทบาทของทอมในฐานะกรรมการบริหารสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (RPST) เขาทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานฝ่ายต่างประเทศ ด้วยพันธกิจในการสร้างพื้นที่ของช่างภาพไทยให้ออกสู่สายตาของชาวต่างชาติ โดยใช้ศิลปะการถ่ายภาพเป็นสะพานในการเชื่อมสัมพันธ์ทางศิลปะระหว่างบุคคล เชื้อชาติ และกลุ่มผู้ที่มีความสนใจแตกต่างกันทั่วโลก

ในด้านความสนใจเชิงสังคม ทอมได้รับหน้าที่เป็นผู้ประสานงานอย่างเป็นทางการขององค์กรระหว่างประเทศของสมาคมการถ่ายภาพระดับชาติ (The International Federation of Photographic Art หรือ FIAP) ผลงานของทอมสื่อสารถึงประเด็นทางสังคมที่สำคัญของโลก ตั้งแต่เรื่องสิทธิมนุษยชนของชนกลุ่มน้อย สัตว์ทะเลหายากที่ใกล้สูญพันธุ์ ประเด็นด้านการบริจาคอวัยวะ และประเด็นทางสิ่งแวดล้อม เขาเคยได้ร่วมงานกับช่างภาพระดับโลกอย่าง Steve McCurry ในฐานะโปรดิวเซอร์ของหนังสือภาพ Belonging, เป็นผู้ดำเนินรายการของนิทรรศการ Memoria ของ James Nachtwey และยังเป็น Production Manager ในนิทรรศการ Michel Auder’s Nine Plus Five Works Exhibition ในกรุงเทพฯ

ผลงานล่าสุดของทอม “The Middle Path” ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดในระดับนานาชาติ งานของเขาถูกจัดฉายขึ้นบนบิลบอร์ดที่ Times Square ในนิวยอร์กในช่วงปีที่ผ่านมา และเขายังเคยเป็นนักพูดบนเวที TEDx ThammasatU ในหัวข้อ Changing the World One Image at a Time (เราเปลี่ยนโลกได้ ด้วยภาพถ่ายใบเดียว)

www.tompotisit.com

เกี่ยวกับ National Geographic Society

National Geographic Society เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรระดับโลกที่ใช้พลังแห่งวิทยาศาสตร์ การสำรวจ การศึกษา และการเล่าเรื่องเพื่อส่งต่อความรู้และถ่ายทอดแรงบันดาลใจในการอนุรักษ์ทรัพยากรอันสวยงามในโลกของเรา ตั้งแต่ปี 2431 National Geographic ได้ขยายขอบเขตการสำรวจ ลงทุนกับผู้คนที่กล้าหาญและแนวคิดที่สร้างสรรค์ ให้ทุนสนับสนุนการทำงานมากกว่า 15,000 ทุนทั่วทั้ง 7 ทวีป สร้างช่องทางการให้ความรู้กับนักเรียนนักศึกษาจำนวน 3 ล้านคนต่อปี ตลอดจนสื่อสารและมอบประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ National Geographic อย่างการนำเสนอเนื้อหาสาระและเรื่องราวต่าง ๆ ให้แก่ผู้อ่านและผู้ชมทั่วโลก สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.nationalgeographic.org

สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทยขอขอบคุณหุ้นส่วน บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัดและบริษัท สยามพารากอน ดีเวลลอปเม้นท์ บี.กริม รวมถึงสำนักงานยูเนสโกส่วนภูมิภาค ณ กรุงเทพฯ (ยูเนสโก กรุงเทพฯ) ที่ให้การสนับสนุนการจัดนิทรรศการในครั้งนี้ ทั้งนี้ชุดภาพถ่าย Photo Ark ได้รับการสนับสนุนจาก National Geographic Society
Collage of organizations listed

สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ สนับสนุนความพยายามในการหยุดยั้งการลักลอบค้าสัตว์ป่าในไทย
สหรัฐฯ เป็นพันธมิตรและหุ้นส่วนใกล้ชิดของไทยมาตลอด 2 ศตวรรษในความร่วมมือหลากหลายด้าน รวมถึงการอนุรักษ์สัตว์ป่า หน่วยงานต่าง ๆ เช่น สำนักงานกิจการปลาและสัตว์ป่าของสหรัฐฯ (FWS) ฝ่ายความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายและยาเสพติด (INL) และองค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID) ร่วมมือกับภาคีชาวไทยเพื่อต่อสู้กับการลักลอบค้าสัตว์ป่าในไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ในปี 2567 สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญออนไลน์ “Virtual Jungle Thailand” เพื่อส่งเสริมความพยายามของสหรัฐฯ และไทยในการอนุรักษ์สัตว์ป่าและสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับภัยคุกคามสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ในประเทศไทย

โพสต์ National Geographic Photo Ark ภารกิจพิทักษ์สรรพสัตว์ผ่านภาพถ่าย ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย
เปิดนิทรรศการ Weaving Our Stories ที่หอศิลป์ฯ https://th.usembassy.gov/th/weaving-our-stories-exhibition-opens-at-bacc-th/ Thu, 18 Jan 2024 08:03:00 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=24637

โพสต์ เปิดนิทรรศการ Weaving Our Stories ที่หอศิลป์ฯ ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ จัดนิทรรศการ “Weaving Our Stories: สานสัมพันธ์การทูตสหรัฐฯ-ไทย 190 ปี

ในโอกาสครบรอบ 190 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสหรัฐอเมริกากับไทย สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงเปิดนิทรรศการ “Weaving Our Stories: สานสัมพันธ์การทูตสหรัฐฯ-ไทย 190 ปี” ซึ่งเป็นกิจกรรมหลักของปีแห่งการเฉลิมฉลองสายสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดนิทรรศการ ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2567 โดยมีเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย โรเบิร์ต เอฟ. โกเดค และภริยา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ

ตลอดปี 2566 สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ เฉลิมฉลองประวัติศาสตร์อันรุ่มรวยและอนาคตที่สดใสของความสัมพันธ์สหรัฐฯ-ไทยผ่านโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ที่เน้นย้ำสายสัมพันธ์ที่ยืนนานและการเดินทางร่วมกัน หัวใจสำคัญของการเฉลิมฉลองที่จัดขึ้นตลอดทั้งปีคือ ผลงานศิลปะจัดวาง “Time Owes Us Remembrance กาลเวลา•คืนค่า•หวนรำลึก” โดยคุณอแมนด้า พึ่งโพธิปักขิยะ ศิลปินชาวไทย-อเมริกัน ผู้สร้างสรรค์งานศิลปะหลากหลายแขนง

นิทรรศการนี้จัดขึ้นที่หอศิลปกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 16 มกราคม ถึง 25 มิถุนายน 2567 โดยนำเสนอผลงานของศิลปินซึ่งถักทอผ้าจากวัฒนธรรมอเมริกันและไทยเข้าด้วยกันอย่างวิจิตรตระการตา ซึ่งสะท้อนอดีตและฉายภาพอนาคตความสัมพันธ์ของชาติเรา ผลงานดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือและการสนทนากันระหว่างคนทั้งสองชาติ และสะท้อนความสัมพันธ์อันแนบแน่นของชาวไทยและชาวอเมริกัน ตลอดจนนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับชุมชน เครือญาติ ธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และผลงานของสตรี

นิทรรศการนี้เริ่มต้นด้วยพิธีเปิด ศิลป์เสวนา และเวิร์กช็อปในระหว่าง “สัปดาห์แห่งการถักทอ” ตั้งแต่วันที่ 16-21 มกราคม 2567 หลังจากนั้น สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ จะจัดกิจกรรมเสวนา “ศิลปะเพื่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม” เป็นประจำทุกเดือนตลอดช่วงที่จัดนิทรรศการ โดยมีหัวข้อเสวนาเกี่ยวกับศิลปะในฐานะเครื่องมืออันทรงพลังในการพัฒนาชุมชนให้เจริญก้าวหน้า

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการต่อไปนี้

  • เครือเจริญโภคภัณฑ์
  • ไทยเบฟเวอเรจ
  • เชฟรอน
  • กูเกิล (ประเทศไทย)
  • อินโดรามา เวนเจอร์ส
  • บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส
  • ดาว (ประเทศไทย)
  • ปูนซิเมนต์ไทย
  • แบ็กซ์เตอร์ เฮลธ์แคร์ (ประเทศไทย)
  • ไฟเซอร์ (ประเทศไทย)

กรุณาติดต่อแผนกสื่อมวลชน สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ เพื่อทราบข้อมูลเพิ่มเติม สอบถาม และรับข้อมูลเกี่ยวกับนิทรรศการได้ที่ pressbkk@state.gov หรือไปที่ th.usembassy.gov/th/weaving-our-stories-th

โพสต์ เปิดนิทรรศการ Weaving Our Stories ที่หอศิลป์ฯ ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย
Weaving Our Stories สานสัมพันธ์การทูตสหรัฐฯ-ไทย 190 ปี https://th.usembassy.gov/th/weaving-our-stories-th/ Tue, 16 Jan 2024 01:28:00 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=21301

โพสต์ Weaving Our Stories สานสัมพันธ์การทูตสหรัฐฯ-ไทย 190 ปี ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
Weaving Our Stories สานสัมพันธ์การทูตสหรัฐฯ-ไทย 190 ปี
Weaving Our Stories

Weaving Our Stories

ในโอกาสเฉลิมฉลอง 190 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสหรัฐอเมริกากับราชอาณาจักรไทย สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ร่วมกับภาคีชาวไทย จัดกิจกรรมต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2566 เพื่อนำเสนอความร่วมมือที่แน่นแฟ้นในหลากหลายด้านของทั้งสองประเทศ โครงการ “สานสัมพันธ์การทูตสหรัฐฯ-ไทย 190 ปี” เป็นกิจกรรมหลักของปีแห่งการเฉลิมฉลองนี้ โดยร้อยเรียงเส้นด้ายแห่งมิตรภาพระหว่างชาติและประชาชนของเราสองประเทศไว้อย่างลงตัว ผ่านผลงานศิลปะจัดวางในพื้นที่สาธารณะและนิทรรศการอันน่าประทับใจในกรุงเทพมหานคร รวมถึงกิจกรรมสร้างสรรค์ศิลปะร่วมกันและการให้ความรู้ต่าง ๆ

โครงการ “สานสัมพันธ์การทูตสหรัฐฯ-ไทย 190 ปี” เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ของเอกอัครราชทูตโรเบิร์ต เอฟ. โกเดค และมีวัตถุประสงค์เพื่อจุดประกายให้เกิดการแสดงความคิดเห็นของประชาชนทั่วไป พร้อม ๆ กับเฉลิมฉลองอดีตและสะท้อนภาพอนาคตความสัมพันธ์ของเรา โครงการนี้นำเสนอหัวใจสำคัญของเส้นทาง 190 ปีของเรา และเฉลิมฉลองความร่วมมืออันยาวนานระหว่างชาติของเราทั้งสองผ่านการบอกเล่าเรื่องราวซึ่งยกย่องเชิดชูเสียงของคนธรรมดาทั่วไป ตลอดจนจัดแสดงผืนผ้าแห่งความสัมพันธ์สหรัฐฯ-ไทยอันงดงามซึ่งถักทอขึ้นโดยผู้คนหลายรุ่น

หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือผลงานศิลปะจัดวางในพื้นที่สาธารณะ “Time Owes Us Remembrance กาลเวลา•คืนค่า•หวนรำลึก” ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ซึ่งคุณอแมนด้า พึ่งโพธิปักขิยะ ศิลปินชาวไทย-อเมริกัน ได้รังสรรค์ขึ้นหลังจากพูดคุยเชิงลึก ร่วมสร้างสรรค์ผลงานและเยี่ยมเยือนผู้คนมากมายจากชุมชนต่าง ๆ หลายสิบครั้งตลอดปีทั้งในสหรัฐฯ และไทย นิทรรศการสุดพิเศษนี้สำรวจตรวจค้นอนาคตของสตรี ความยั่งยืน สภาพอากาศ และเส้นทาง 190 ปีของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ กับไทย ด้วยการผสมผสานการนำเสนอที่น่าสนใจผ่านผืนผ้าของอเมริกาและไทยกับสารคดี ผืนผ้าแห่งมิตรภาพระหว่างสองชาติของเรานี้ถักทอขึ้นจากเส้นด้ายมากมาย และครอบคลุมหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการค้า การลงทุน การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การพัฒนาด้านสาธารณสุข หรือการธำรงเสถียรภาพและความปลอดภัยในภูมิภาค

นิทรรศการนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 มกราคม ถึง 25 มิถุนายน 2567

ศิลปิน: อแมนด้า พึ่งโพธิปักขิยะ

Amanda Phingbodhipakkiya
Amanda Phingbodhipakkiya

อแมนด้า พึ่งโพธิปักขิยะ (Amanda Phingbodhipakkiya)

อแมนด้า พึ่งโพธิปักขิยะ เป็นศิลปินที่ทำงานหลายแขนงในย่านบรุกลิน เมืองนิวยอร์กซิตี เธอเกิดที่เมืองแอตแลนตา สหรัฐอเมริกา มีบิดามารดาเป็นผู้อพยพชาวไทยและอินโดนีเซีย เธอสร้างสรรค์ผลงานศิลปะจัดวางเพื่อการมีส่วนร่วม สิ่งทอ ประติมากรรม จิตรกรรมฝาผนังขนาดใหญ่ และแคมเปญศิลปะสาธารณะ

ด้วยการเล่าเรื่องที่ท้าทาย ผลงานของเธอนำผิวสัมผัส ประวัติศาสตร์ และพิธีกรรม มาเป็นกระบอกเสียงให้คนชายขอบ และสร้างพื้นที่คาบเกี่ยวที่เยียวยาและสร้างการเปลี่ยนแปลง

เธอเป็นศิลปิน Jerome Hill Artist Fellow สาขาทัศนศิลป์ ประจำปี 2566 และเป็นศิลปินในพำนักของ Poster House และพิพิธภัณฑ์ San Francisco Asian Art Museum ในปี 2565 เธอได้แปลงโฉม Lincoln Center ด้วยผลงาน “GATHER: A series of monuments and rituals” ที่ใช้พิธีกรรม เสียง และศิลปะจัดวางสื่อผสมขนาดใหญ่ เพื่อจารึกความหมายใหม่ให้กับความทรงจำและส่งเสริมการเป็นส่วนหนึ่ง

ในฐานะศิลปินในพำนักของคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งนิวยอร์ก ผลงานศิลปะของอแมนด้าในชื่อ “I Still Believe in Our City” ซึ่งเฉลิมฉลองความเข้มแข็งของชุมชนชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียและชาวหมู่เกาะแปซิฟิก (AAPI) และปรากฏบนป้ายโฆษณา ป้ายรถประจำทาง อุโมงค์รถไฟใต้ดิน อาคาร การชุมนุม การประท้วง รวมถึงปกนิตยสาร TIME กลายเป็นผลงานที่เข้าถึงผู้ชมนับล้านในนิวยอร์กซิตีและทั่วโลก

ผลงานของอแมนด้าอยู่ในคอลเลกชันถาวรที่พิพิธภัณฑ์ Museum of the City of New York, พิพิธภัณฑ์ Goldwell Open Air Museum, หอสมุดรัฐสภาสหรัฐฯ, พิพิธภัณฑ์ Museum of Chinese in America และพิพิธภัณฑ์ Victoria and Albert Museum ในลอนดอน

ในปี 2566 เธอได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการด้านศิลปะและมนุษยศาสตร์ของประธานาธิบดีไบเดน ในการให้คำแนะนำแก่ประธานาธิบดีในการใช้ศิลปะส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชน

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ www.alonglastname.com.

เรื่องราว: การสรรค์สร้างโครงการ

โครงการ “สานสัมพันธ์การทูตสหรัฐฯ-ไทย 190 ปี” ในโอกาสครบรอบ 190 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสหรัฐอเมริกากับไทย นำเสนองานศิลปะอันวิจิตรบรรจงที่สรรค์สร้างขึ้นจากผ้าทอ ทั้งยังบอกเล่าถึงการเดินทางที่ทุ่มเทหลากหลายแง่มุมเพื่อสร้างชุมชนที่เข้มแข็งในพหุวัฒนธรรม ศิลปิน อแมนด้า พึ่งโพธิปักขิยะ มุ่งมั่นแน่วแน่ที่จะเรียนรู้และสร้างสัมพันธ์กับชุมชนและช่างทอผ้าในสหรัฐฯ และไทยตลอดระยะเวลาหลายเดือน การพบปะกันของพวกเขาเป็นจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจในการสร้างผลงานของอแมนด้าในประเทศไทย

อแมนด้าขลุกตัวและใช้เวลาพูดคุยกับ “แม่ ๆ” ช่างฝีมือไทยใน 42 ชุมชน ซึ่งต้อนรับเธออย่างอบอุ่น ทำให้เธอได้สำรวจแก่นแท้ของการแสดงออกถึงจิตวิญญาณผ่านเส้นด้ายและผืนผ้า อแมนด้าถักทอประสบการณ์อันน่าประทับใจเหล่านี้ไว้ในผลงานศิลปะจัดวางของเธอที่มีชื่อว่า “Time Owes Us Remembrance กาลเวลา•คืนค่า•หวนรำลึก” แม้จะมีความแตกต่างกันทางภาษา แต่ช่วงเวลาดี ๆ ระหว่างศิลปินกับบรรดาแม่ ๆ (ป้า ๆ และย่ายาย) ก็เป็นแรงบันดาลใจให้แก่อแมนด้า ผลงานศิลปะซึ่งเย็บและถักทอเข้าด้วยกันโดยใช้เทคนิคควิลต์ของอเมริกันนี้ เป็นสัญลักษณ์ของสายสัมพันธ์อันหลากหลายและงดงามระหว่างสหรัฐฯ กับไทย

Threads of Thailand
(Click map to enlarge)

ช่วงค้นคว้า (การทำงานร่วมกับชุมชนทอผ้า)

เรื่องราวเปี่ยมความหมายเหล่านี้รับรู้และถ่ายทอดผ่านสายตาของอแมนด้า พึ่งโพธิปักขิยะ ศิลปินในพำนักชาวไทย-อเมริกัน ที่กรุงเทพฯ ในฐานะเส้นด้ายที่ถักทอเรื่องราวของสองวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน อแมนด้าได้ออกเดินทางไปยัง 42 ชุมชนในทุกภาคทั่วประเทศไทย ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม 2566 เพื่อสำรวจวัฒนธรรมท้องถิ่นและร่วมเรียนรู้ภูมิปัญญาทอผ้าในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการทอผ้าฝ้าย การทอผ้าไหม การย้อมสีธรรมชาติ การทำผ้าปักชุดโขน การทอผ้าชาวเขา การวาดภาพผ้าบาติก การนำวัสดุพลาสติกกลับมาใช้ซ้ำ และอื่น ๆ อีกมากมาย อแมนด้ายังได้เดินทางไปพูดคุยและสร้างสรรค์ผลงานร่วมกับชุมชนทอผ้าและควิลท์ในสหรัฐฯ และนำประเพณีของทั้งอเมริกันและไทยเข้ารวมไว้ในผลงานศิลปะจัดวางชิ้นนี้ ตลอดการเดินทางของเธอ อแมนด้าได้เรียนรู้เทคนิคและแบบแผนที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาคของไทย ได้แก่

  • ภาคเหนือ: การปักผ้าของชาวลาหู่และอาข่า การทอผ้าตามแบบของชาวกะเหรี่ยง การย้อมผ้าคราม
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: การทอผ้าไหมแบบดั้งเดิม ผ้าฝ้ายย้อมครามและผ้ามัดหมี่ การย้อมสีและวาดภาพสีธรรมชาติ การทอผ้ากก การทอผ้าไหมแพรวา
  • ภาคตะวันออก: การนำวัสดุพลาสติกกลับมาใช้ซ้ำ การทอแบบดั้งเดิมโดยใช้เส้นใยใบสับปะรด
  • ภาคใต้: การวาดภาพผ้าบาติ การปักลูกปัด การทอผ้าท้องถิ่น
  • ภาคตะวันตก: การทอผ้าขาวม้าหรือผ้าคาดเอว การปักและทอผ้าไทยทรงดำ
  • ภาคกลาง: การทอผ้าไหม การทำผ้าปักชุดโขน

การร่วมสร้างสรรค์: ไทย-สหรัฐฯ

ศิลปินจัดกิจกรรมร่วมสร้างผลงานกับนักเรียนนักศึกษาชาวไทยในกรุงเทพฯ และชาวอเมริกันในย่านบรุกลินของนิวยอร์ก จากนั้นนำชิ้นงานที่ผู้ร่วมกิจกรรมชาวไทยและอเมริกันสร้างสรรค์ขึ้นมาเย็บติดกันโดยใช้เทคนิคควิลท์แบบอเมริกัน เพื่อสร้างผลงานศิลปะแบบมีส่วนร่วมขนาดเล็กซึ่งเป็นสัญลักษณ์ถึงความงดงามที่หลากหลายในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับไทย ที่งานนิทรรศการ “สานสัมพันธ์การทูตสหรัฐฯ-ไทย 190 ปี (Weaving Our Stories)” ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

ศิลปินในพำนัก

อแมนด้า พึ่งโพธิปักขิยะ เป็นศิลปินในพำนักของเอส เอ ซี แกลเลอรี ที่กรุงเทพฯ เป็นเวลาประมาณ 4 เดือน ตั้งแต่เดือนกันยายนถึงธันวาคม 2566 เพื่อสร้างผลงานศิลปะจัดวางขนาดใหญ่กินพื้นที่ 3 ชั้นของหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

ผืนผ้า: ถักทอประวัติศาสตร์ไทย-สหรัฐฯ

ผลงานศิลปะจัดวาง “Time Owes Us Remembrance กาลเวลา•คืนค่า•หวนรำลึก” บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับผ้าทอ ความยั่งยืน และความสัมพันธ์อันยืนนานระหว่างสหรัฐฯ กับไทย

Textiles
These fabric puffs are called Yo-Yos.

 

โยโย่

ชิ้นผ้าที่พองและเล็กเหล่านี้เรียกว่า “โยโย่” ทำขึ้นโดยการนำผ้าทรงกลมมาเนาตามเส้นรอบวง จากนั้นจึงดึงเส้นด้ายเพื่อรูดขอบผ้าเข้าหากันจนแบน เกิดเป็นดอกกุหลาบทรงกลม โยโย่เริ่มเป็นที่นิยมในสหรัฐอเมริกาในทศวรรษ 1920 (พ.ศ. 2463-2472) สตรีที่ต้องการประหยัดเงินมักจะทำโยโย่จากเศษผ้า ผ้าปูที่นอนเก่า หรือผ้ากระสอบเหลือใช้ งานผ้าโยโย่ควิลท์ ซึ่งเกิดจากการนำ “ดอกกุหลาบ” แต่ละดอกมาเย็บติดกันเป็นชิ้นงานสำหรับตกแต่ง เป็นงานผ้าที่มีความสร้างสรรค์มากที่สุดประเภทหนึ่งของศตวรรษที่ 20

ขณะที่ศิลปินกำลังสร้างชิ้นงาน “Time Owes Us Remembrance กาลเวลา•คืนค่า•หวนรำลึก” ณ เอส เอ ซี แกลเลอรี ในกรุงเทพมหานคร ชาวไทยที่เยี่ยมชมสตูดิโอหลายคนบอกว่า พวกเขานึกถึงความหลังและดีใจที่ได้เห็นโยโย่เหล่านั้น เพราะทำให้พวกเขาระลึกถึงช่วงเวลาอันมีค่าสมัยเด็กตอนที่ทำโยโย่กับแม่และย่ายายของพวกเขา

Close up of quilt
Quilt

ผ้าควิลท์แบบอเมริกัน

ผ้าควิลท์มีประวัติศาสตร์ในชุมชนต่าง ๆ มากมายในสหรัฐฯ คำว่า “ควิลท์” มาจากคำว่า “culcita” ในภาษาละติน หมายถึง ถุงเก็บสัมภาระ ผ้าควิลท์อย่างที่รู้จักกันในสหรัฐฯ แรกเริ่มเดิมทีแล้วเป็นสิ่งของเพื่อการใช้งานอย่างแท้จริง เพราะเกิดขึ้นจากความจำเป็นที่ต้องมีผ้าคลุมเตียงเพื่อให้ความอบอุ่น ผู้ตั้งรกรากที่สหรัฐฯ ในยุคแรก ๆ และทาสที่ได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระทั่วประเทศไม่มีเงินเหลือใช้จนสามารถทิ้งสิ่งของที่ใช้จนเก่าแล้วไปได้ง่าย ๆ พวกเขาต้องใช้ทรัพยากรที่มีอย่างประหยัดที่สุด ดังนั้น เมื่อใช้ผ้าห่มจนเก่าแล้ว พวกเขาก็จะปะและนำผ้าไปรวมกับผ้าห่มผื่นอื่น ๆ หรือใช้เป็นไส้ในของผ้าห่มผืนอื่น ในช่วง 100 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2293 ถึง 2393 มีการรวบรวมและปะแต่งผ้าควิลท์หลายพันผืน ผ้าควิลท์ที่ทำขึ้นในช่วงเวลานั้นจำนวนมากได้รับการเก็บรักษาไว้

ผ้าควิลท์หลาย ๆ ผืนเหล่านี้มีความวิจิตรงดงามมาก ต้องใช้เวลาทำและปะแต่งเป็นเวลาหลายปี ปัจจุบันผ้าเหล่านี้ถือเป็นมรดกอันล้ำค่าและได้รับการเก็บรักษาไว้อย่างดีในบ้านเรือนและพิพิธภัณฑ์ ผ้าควิลท์ยุคแรก ๆ สะท้อนภาพประวัติศาสตร์ของการต่อผ้าควิลท์ เช่นเดียวกับประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ

Silk ikat
Silk ikat

ผ้ามัดหมี่

มัดหมี่คือกระบวนการสร้างลายผ้าด้วยการใช้เชือกมัดเส้นด้ายหรือไหม (หมี่) ก่อนนำไปย้อมเส้นพุ่งให้เกิดลวดลายตามที่มัดไว้ จากนั้นจึงนำไปทอเป็นผ้าผืนสำเร็จ ผ้ามัดหมี่นิยมทอในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและเป็นรูปแบบการทอผ้าที่เก่าแก่ที่สุดของไทย โดยมีอายุย้อนกลับไปประมาณ 3,000 ปีก่อน ตั้งแต่เมื่อมีการเลี้ยงไหมเป็นครั้งแรกในประเทศไทย

การผลิตผ้ามัดหมี่จะใช้วิธีการมัดผ้าแบบดั้งเดิมโดยใช้เชือกฝาง หญ้าแห้ง หรือเชือกกล้วย มัดเส้นไหมเป็นเปลาะ ๆ เพื่อกันไม่ให้สีซึมในเส้นไหมเวลาย้อม และทำซ้ำหลาย ๆ ครั้งเพื่อให้ได้สีที่ต้องการ หลังจากย้อมสีแล้ว เส้นไหมแต่ละเส้นจะถูกนำมาทอเพื่อสร้างลวดลายต่าง ๆ ยิ่งต้องการสีสันมากเท่าไร ก็ยิ่งต้องทำกระบวนการดังกล่าวมากครั้งเท่านั้น ทุก ๆ ลวดลายที่ดูเหมือนเรียบง่ายต้องใช้ความละเอียดของช่างฝีมือซึ่งแสดงให้เห็นความพยายามอย่างมากในการสร้างผลงานแต่ละชิ้น

Handwoven Cotton
Handwoven Cotton

ผ้าฝ้ายทอมือ

ฝ้ายซึ่งแต่เดิมปลูกกันในหุบเขาสินธุ นำมาใช้ทำเสื้อผ้ามาเป็นเวลาหลายพันปี เนื่องจากมีลักษณะเย็น ซึมซับได้ดี รวมถึงสวมใส่และย้อมสีได้ง่าย คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้ฝ้ายเป็นที่นิยมทั่วโลก เส้นใยฝ้ายมักจะนำมาใช้ในสิ่งทอของไทย การทอผ้าฝ้ายเป็นงานฝีมือที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นในชุมชนทั่วประเทศไทย ปัจจุบัน มีชุมชนทอผ้าเหลืออยู่ไม่มากที่ยังคงมีธรรมเนียมการทอผ้าฝ้าย ซึ่งโดยส่วนใหญ่เป็นสตรีสูงอายุที่ทอผ้าที่เฉลียงหน้าบ้านในระหว่างฤดูทำนาและดูแลครอบครัว

ฝ้ายที่ใช้ทอผ้าจะปลูกกันในหมู่บ้านหรือใกล้ ๆ กับหมู่บ้าน ก่อนที่จะนำฝ้ายมาทอ จะต้องนำไปปั่นให้ใยฝ้ายตีเกลียวติดกันเป็นเส้นด้าย โดยอาจปั่นเป็นเส้นบางหรือหนา แน่นหรือหลวมก็ได้ เครื่องทอผ้าคานเหยียบแบบดั้งเดิมจะใช้เพื่อทอผ้าฝ้ายยก ซึ่งมีด้ายยืนและด้ายพุ่งอย่างละกลุ่มเป็นผ้าพื้น และด้ายพุ่งอีกหนึ่งกลุ่มเพื่อทำให้เกิดลวดลาย

textile materials
Bundles of dyed threads

วัสดุที่ยั่งยืนจากไทย

ศิลปินนำวัสดุเหลือทิ้งจากการผลิตเสื้อผ้าแฟชันของบริษัทอุตสาหกรรมรามาเท็กซ์ไทล์ในจังหวัดสมุทรปราการมาสร้างความสดใสให้กับชิ้นงาน “Time Owes Us Remembrance กาลเวลา•คืนค่า•หวนรำลึก” โดยเดินทางไปที่โรงงานกว่า 3 ครั้งในปี 2566 เพื่อเลือกเศษด้ายย้อมสีหลายร้อยกลุ่มที่ไม่ผ่านการทดสอบสีและถูกแยกไว้เพื่อนำไปขายให้ผู้ผลิตงานทำมือในประเทศ กระบวนการให้ชีวิตใหม่กับวัสดุเหลือทิ้งนี้ย้ำเตือนให้เราทั้งหลายมองไปรอบ ๆ และคิดอย่างจริงจังถึงวิธีการสร้างสรรค์ในการสร้างความยั่งยืนผ่านการนำวัสดุต่าง ๆ มาใช้ใหม่ในชีวิตของเรา

Textile materials
Textile materials

 

วัสดุที่ยั่งยืนจากสหรัฐฯ

ศิลปินเสาะหาวัสดุเหล่านี้จากโกดังสินค้าในเขตควีนส์ เมืองนิวยอร์กซิตี ซึ่งมีภารกิจดำเนินงานและส่งเสริมการนำวัสดุเหลือทิ้งกลับมาใช้ใหม่เพื่อองค์กรชุมชน โรงเรียน และศิลปินที่ทำงานในประเด็นทางสังคมในพื้นที่นิวยอร์ก ผ้าเหลือใช้เหล่านี้นำกลับมาใช้ประโยชน์จากการจัดกิจกรรม ฉากละคร และสถานที่อื่น ๆ เพื่อให้นักเรียนนักศึกษา ศิลปิน และสมาชิกชุมชน สามารถหาวิธีใช้ผ้าเหล่านี้ได้ใหม่อย่างสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยง การมีส่วนร่วม และความปีติสุข

ประวัติศาสตร์: สายสัมพันธ์ 190 ปีของเรา

Document in Thai and English
Treaty of Amity and Commerce

ราชอาณาจักรไทยเป็นหนึ่งในเพื่อนและพันธมิตรที่สำคัญที่สุดของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ชาติที่ยิ่งใหญ่ของเราทั้งสองมีประวัติศาสตร์ร่วมกันมายาวนาน ย้อนกลับไปเมื่อ พ.ศ. 2376 ครั้งที่เราลงนามในสนธิสัญญาไมตรีและพาณิชย์ และในปีนี้ เราได้เฉลิมฉลอง 190 ปีแห่งการถักทอผืนผ้าแห่งความร่วมมือของเรา

ตลอดช่วงเวลานั้น ชาติของเรารังสรรค์ผืนผ้าอันสวยสดงดงามที่ทอขึ้นจากเส้นด้ายแห่งการแลกเปลี่ยนการศึกษาและวัฒนธรรม การค้าและการลงทุน การวิจัยทางการแพทย์ ความร่วมมือด้านความมั่นคง และอื่น ๆ อีกมากมาย สายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของเราช่วยให้ชาวไทยและชาวอเมริกันมีชีวิตที่ดีขึ้น และเราจะยังคงเดินหน้าสร้างความมั่นคงและมั่งคั่งให้แก่ประเทศของเราทั้งสอง และเมื่อร่วมมือกัน เราจะสามารถต่อสู้กับความท้าทายที่มีร่วมกันได้มากยิ่งกว่าที่เราจะทำได้แต่เพียงลำพัง

List of sponsors

Sponsored brands

โพสต์ Weaving Our Stories สานสัมพันธ์การทูตสหรัฐฯ-ไทย 190 ปี ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย Weave Our Stories