วีซ่า Archives - สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย https://th.usembassy.gov/th/category/visas-th/ Wed, 01 Oct 2025 04:29:26 +0000 th hourly 1 คำแนะนำเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพ https://th.usembassy.gov/th/immigrant-visas-instructions-for-medical-examination-th/ Wed, 14 Aug 2024 12:43:00 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=23875

โพสต์ คำแนะนำเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพ ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
คำแนะนำเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพ
Immigrant Visas

1 ตุลาคม 2568

คำแนะนำเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพ

ในการสมัครขอวีซ่าเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาผู้สมัครวีซ่าทุกท่านจำเป็นต้องผ่านการตรวจสุขภาพโดยแพทย์ที่ระบุไว้ในคำแนะนำนี้ซึ่งเป็นแพทย์ที่ได้รับการอนุมัติจากทางสถานทูตฯ และสามารถทำการตรวจสุขภาพให้แก่ผู้สมัครวีซ่าทุกท่าน ผลการตรวจสุขภาพจากแพทย์อื่นจะไม่เป็นที่ยอมรับในการสมัครวีซ่ากับสถานทูตอเมริกา ค่าธรรมเนียมที่ระบุในด้านล่างนี้คือค่าธรรมเนียมที่ครอบคลุมเฉพาะการตรวจสุขภาพเท่านั้น หากผู้สมัครวีซ่าท่านใดจำต้องมีค่าตรวจอื่นหรือค่าวัคซีนเพิ่ม ผู้สมัครวีซ่าต้องเป็นผู้ชำระค่าใช้จ่ายนอกเหนือจากค่าธรรมเนียมการตรวจสุขภาพนั้นเอง

 

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
ที่อยู่: 33 ถนนสุขุมวิท ซอย 3 (นานาเหนือ) กรุงเทพฯ โทร: (02) 667-1000 อีเมล:info@bumrungrad.com

แพทย์ผู้ตรวจ:   นพ. วัชระพงศ์ แซ่ซื่อ, นพ. วิวัฒน์ วงศ์สิริศักดิ์

ค่าธรรมเนียมการตรวจสุขภาพ 

อายุ ราคา (บาท)
อายุต่ำกว่า 2 ปี 3,250
อายุ 2-14 ปี 9,900
อายุ 15-17 ปี  และมากกว่าหรือ เท่ากับ 45 ปี 11,000
อายุ 18-24 ปี 15,750
อายุ 25-44 ปี 12,000

 

 

คำเตือน สถานทูตฯ จะไม่ทำการสัมภาษณ์วีซ่าท่าน หากท่านไม่มีผลการตรวจสุขภาพที่สมบูรณ์มาแสดง ณ วันนัดสัมภาษณ์

 

หากผลการตรวจสุขภาพของท่านไม่เสร็จสมบูรณ์ ณ วันนัดสัมภาษณ์วีซ่า (เนื่องจากผลการตรวจหรือการรักษายังไม่เสร็จสิ้น หรือจากเหตุผลใดก็ตาม) ท่านจะไม่ได้รับอนุญาตเข้ารับการสัมภาษณ์วีซ่า และนัดสัมภาษณ์ วีซ่าที่ท่านมีอยู่ ต้องทำการเลื่อนออกไป จนกว่าผลการตรวจสุขภาพของท่านจะเสร็จสมบูรณ์ โดยท่านสามารถติดต่อขอเลื่อนนัดสัมภาษณ์วีซ่าได้ที่อีเมล visasbkk@state.gov

 

คำแนะนำ

ท่านควรนำประวัติการเจ็บป่วยหรือประวัติการฉีดวัคซีนไปให้แพทย์ เพื่อประกอบการตรวจสุขภาพด้วย ส่วนเอกสารที่ท่านต้องนำไปในวันตรวจสุขภาพนั้น ได้แก่

  • หนังสือเดินทาง (มีอายุการใช้งาน 6 เดือนขึ้นไป)
  • รูปถ่ายขนาด5 x 2 นิ้ว จำนวน 4 ใบ (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน)
  • ใบยืนยันแบบฟอร์ม DS-260 หรือ DS-160
  • จดหมายนัดสัมภาษณ์วีซ่า ที่ออกโดยศูนย์วีซ่าแห่งชาติ (NVC) หรือแผนกกงสุล สถานทูตอเมริกา หรือ GSS
  • ท่านควรเตรียมข้อมูลวีซ่าและข้อมูลส่วนตัวบางประการ เพื่อเป็นประโยชน์เวลากรอกแบบฟอร์มการตรวจสุขภาพ ได้แก่ ประเภทวีซ่าของท่าน หมายเลขเคสวีซ่าของท่าน ที่อยู่ปัจจุบันและที่อยู่ในอเมริกาของท่าน
  • ประวัติการฉีดวัคซีน
  • ข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับประวัติสุขภาพของท่าน
    • หากท่านมีการใช้ยาอยู่ในปัจจุบัน ท่านควรที่จะทราบชื่อและส่วนประกอบของยานั้น
    • ถ้าท่านเคยเจ็บป่วย และได้รับการผ่าตัด หรือได้รับบาดเจ็บทางร่างกายหรือทางจิตใจ กรุณานำประวัติการรักษาของท่านจากแพทย์หรือจากโรงพยาบาลที่ท่านเคยเข้ารับการรักษามาด้วย
  • ประวัติอาชญากรรม (ถ้ามี)

 

หากท่านไม่สามารถนำเอกสารดังกล่าวไปในวันที่ท่านรับการตรวจสุขภาพนั้น อาจส่งผลให้การดำเนินการขอวีซ่าของท่านล่าช้า เอกสารที่ท่านเตรียมไปให้แพทย์จะถูกเก็บเป็นความลับ

 

โรงพยาบาลจะเป็นผู้จัดเตรียมแบบฟอร์มการตรวจสุขภาพ (ดีเอส-2054 ดีเอส-3025 ดีเอส-3026 และดีเอส-3030) ของท่านเอง โดยที่ท่านไม่ต้องเตรียมไป เนื่องจากแบบฟอร์มเหล่านี้อยู่ในความรับผิดชอบของแพทย์ผู้ตรวจเท่านั้น

 

 ภายหลังการตรวจ

หากการตรวจเสร็จสิ้นแล้ว แพทย์จะใส่รายงานผลการตรวจสุขภาพของท่านลงในซองปิดผนึกหรือส่งรายงานการตรวจสุขภาพของท่านมายังสถานทูตฯ โดยตรง หากท่านได้รับรายงานผลการตรวจสุขภาพแล้ว กรุณาอย่าเปิดซองรายงานผล ผู้สมัครต้องนำซองรายงานผลตรวจสุขภาพนี้มาในวันสัมภาษณ์วีซ่า และนำซีดีเรดิโอกราฟดิจิตอลมาในวันสัมภาษณ์วีซ่าด้วยย

สำหรับผลตรวจสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์แพทย์จะส่งผลตรวจสุขภาพของท่านผ่านทางระบบออนไลน์

 

สิ่งสำคัญเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนสำหรับผู้สมัครวีซ่าถาวรและวีซ่าคู่หมั้น (ประเภทเค)

เนื่องจากกฎหมายการตรวจคนเข้าเมืองของประเทศสหรัฐอเมริกาบังคับให้ผู้ที่ยื่นขอวีซ่าถาวรและวีซ่าคู่หมั้น (ประเภทเค) ต้องได้รับการฉีดวัคซีน (ตามรายการด้านล่าง) ดังนั้น ก่อนที่ท่านจะได้รับการพิจารณาอนุมัติวีซ่า แพทย์ผู้ตรวจสุขภาพจำต้องพิจารณาว่าผู้สมัครวีซ่าได้รับวัคซีนตามข้อบังคับหรือไม่ หรือมีวัคซีนชนิดใดตามรายการด้านล่างที่ต้องฉีดเพิ่ม

  • คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน
  • หัด หัดเยอรมัน คางทูม
  • โปลิโอ (ชนิดเชื้อตาย)
  • ไวรัสตับอักเสบ เอ
  • ไวรัสตับอักเสบ บี
  • ไข้สมองอักเสบ (ฮิบ)
  • อีสุกอีใส
  • ปอดอักเสบชนิดรุกล้ำ สำหรับผู้ใหญ่
  • ปอดอักเสบชนิดรุกล้ำ สำหรับเด็ก
  • ไข้กาฬหลังแอ่น
  • ไข้หวัดใหญ่
  • ท้องร่วง

 

เพื่อมิให้เป็นการเสียเวลาในการดำเนินการ ผู้สมัครวีซ่าถาวรและวีซ่าคู่หมั้น (ประเภทเค) ทุกท่าน ควรเตรียมประวัติการฉีดวัคซีนของท่านไปให้แพทย์ผู้ตรวจสุขภาพพิจารณาในวันที่ไปรับการตรวจสุขภาพด้วย โดยการไปขอประวัติการฉีดวัคซีนของท่านจากแพทย์ที่ท่านเคยไปพบเป็นประจำ หรือถ้าหากท่านไม่เคยมีประวัติการฉีดวัคซีน ท่านจะต้องได้รับหรือไม่ได้รับการฉีดวัคซีนตามที่ระบุไว้ในข้อบังคับหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้ทำการตรวจสุขภาพ การผ่อนผันการฉีดวัคซีนใดๆ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้ตรวจสุขภาพเช่นกัน

 

แพทย์ผู้ตรวจสุขภาพจะเป็นผู้พิจารณาการฉีดวัคซีนใดๆ ตามข้อบังคับ กรุณาแจ้งอายุ และประวัติการตรวจรักษาสุขภาพตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันให้แพทย์ผู้ตรวจทราบ

โพสต์ คำแนะนำเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพ ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย Great Seal of the United States
โครงการทำงานพิเศษและท่องเที่ยวภาคฤดูร้อน https://th.usembassy.gov/th/summer-work-travel-program-th/ Wed, 14 Aug 2024 08:56:00 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=23807

โพสต์ โครงการทำงานพิเศษและท่องเที่ยวภาคฤดูร้อน ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
โครงการทำงานพิเศษและท่องเที่ยวภาคฤดูร้อน

ข้อมูลทั่วไป

โครงการทำงานพิเศษและท่องเที่ยวภาคฤดูร้อนของประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยจากทั่วทุกมุมโลกรวมถึงประเทศไทยได้มีโอกาสเข้ามาทำงานในประเทศสหรัฐฯ

นักศึกษาจะได้ทำงานทั้งในทั้งในโรงแรมรีสอร์ท สวนสนุก ร้านอาหารและวนอุทยานต่างๆ นอกจากนี้นักศึกษาจะได้รับประสบการณ์มากมายจากการทำงาน การฝึกฝนภาษาอังกฤษ รวมถึงการได้รู้จักเพื่อนใหม่ ๆ และยังได้ท่องเที่ยวในสหรัฐฯ

โครงการทำงานพิเศษและท่องเที่ยวภาคฤดูร้อนยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษ ได้รับรายได้จากการทำงาน ยิ่งไปกว่านั้น นักศึกษาจะได้เรียนรู้วัฒนธรรมขอเมริกันอีกด้วย

คุณสมบัติของผู้สมัคร 

นักศึกษาที่จะเข้าร่วมโครงการจะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้:

  • ผู้สมัครจะต้องเป็นนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนในระดับมหาวิทยาลัยและเข้าเรียนเต็มเวลาในชั้นเรียนโดยไม่ใช่หลักสูตรออนไลน์ในสถาบันที่ได้รับการรับรองในประเทศที่ผู้สมัครพำนักอาศัยอยู่ ผู้สมัครสามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้ในช่วงปิดภาคการศึกษาเท่านั้น
  • ผู้สมัครจะต้องมีทักษะทางภาษาอังกฤษที่แสดงให้เห็นว่าสามารถปฏิบัติงานในโครงการนี้ได้

วิธีการสมัครเข้าร่วมโครงการทำงานพิเศษและท่องเที่ยวภาคฤดูร้อนในประเทศสหรัฐอเมริกา

  1. นักศึกษาสามารถ (1)ติดต่อตัวแทนจัดหางานท้องถิ่น (2)สมัครเข้าร่วมโครงการกับผู้สนับสนุนโครงการในสหรัฐอเมริกาได้โดยตรง ตัวแทนจัดหางานจะเป็นผู้ให้ข้อมูลของโครงการและคำแนะนำได้ตามสมควรแก่นักศึกษา
  1. นักศึกษาจะต้องสัมภาษณ์งานกับนายจ้าง หากนักศึกษาได้รับการตอบรับเข้าร่วมโครงการ ผู้สนับสนุนโครงการฯจะเป็นผู้เตรียมเอกสาร DS-2019 ให้กับนักศึกษา
  2. ผู้สมัครต้องมาสัมภาษณ์วีซ่ากับเจ้าหน้าที่กงสุลที่สถานทูตสหรัฐอเมริกา หรือสถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา ประจำเชียงใหม่ การสัมภาษณ์นี้มีขึ้นเพื่อให้แน่ใจว่าผู้สมัครมีคุณสมบัติที่จะได้วีซ่าตรงตามความต้องการของวัตถุประสงค์ของโครงการนี้

การปฏิบัติตนในช่วงระหว่างพำนักที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

นักศึกษาสามารถพำนักในสหรัฐอเมริกาได้นานถึง 4 เดือน ในช่วงระยะเวลาของการทำงานและสามารถอยู่ต่อได้อีก 1 เดือน ในฐานะนักท่องเที่ยว หลังจากโปรแกรมเสร็จสิ้นลงนักศึกษาจะต้องเดินทางกลับมาศึกษาต่อยังประเทศของตนเอง นักศึกษาจะได้รับรายได้จากการทำงานที่หักภาษีแล้ว แต่สามารถขอคืนภาษีย้อนหลังได้หลังจากเดินทางกลับสู่ประเทศไทย

ข้อมูลทั่วไป

ข้อมูลทั่วไป

ข้อมูลนี้จะให้คำแนะนำแก่นักศึกษา ตัวแทนจัดหางานท้องถิ่นและผู้สนับสนุนโครงการในสหรัฐอเมริกาที่สนใจเข้าร่วมโครงการทำงานพิเศษและท่องเที่ยวภาคฤดูร้อนประจำปี 2568 โครงการนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีนักศึกษาไทยสมัครเข้าร่วมโครงการนี้อีกเป็นจำนวนมากในปีนี้โครงการนี้ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รวมทั้งตัวแทนจัดหางานท้องถิ่นและผู้สนับสนุนโครงการในสหรัฐอเมริกาในการสรรหานักศึกษาที่มีคุณสมบัติตรงตามที่ต้องการ

เวลาเปิด-ปิด การรับสมัคร

สำหรับปี 2568 นี้ สถานทูตสหรัฐอเมริกา มีความยินดีที่จะแจ้งให้ทราบว่าเราเปิดให้นักศึกษาสามารถเข้าร่วมโครงการทำงานพิเศษและท่องเที่ยวได้ 2 ช่วงเวลา คือ 7 มีนาคม – 7 กรกฎาคม (Spring break) และ 7 พฤษภาคม –7 กันยายน 2568 (Summer break) ตามแต่ช่วงปิดภาคการศึกษาของแต่ละมหาวิทยาลัย นักศึกษาทุกคนรวมถึงนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ต้องเข้าร่วมโครงการตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดปิดภาคการศึกษา สำหรับนักศึกษาปีที่ 4 ซึ่งจบการศึกษาตามที่กำหนด แต่ยังไม่ได้แจ้งจบอย่างเป็นทางการ สามารถเลือกที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ได้ระหว่าง Spring break หรือ Summer break แต่ต้องอยู่ในช่วงเวลาที่โครงการกำหนด

นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการทำงานพิเศษและท่องเที่ยว จะต้องกลับมาก่อนเปิดภาคศึกษาใหม่ หรือแจ้งจบการศึกษา ทางสถานทูตสหรัฐฯ จะรับแบบฟอร์ม  DS-2019  ที่ระบุช่วงเวลาเริ่มต้นโครงการในช่วง

  1. 7 มีนาคม – 7 กรกฎาคม (Spring break) หรือ
  2. 7 พฤษภาคม – 7 กันยายน (Summer break)

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าตัวแทนจัดหางานท้องถิ่นจะช่วยดูแลและจัดการให้นักศึกษาทุกท่านได้กลับมาศึกษาทันกำหนดเปิดภาคการศึกษา

เราจะเริ่มสัมภาษณ์วีซ่าผู้เข้าร่วมโครงการนี้ในเดือนมกราคม 2568 ซึ่งการนัดหมายสัมภาษณ์นี้ต้องทำการล่วงหน้า ตัวแทนจัดหางานท้องถิ่นสามารถทำการจองนัดสัมภาษณ์ได้ที่ http://www.ustraveldocs.com/th/th/ หลังจากมีเอกสารทั้งหมดดังต่อไปนี้

  1. ตัวแทนจัดหางานท้องถิ่นต้องเตรียมเอกสารในการยื่นขอวีซ่าซึ่งจะต้องมีแบบฟอร์ม DS-2019 รวมอยู่ด้วย
  2. ตัวแทนจัดหางานท้องถิ่นต้องตรวจสอบคุณสมบัติของนักศึกษาที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ให้มีความพร้อมในทักษะทางด้านภาษาอังกฤษ ผลการศึกษาและงานที่ไปทำ
  3. ตัวแทนจัดหางานท้องถิ่นต้องแน่ใจว่าผู้สมัครทุกท่านได้กรอกแบบฟอร์มใบคำร้องขอวีซ่าอย่างถูกต้องและครบถ้วนสมบูรณ์

*** นักศึกษาต้องมาสัมภาษณ์ให้ตรงตามเวลาที่ระบุไว้พร้อมกับเตรียมเอกสารที่จะมายื่นสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่กงสุล (เอกสารที่จะต้องนำมาในวันสัมภาษณ์ดูรายละเอียดตามด้านล่าง)

คุณสมบัติของผู้สมัคร

ผู้สมัครเข้าร่วมโครงการจะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้:

  • ผู้สมัครจะต้องเป็นนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนในระดับมหาวิทยาลัยและเข้าเรียนเต็มเวลาในชั้นเรียนโดยไม่ใช่หลักสูตรออนไลน์ในสถาบันที่ได้รับการรับรองในประเทศที่ผู้สมัครพำนักอาศัยอยู่ ผู้สมัครสามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้ในช่วงปิดภาคการศึกษา
  • ผู้สมัครจะต้องมีทักษะทางภาษาอังกฤษที่แสดงให้เห็นว่าสามารถปฏิบัติงานในโครงการนี้ได้
  • ผู้สมัครต้องมาสัมภาษณ์วีซ่าและพิมพ์ลายนิ้วมือด้วยตนเองที่สถานทูตสหรัฐอเมริกา หรือสถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา ประจำเชียงใหม่
  • สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา ประจำเชียงใหม่ ครอบคลุม 15 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย กำแพงเพชร ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน น่าน เพชรบูรณ์ พะเยา พิจิตร พิษณุโลก แพร่ สุโขทัย ตาก และอุตรดิตถ์
  • นักศึกษาต่างชาติที่ศึกษาในประเทศไทยสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการนี้ได้
  • นักศึกษาไทยที่กำลังศึกษาในต่างประเทศสามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้ โดยยื่นวีซ่าที่สถานทูตสหรัฐฯ ที่ประเทศนั้นๆ ตัวอย่างเช่น ศึกษาอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ท่านสามารถขอวีซ่าที่สถานทูตสหรัฐฯในโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

 

กำหนดวันเดินทางกลับ

นักศึกษาต้องกลับประเทศไทยให้ทันเปิดภาคการศึกษาถัดไป ตัวแทนจัดหางานท้องถิ่นที่จัดหางานให้ท่านควรจะจองตั๋วเครื่องบินแบบเดินทางไป-กลับ เพื่อให้ทันกับการเปิดภาคการศึกษาใหม่

เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองประเทศสหรัฐอเมริกา จะอนุญาตให้ผู้สมัครที่มีวีซ่าประเภท J-1 อยู่ต่อในประเทศสหรัฐอเมริกาได้อีก 30 วัน นับจากวันสิ้นสุดโครงการ  หากผู้สมัครอยู่ต่อเกินวันที่กำหนดอาจส่งผลต่อการพิจารณาขอวีซ่าครั้งต่อไป

คุณสมบัติของตัวแทนจัดหางานท้องถิ่นโครงการทำงานพิเศษและท่องเที่ยวในภาคฤดูร้อน

ตัวแทนจัดหางานท้องถิ่นเป็นผู้จัดหางานให้ผู้สมัครที่เข้าร่วมโครงการทำงานพิเศษและท่องเที่ยวภาคฤดูร้อน ต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายของประเทศผู้สมัคร และเป็นไปตามสัญญาที่ได้ตกลงกันไว้กับผู้สนับสนุนโครงการในสหรัฐอเมริกาท่านสามารถทำการจองนัดสัมภาษณ์วีซ่าล่วงหน้าได้ที่ http://www.ustraveldocs.com/th/th/

 

นักศึกษาต้องเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้เพื่อนำมายื่นในวันสัมภาษณ์

  1. หนังสือเดินทางต้องมีอายุอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป นับจากระยะเวลาที่ท่านจะพำนักในประเทศสหรัฐอเมริกา
  2. อัปโหลดรูปถ่ายของผู้สมัครลงในแบบฟอร์ม DS-160 ซึ่งรูปถ่ายต้องไม่เกิน 6 เดือน, พื้นหลังขาว และไม่สวมแว่นตา และคอนแทคเลนส์สี (กรุณานำรูปถ่ายติดตัวมาด้วย ในวันสัมภาษณ์)
  3. แบบฟอร์ม DS-2019 ซึ่งมีลายเซ็นของผู้สนับสนุนโครงการในสหรัฐอเมริกา(ลายเซ็นด้วยน้ำหมึกจริงหรือลายเซ็นดิจิทัล) พร้อมทั้งลายเซ็นของผู้สมัคร ทั้งนี้แบบฟอร์ม DS-2019 ต้องระบุวันเริ่มและสิ้นสุดโครงการที่กำหนดไว้คือ 7 มีนาคม – 7 กรกฎาคม หรือ ช่วงเวลา 7 พฤษภาคม – 7 กันยายน ทางสถานทูตฯไม่สามารถรับแบบฟอร์ม DS-2019 ที่มีข้อมูลผิดพลาดได้
  4. ผู้สมัครวีซ่า J-1 ต้องชำระค่าธรรมเนียม SEVIS จำนวน 35 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนที่จะมาสัมภาษณ์ พร้อมทั้งนำใบเสร็จที่ชำระค่า SEVIS มายื่นในวันสัมภาษณ์ด้วย ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการชำระเงินได้ที่ https://fmjfee.com
  5. ใบรับรองผลการศึกษาตัวจริงฉบับล่าสุดของผู้สมัคร

 

ผู้สมัครต้องดำเนินการดังนี้

  • เมื่อนักศึกษาเดินทางไปถึงประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว จะต้องรายงานตัวต่อผู้สนับสนุนโครงการในสหรัฐอเมริกาเป็นนายจ้างของท่าน กรุณาใช้ชื่อ-นามสกุล ที่ปรากฏในหนังสือเดินทางของท่านในการติดต่อสื่อสารกับหน่วยงานต่างๆ
  • นักศึกษาต้องแจ้งให้ผู้สนับสนุนโครงการในสหรัฐอเมริกาของท่านทราบเกี่ยวกับงานที่จะทำและที่อยู่ที่ท่านจะพำนักในประเทศสหรัฐอเมริกา หากท่านเปลี่ยนงานหรือที่อยู่โดยไม่แจ้งให้นายจ้างของท่านทราบ จะส่งผลให้การเข้าร่วมโครงการของท่านสิ้นสุดลง และท่านต้องเดินทางออกจากประเทศสหรัฐอเมริกา ทันที

 

สิ่งที่ควรทราบ

  • แบบฟอร์ม DS-2019 สำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยในประเทศไทย ต้องระบุวันเริ่มต้นไม่เร็วไปกว่า 7 มีนาคม และวันสิ้นสุดโครงการก่อน 7 กรกฎาคม 2568 สำหรับ Spring break และ วันเริ่มต้นไม่เร็วไปกว่าวันที่ 7 พฤษภาคม และสิ้นสุดโครงการก่อน 7 กันยายน 2568 สำหรับ Summer break สำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 4 สามารถเลือกที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ได้ระหว่าง Spring break หรือ Summer break แต่ต้องอยู่ในช่วงเวลาที่โครงการกำหนด
  • แม้ว่านักศึกษาจะยังคงพำนักอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ท่านจะไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงานนอกเหนือจากช่วงเวลาตามวันที่ระบุไว้ในแบบฟอร์ม DS-2019
  • ถ้าวันเริ่มต้นการทำงานที่ระบุในแบบฟอร์ม DS-2019 ได้ผ่านพ้นไปแล้ว หรือท่านเชื่อว่านักศึกษาจะไม่สามารถเข้าเริ่มงานได้ทันตามวันที่ระบุไว้นั้น ทางผู้สนับสนุนโครงการในสหรัฐอเมริกาต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบให้แก้ไขข้อมูลในระบบ SEVIS เพื่อเปลี่ยน‎วันเริ่มต้นของโครงการก่อนที่นักศึกษาจะมาสัมภาษณ์วีซ่า
  • ตัวแทนจัดหางานท้องถิ่นโครงการทำงานพิเศษและท่องเที่ยวภาคฤดูร้อน จำเป็นต้องทำการจองนัดสัมภาษณ์ให้กับนักศึกษา โดยปฏิบัติตามรายละเอียดที่ระบุไว้ตามเว็บไซต์ http://www.ustraveldocs.com/th/th/ ตัวแทนทุกท่านสามารถเข้าไปดูวันนัดสัมภาษณ์ที่ยังคงว่างอยู่ได้ หากนักศึกษาเตรียมเอกสารต่างๆครบถ้วนแล้ว ท่านสามารถจองนัดแบบกลุ่มให้กับนักศึกษาได้ทันที เพราะหากวันนัดสัมภาษณ์เต็มนักศึกษาก็จะพลาดการมาสัมภาษณ์ตามกำหนดการที่ท่านต้องการได้
  • ตัวแทนจัดหางานท้องถิ่นต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบรายละเอียดของผู้สมัครที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ให้เป็นไปตามคุณสมบัติที่ถูกต้อง
  • นักศึกษาทุกท่านต้องสนทนาเป็นภาษาอังกฤษได้ เพราะการทำงานนี้จำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารกับนายจ้าง เจ้าของบ้าน คนขับรถประจำทาง เจ้าหน้าที่ตามร้านค้าต่างๆ หรือบุคคลทั่วไปที่พบในประเทศสหรัฐอเมริกา

 

*** สถานทูตสหรัฐอเมริกา กำหนดให้ผู้ติดต่อกับสถานทูตฯ ทุกท่านต้องได้รับการตรวจรักษาความปลอดภัย ตามขั้นตอนรักษาความปลอดภัยของสถานทูตฯ ท่านสามารถฝากโทรศัพท์มือถือหนึ่งเครื่องเท่านั้นไว้กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่หน้าประตูสถานทูตฯ สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้แบตเตอรี่ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ทางสถานทูตฯจะไม่รับฝากโดยเด็ดขาด

ข้อมูลติดต่อ

แผนกกงสุล สถานทูตสหรัฐอเมริกา กรุงเทพมหานคร เลขที่ 95 ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ 10330 ประเทศไทย
ศูนย์ข้อมูลวีซ่า
เวลาทำการ: วันจันทร์ถึงศุกร์ 7:00 – 16:00 (ยกเว้นวันหยุด)
โทรศัพท์: 033-007-846 (ในประเทศไทย)
(703)-783-9410 (โทรจากสหรัฐอเมริกา)
อีเมล์support-thailand@usvisascheduling.com

โพสต์ โครงการทำงานพิเศษและท่องเที่ยวภาคฤดูร้อน ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย Great Seal of the United States
ค่าธรรมเนียมหลักปฏิบัติต่างตอบแทน (Reciprocity Fee) https://th.usembassy.gov/th/nonimmigrant-visa-issuance-reciprocity-fees-th/ Mon, 12 Aug 2024 15:20:00 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=23775

โพสต์ ค่าธรรมเนียมหลักปฏิบัติต่างตอบแทน (Reciprocity Fee) ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
ค่าธรรมเนียมหลักปฏิบัติต่างตอบแทน (Reciprocity Fee)

ผู้สมัครจากบางประเทศอาจจำเป็นต้องจ่ายค่าธรรมเนียมหลักปฏิบัติต่างตอบแทนเพิ่มเติมหลังจากที่วีซ่าของตนได้รับการอนุมัติแล้ว ค่าธรรมเนียมนี้ขึ้นอยู่กับหลักปฏิบัติต่างตอบแทนที่สหรัฐฯมีกับบางประเทศ รัฐบาลสหรัฐฯพยายามที่จะไม่ให้มีการคิดค่าธรรมเนียมดังกล่าวนี้ อย่างไรก็ตามหากรัฐบาลของประเทศใดคิดค่าธรรมเนียมหลักปฏิบัติต่างตอบแทนสำหรับวีซ่าบางประเภทกับบุคคลสัญชาติอเมริกัน รัฐบาลสหรัฐฯก็จะคิดค่าธรรมเนียมหลักปฏิบัติต่างตอบแทนสำหรับวีซ่าประเภทที่คล้ายคลึงกันนั้นกับบุคคลสัญชาติดังกล่าวด้วย เว็บไซต์ของกระทรวงต่างประเทศจะมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมหลักปฏิบัติต่างตอบแทนนี้ พร้อมข้อมูลที่จะช่วยระบุว่าท่านจะต้องชำระค่าธรรมเนียมนี้ด้วยหรือไม่

โพสต์ ค่าธรรมเนียมหลักปฏิบัติต่างตอบแทน (Reciprocity Fee) ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย Great Seal of the United States
ขั้นตอนการสัมภาษณ์วีซ่าที่สถานทูตสหรัฐอเมริกา https://th.usembassy.gov/th/nonimmigrant-visa-interview-procedures-th/ Mon, 12 Aug 2024 14:01:00 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=23732

โพสต์ ขั้นตอนการสัมภาษณ์วีซ่าที่สถานทูตสหรัฐอเมริกา ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
ขั้นตอนการสัมภาษณ์วีซ่าที่สถานทูตสหรัฐอเมริกา

สิ่งที่ควรทำในวันสัมภาษณ์วีซ่า

  1. มาถึงสถานทูตฯ
    • เวลาที่แสดงบนจดหมายนัดคือเวลาที่ควรมาถึงหน้าสถานทูตฯ มิใช่เวลาที่จะได้รับการสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่กงสุล
    • ผู้สมัครควรมาถึงก่อนเวลาที่นัดไว้ 15 นาที (ไม่จำเป็นต้องมาก่อนเวลานานเกินไป)
  1. ตรวจสอบความเรียบร้อยและความปลอดภัย
    • ผู้สมัครจะต้องผ่านการตรวจสอบความเรียบร้อยและความปลอดภัย ได้แก่ นำสัมภาระติดตัวผ่านเครื่องสแกน เดินผ่านเครื่องสแกนวัตถุโลหะ ผู้สมัครควรนำแค่สิ่งของที่จำเป็นติดตัวมาในวันที่สัมภาษณ์
    • ผู้สมัครสามารถนำโทรศัพท์มาได้เพียง 2 เครื่องเท่านั้น โดยจะต้องฝากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไว้ ทางสถานทูตฯ และพนักงานรักษาความปลอดภัยจะไม่รับผิดชอบหากเกิดการสูญหายหรือเกิดความเสียหายใดๆ กับโทรศัพท์มือถือของท่านในขณะที่ฝากไว้กับพนักงานรักษาความปลอดภัย
  1. เช็คอินที่จุดติดต่อ
    • ติดต่อเจ้าหน้าที่ greeter ที่จุดติดต่อเพื่อตรวจสอบหนังสือเดินทางและเอกสารก่อนเข้าห้องสัมภาษณ์
  1. ยื่นหนังสือเดินทางและการเก็บรวบรวมข้อมูลไบโอเมตริกซ์ของคุณที่หน้าต่าง 11 ถึงหน้าต่าง 15
    • ยื่นหนังสือเดินทางและการเก็บรวบรวมข้อมูลไบโอเมตริกซ์โดยเครื่องสแกนลายนิ้วมือ
  1. ยืนยันลายนิ้วมือ
    • ติดต่อที่หน้าต่าง 10 เพื่อยืนยันลายนิ้วมือ
  1. สัมภาษณ์
    • หลังจากที่คุณพิมพ์ลายนิ้วมือแล้ว โปรดไปที่แถวเพื่อรอการสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่กงสุล

โพสต์ ขั้นตอนการสัมภาษณ์วีซ่าที่สถานทูตสหรัฐอเมริกา ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย Great Seal of the United States
ขั้นตอนในการสมัครวีซ่าชั่วคราว https://th.usembassy.gov/th/nonimmigrant-visa-application-procedures-th/ Mon, 12 Aug 2024 13:52:00 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=23717

โพสต์ ขั้นตอนในการสมัครวีซ่าชั่วคราว ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
ขั้นตอนในการสมัครวีซ่าชั่วคราว

ขั้นตอนในการสมัครวีซ่าชั่วคราวอย่างละเอียด มีดังต่อไปนี้

ขั้นตอนที่ 1: เข้าไปที่เว็บไซต์ www.ustraveldocs.com/th/th

ศึกษารายละเอียดเบื้องต้นเกี่ยวกับวิธีการยื่นคำร้องขอวีซ่าและข้อกำหนดต่างๆ เกี่ยวกับวีซ่าแต่ละประเภท เลือก ประเภทของวีซ่าชั่วคราว ที่หน้าเว็บเพื่อศึกษาข้อมูลของวีซ่าแต่ละประเภท

ขั้นตอน 2: กรอกแบบคำร้องขอวีซ่าชั่วคราว (DS-160)

กรอกแบบคำร้องขอวีซ่าที่ https://ceac.state.gov/genniv/ และพิมพ์ใบยืนยันแบบฟอร์ม DS-160

ขั้นตอนที่ 3: สร้างโปรไฟล์ส่วนตัว

สร้างโปรไฟล์ส่วนตัวบนเว็บไซต์ https://www.ustraveldocs.com/th/th/nonimmigrant-visa กรอกข้อมูลประวัติส่วนตัวให้ครบถ้วน จากนั้นเลือกประเภทและที่อยู่ในการจัดส่งเล่มหนังสือเดินทางคืน

ขั้นตอนที่ 4: ชำระค่าธรรมเนียมการยื่นคำร้องขอวีซ่า/การสมัครวีซ่า

ชำระค่าธรรมเนียมการยื่นคำร้องขอวีซ่าซึ่งขอคืนเงินไม่ได้ (ในสกุลเงินท้องถิ่น) โดยการโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์ (EFT) หรือ บัตรเครดิต/เดบิต หรือ ชำระเป็นเงินสดได้ที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาทุกสาขา โดยผู้สมัครต้องพิมพ์ใบชำระค่าธรรมเนียม CGI เพื่อนำไปชำระค่าธรรมเนียมที่ธนาคาร สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ https://www.ustraveldocs.com/th/th/payment-options

ขั้นตอนที่ 5: ทำนัดสัมภาษณ์

เมื่อชำระค่าธรรมเนียมเรียบร้อย ผู้สมัครจะสามารถนัดวันสัมภาษณ์ได้ที่ https://www.ustraveldocs.com/th/th/

ขั้นตอนที่ 6: เดินทางมาสัมภาษณ์วีซ่าที่สถานทูตฯ

ผู้สมัครจะต้องนำใบยืนยันแบบฟอร์ม DS-160 ใบยืนยันการนัดหมาย หนังสือเดินทาง (ทั้งเล่มเก่าและปัจจุบัน) รูปถ่ายสี ขนาด2×2 พื้นหลังสีขาวที่ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน และเอกสารที่เกี่ยวข้องมาด้วย

วีดิทัศน์นี้แสดงขั้นตอนและสิ่งที่ต้องเตรียมมาในวันสัมภาษณ์

ขั้นตอนที่ 7: การส่งคืนเล่มหนังสือเดินทาง

หากสัมภาษณ์วีซ่าผ่าน ผู้สมัครจะไม่ได้รับวีซ่าทันทีในวันสัมภาษณ์ โดยผู้สมัครจะได้รับเล่มหนังสือเดินทางพร้อมกับวีซ่าโดยการจัดส่งจากทาง DHL eCommerce เมื่อได้รับหนังสือเดินทางแล้ว กรุณาตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องของข้อมูล

ทางสถานทูตฯ ขอเน้นว่า ผู้ที่มีความประสงค์จะเดินทางไปประเทศสหรัฐฯ ทุกท่านควรเผื่อเวลาในการยื่นขอวีซ่าล่วงหน้าก่อนการเดินทาง และไม่ควรจองตั๋วเครื่องบินหรือวางแผนการเดินทางใดๆ ที่ยกเลิกไม่ได้ ก่อนที่ท่านจะได้รับหนังสือเดินทางที่มีวีซ่าสหรัฐฯ เรียบร้อยแล้ว

โพสต์ ขั้นตอนในการสมัครวีซ่าชั่วคราว ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย Great Seal of the United States
วีซ่าผู้ประกอบการค้าและนักลงทุนตามสนธิสัญญา https://th.usembassy.gov/th/nonimmigrant-visas-treaty-trader-treaty-investor-th/ Mon, 12 Aug 2024 13:30:00 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=23690

โพสต์ วีซ่าผู้ประกอบการค้าและนักลงทุนตามสนธิสัญญา ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
วีซ่าผู้ประกอบการค้าและนักลงทุนตามสนธิสัญญา

วีซ่าผู้ประกอบการค้า (E-1) และนักลงทุนตามสนธิสัญญา (E-2) เป็นวีซ่าสำหรับพลเมืองของประเทศซึ่งสหรัฐฯ ได้ทำสนธิสัญญาทางการค้าและการเดินเรือด้วย ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศคู่สนธิสัญญาดังกล่าว สำหรับรายชื่อประเทศที่มีสนธิสัญญาการค้าขายกับสหรัฐฯ คลิกที่นี่

ท่านจะมีคุณสมบัติเป็นผู้สมัครวีซ่าผู้ประกอบการค้า (E-1) และนักลงทุนตามสนธิสัญญา (E-2) ได้หากเดินทางไปยังประเทศสหรัฐฯ เพื่อ:

  • ประกอบธุรกิจซึ่งมีมูลค่ามากและประเภทของธุรกิจดังกล่าวอาจหมายรวมถึงการให้บริการหรืองานด้านเทคโนโลยีซึ่งเป็นกิจกรรมที่เป็นไปตามข้อตกลงร่วมกันและเป็นการค้าหลักๆ ระหว่างประเทศสหรัฐฯ และประเทศคู่สนธิสัญญา
  • เพื่อพัฒนาและบริหารจัดการธุรกิจซึ่งผู้สมัครได้ลงทุนกับธุรกิจด้วยมูลค่ามาก
  • หากท่านต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวีซ่านักลงทุนตามสนธิสัญญา (E-2) คลิกที่นี่

คู่สมรสและบุตรอายุต่ำกว่า 21 ปีซึ่งยังไม่ได้แต่งงานของผู้ค้า นักลงทุนตามสนธิสัญญา หรือพนักงานของบริษัทสามารถยื่นคำร้องขอวีซ่าเพื่อร่วมเดินทางหรือติดตามผู้สมัครไปสหรัฐฯ ได้ และผู้สมัครไม่จำเป็นต้องมีสัญชาติเดียวกับผู้สมัครหลัก

วีซ่าประเภท E อนุญาตให้ผู้ค้า/นักลงทุนตามสนธิสัญญาและครอบครัวอาศัยในประเทศสหรัฐฯ ตามระยะเวลาที่กำหนดโดยกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ (DHS) วีซ่าประเภท E เป็นวีซ่าชั่วคราว ซึ่งอนุญาตให้ผู้ถือวีซ่าพำนักในประเทศสหรัฐฯ ตามเงื่อนไขที่กำหนดตลอดอายุของวีซ่า ผู้ถือวีซ่าประเภท E ต้องมีความประสงค์ที่จะเดินทางออกจากประเทศสหรัฐฯ เมื่อสถานะวีซ่าประเภท E นั้นสิ้นสุดลง ผู้ติดตามไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงานที่สหรัฐฯ เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับการอนุมัติจากกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิในสหรัฐฯ

คุณสมบัติผู้สมัครวีซ่าประเภท E
กรุณาเลือกประเภทวีซ่าประเภท E ที่ตรงกับท่าน

วิธีการสมัคร
สำหรับวิธีการสมัครวีซ่าประเภท E คลิกที่นี่

การดำเนินวีซ่าต้องใช้ระยะเวลานานเท่าใด
เนื่องจากกระบวนการพิจารณาเอกสารประกอบวีซ่าประเภท E อาจต้องใช้เวลาถึง 4 สัปดาห์ สถานทูตฯ ต้องได้รับเอกสารจากท่านอย่างน้อย 15 วันทำการ ก่อนวันนัดหมายสัมภาษณ์วีซ่าของท่าน หากท่านไม่ได้ส่งเอกสารภายในระยะเวลาที่กำหนดอาจทำให้ท่านไม่ได้รับการสัมภาษณ์ตามวันนัดหมายเดิมของท่าน ท่านต้องเลื่อนวันนัดสัมภาษณ์ไปอีกอย่างน้อย 3 สัปดาห์หลังจากยื่นเอกสาร ท่านสามารถนัดหมายสัมภาษณ์วีซ่าได้ทั้งหมด 3 ครั้ง หากครบกำหนด ท่านต้องชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าใหม่และเริ่มกระบวนการยื่นใบสมัครใหม่อีกครั้ง ฉะนั้นท่านควรเตรียมเอกสารให้ครบก่อนนัดสัมภาษณ์วีซ่า

วิธีการยื่นเอกสารเพิ่มเติม
หากท่านโดนปฏิเสธภายใต้มาตรา 221 (g) ของกฎหมายว่าด้วยการตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติของสหรัฐอเมริกา หมายความว่า ท่านขาดคุณสมบัติ เนื่องจากเอกสารหรือข้อมูลไม่ครบถ้วนพอที่ทางแผนกวีซ่าชั่วคราวจะออกวีซ่าให้กับท่านได้ ท่านจะได้รับจดหมายอธิบายเกี่ยวกับวิธีการส่งเอกสารเพิ่มเติม ท่านไม่จำเป็นต้องชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าใหม่สำหรับการยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในหนึ่งปีนับจากวันที่ได้รับจดหมายขอเอกสารเพิ่มเติม

หากท่านโดนปฎิเสธวีซ่า
หากท่านโดนปฏิเสธภายใต้มาตรา 214(b) ของกฎหมายว่าด้วยการตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติของสหรัฐอเมริกา ทางสถานทูตฯ แนะนำว่าผู้สมัครควรจะสมัครวีซ่าใหม่หลังจากที่สถานภาพ ความผูกพันทางครอบครัว ทางสังคม ทางการงาน หรือทางเศรษฐกิจ ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ และ/หรือหากท่านเชื่อว่ามีข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ ที่ท่านไม่ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบระหว่างการสัมภาษณ์ที่ผ่านมา

หากท่านมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับวีซ่าสำหรับผู้ประกอบการค้าและผู้ลงทุนตามสนธิสัญญา โปรดส่งอีเมลมาที่ BangkokBusinessTravel@state.gov.

โพสต์ วีซ่าผู้ประกอบการค้าและนักลงทุนตามสนธิสัญญา ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย Great Seal of the United States
วีซ่านักการทูต/วีซ่าราชการ  (วีซ่าประเภท A) https://th.usembassy.gov/th/nonimmigrant-visas-diplomats-government-officials-th/ Mon, 12 Aug 2024 13:13:00 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=23681

โพสต์ วีซ่านักการทูต/วีซ่าราชการ  (วีซ่าประเภท A) ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
วีซ่านักการทูต/วีซ่าราชการ (วีซ่าประเภท A)

ภาพรวม

เจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ๆประเทศสหรัฐฯ จะต้องมีคุณสมบัติตามข้อกำหนดสำหรับการขอวีซ่าราชการหรือวีซ่านักการทูตตามกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ และขอวีซ่าราชการประเภท A ก่อนเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ๆประเทศสหรัฐฯ   สำหรับวีซ่าประเภท A-1 หรือ A-2 ท่านจะต้องเดินทางไปประเทศสหรัฐฯในนามของรัฐบาลเพื่อปฏิบัติหน้าที่หรือภารกิจทางราชการให้กับรัฐบาลประเทศของท่าน  ท่านจะไม่สามารถใช้วีซ่าท่องเที่ยวประเภท B1/B2 สำหรับการเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ทางราชการได้

แม้ว่ารัฐบาลของท่านจะมีส่วนร่วมหรือได้รับผลประโยชน์จากการปฏิบัติหน้าที่หรือจากภารกิจที่ท่านได้รับมอบหมายในการเดินไปประเทศสหรัฐฯ ก็มิได้หมายความว่าท่านจะมีคุณสมบัติได้รับวีซ่าประเภท A ตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯและตามกฎหมายเข้าเมืองสหรัฐฯ ข้าราชการที่เดินทางไปประเทศสหรัฐฯเพื่อไปปฏิบัติภารกิจที่ไม่เกี่ยวกับราชการเช่น ภารกิจเชิงพาณิชย์หรือเดินทางแบบนักท่องเที่ยวจะต้องขอวีซ่าให้ถูกประเภทและไม่มีคุณสมบัติได้วีซ่าประเภท A

วีซ่าประเภท C-3

วีซ่าประเภท C-3 เป็นวีซ่าสำหรับเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐบาล ซึ่งรวมถึงสมาชิกครอบครัว ผู้ช่วย ผู้ช่วยทำงานบ้าน หรือพนักงานส่วนบุคคล ที่จะเดินทางผ่านประเทศสหรัฐฯ เพื่อไปยังจุดหมายปลายทางประเทศอื่น

หมายเหตุ

  1. ผู้สมัครที่มีคุณสมบัติในการสมัครวีซ่าประเภท A ที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ๆประเทศสหรัฐฯเป็นระยะเวลาน้อยกว่า 90 วัน จะได้รับวีซ่าที่มีคำระบุบนหน้าวีซ่าว่า “TDY” (temporary duty / หน้าที่ชั่วคราว)
  2. ผู้สมัครวีซ่าประเภท A และ C-3 ทุกท่านจะต้องมีหนังสือนำจากกระทรวงการต่างประเทศแนบมากับใบสมัคร
  3. เจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นส่วนจังหวัด เขต หรือ ภูมิภาค และพนักงาน/อาจารย์มหาวิทยาลัยจะไม่มีคุณสมบัติในการได้รับวีซ่าประเภท A และต้องสมัครวีซ่าประเภท B แทน
  4. ผู้สมัครที่ทำงานที่กระทรวง ทบวง หรือ กรม ที่ไม่มีหน่วยงานเทียบเท่าในประเทศสหรัฐฯ จะไม่มีคุณสมบัติในการได้รับวีซ่านักการทูตหรือราชการ
  5. ในกรณีขององค์กรที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจเชิงพาณิชย์ หรือการแข่งขันทางการค้า เช่น การธนาคาร การทำเหมืองแร่ หรือการขนส่ง/คมนาคม เจ้าหน้าที่จากองค์กรดังกล่าวจะไม่มีคุณสมบัติในการได้รับวีซ่าประเภท A โดยทางสถานทูตฯอาจจะออกวีซ่าประเภทอื่นให้ตามจุดประสงค์การเดินทาง

องค์กรระหว่างประเทศ (วีซ่าประเภท G)

เพื่อที่จะได้รับวีซ่าประเภท G สำหรับพนักงาน/เจ้าหน้าที่จากองค์กรระหว่างประเทศ  ผู้สมัครจะต้องเดินทางไปประเทศสหรัฐฯ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ให้กับองค์กร

  • G1 –สมาชิกคณะผู้แทนทางการทูตจากรัฐบาลที่ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลประเทศสหรัฐฯ ที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ๆองค์กรระหว่างประเทศ
  • G2 – ตัวแทนจากรัฐบาลที่ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลประเทศสหรัฐฯ ที่จะเดินทางไปประเทศสหรัฐฯเป็นการชั่วคราวเพื่อเข้าร่วมการประชุมกับองค์กรระหว่างประเทศ
  • G3 – ตัวแทนจากรัฐบาลที่มิได้รับการยอมรับจากรัฐบาลประเทศสหรัฐฯหรือจากองค์กรระหว่างประเทศ
  • G4 – บุคคลที่จะเดินทางไปประเทศสหรัฐฯ เพื่อปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราวให้กับองค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งรวมถึงองค์การสหประชาชาติ

ท่านสามารถดูรายชื่อองค์กรระหว่างประเทศ ที่กำหนดไว้ได้จากลิงก์

วีซ่าประเภท A-3 และ G-5 (ผู้ช่วยทำงานบ้าน/แม่บ้าน/พี่เลี้ยงของตัวแทนจากรัฐบาลต่างประเทศ)

ผู้สมัครจะต้องทำการลงทะเบียนออนไลน์ผ่านระบบ TOMIS ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯก่อนที่จะทำการสมัครวีซ่า  สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมในการลงทะเบียนผ่านระบบนี้ โปรดอีเมล DomesticWorkers@state.gov (สำหรับผู้สมัครวีซ่า A-3) และ UNDomesticWorkers@state.gov  (สำหรับผู้สมัครวีซ่า G-5)

ท่านสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มสำหรับลงทะเบียนได้จากเว็บไซต์

ขั้นตอนการสมัครวีซ่า

ประเภทวีซ่า รวมถึงค่าธรรมเนียม และข้อกำหนดในการสัมภาษณ์วีซ่า จะขึ้นอยู่กับชนิดของหนังสือเดินทาง และจุดประสงค์ในการเดินทางของท่าน  โปรดดูตารางด้านล่างก่อนการสมัครวีซ่า

จุดประสงค์การเดินทาง ประเภทวีซ่า ค่าธรรมเนียมการสมัครวีซ่า ข้อกำหนดในการสัมภาษณ์วีซ่า
ผู้ถือหนังสือเดินทางนักการทูต
ราชการ A-1/ A-2/ C-3 ไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียม ไม่ต้องเข้ารับการสัมภาษณ์
ไม่ใช่ราชการ B ไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียม*
สำหรับผู้สมัครที่ยังคงดำรงตำแหน่งทางการทูตฯ
เข้ารับการสัมภาษณ์
ผู้ถือหนังสือเดินทางราชการ
ราชการ A-1/ A-2/ C-3 ไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียม ไม่ต้องเข้ารับการสัมภาษณ์
ไม่ใช่ราชการ B ต้องชำระค่าธรรมเนียม เข้ารับการสัมภาษณ์
องค์กรระหว่างประเทศ
ราชการ G-1/ G-2/ G-3/ G-4 ไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียม ไม่ต้องเข้ารับการสัมภาษณ์
พนักงาน/ลูกจ้างส่วนบุคคล
ผู้ช่วยทำงานบ้าน/แม่บ้าน/พี่เลี้ยงของผู้สมัครวีซ่าประเภท A หรือ G A-3 or G-5 ไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียม เข้ารับการสัมภาษณ์

 

*ผู้สมัครจากบางประเทศอาจต้องทำการชำระค่าธรรมเนียมตามหลักปฏิบัติต่างตอบแทนในการออกวีซ่า (reciprocity fee) หลังจากวีซ่าได้รับการอนุมัติ  โดยท่านสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงตรวจสอบว่าท่านจะต้องชำระค่าธรรมเนียมนี้หรือไม่ได้จากเว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ

หากท่านมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับวีซ่านักการทูต/วีซ่าราชการ ท่านสามารถติดต่อแผนกวีซ่าชั่วคราวได้ที่อีเมล visasbkk@state.gov

แผนกวีซ่าชั่วคราวเปิดให้บริการสำหรับผู้ขอวีซ่าราชการ (อันได้แก่ นักการทูต ผู้แทนขององค์กรระหว่างประเทศ และ/หรือข้าราชการที่เป็นตัวแทนของรัฐบาลไทย ที่เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ทางราชการ) ที่มีคุณสมบัติในการยื่นขอวีซ่าประเภท A-1, A-2, G-1, G-2, G-3, G-4 หรือ C-3 (วีซ่าราชการ)

หน้าต่างบริการวีซ่าสำหรับนักการทูต/วีซ่าราชการจะเปิดให้บริการดังนี้

  • สถานทูตสหรัฐอเมริกากรุงเทพ ทุกวันจันทร์และวันพุธช่วงบ่ายระหว่างเวลา 13:30-15:00 น.
  • สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา เชียงใหม่ ไม่เปิดรับใบสมัครสำหรับวีซ่านักการทูตและวีซ่าราชการ

ยกเว้นวันหยุดราชการไทยและสหรัฐฯ ท่านสามารถให้เจ้าหน้าที่มายื่นเอกสารแทนได้ ในกรณีที่ท่านไม่ต้องเข้ารับการสัมภาษณ์ (ผู้สมัครวีซ่าประเภท A-1, A-2, G-1, G-2, G-3, G-4 หรือ C-3 ที่มีคุณสมบัติจะไม่ต้องเข้ารับการสัมภาษณ์) เจ้าหน้าที่กงสุลจะเป็นผู้พิจารณาคุณสมบัติของผู้สมัครวีซ่า โดยผู้สมัครที่ไม่ผ่านคุณสมบัติการยื่นวีซ่าราชการจะได้รับคำชี้แจงเพิ่มเติม หากท่านกำลังจะยื่นขอวีซ่าราชการ โปรดอย่าชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าหากเจ้าหน้าที่กงสุลไม่ได้ให้คำชี้แจงกับท่าน เนื่องจากท่านไม่สามารถขอคืนเงินค่าธรรมเนียมวีซ่าได้ไม่ว่าจะในกรณีใดๆก็ตาม

โปรดทราบว่าหน้าต่างวีซ่านักการทูต/วีซ่าราชการปิดทุกวันพุธสุดท้ายของเดือน โปรดดูวันปิดทำการแผนกกงสุลได้จากลิงก์ วันปิดทำการแผนกกงสุล สถานทูตสหรัฐอเมริกา กรุงเทพฯ

ไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียม / ไม่ต้องเข้ารับการสัมภาษณ์

หากท่านสมัครวีซ่าประเภทตามที่ระบุด้านล่าง ท่านไม่จำเป็นต้องชำระค่าธรรมเนียม และไม่ต้องเข้ารับการสัมภาษณ์วีซ่า

A-1, A-2, C-3, G-1, G-2, G-3, or G-4

เอกสารที่ต้องยื่น:

– หนังสือเดินทางที่ยังมีอายุการใช้งาน
– แบบฟอร์มการยื่นคำร้องขอวีซ่าชั่วคราว DS-160  ผู้สมัครแต่ละท่านต้องกรอก DS-160 ของตัวเอง และพิมพ์ใบยืนยัน DS-160 เพื่อยื่นให้กับสถานทูตฯ

– หนังสือเชิญที่ระบุถึงวัตถุประสงค์ในการเดินทางตลอดจนรายละเอียดการไปปฏิบัติหน้าที่ทางราชการที่สหรัฐฯ

– รูปถ่าย 2 X 2 นิ้ว พื้นหลังสีขาว ถ่ายไม่เกินหกเดือน และไม่สวมแว่นตา (โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก http://www.ustraveldocs.com/th/th-niv-photoinfo.asp)

– หนังสือนำจากกระทรวงการต่างประเทศสำหรับวีซ่าประเภท A และ C3 (Diplomatic Note หรือ Note Verbale) หรือหนังสือเชิญจากหน่วยงานหรือองค์กรระหว่างประเทศสำหรับวีซ่าประเภท G  ที่มีชื่อผู้สมัคร
หนังสือนำหรือจดหมายดังกล่าวจะต้องระบุข้อมูลต่อไปนี้ของผู้สมัคร:

  • ชื่อ และวันเดือนปีเกิด;
  • ชื่อตำแหน่ง/งาน;
  • สถานที่ๆต้องไปปฏิบัติหน้าที่ หรือเดินทางไป;
  • จุดประสงค์การเดินทาง;
  • คำอธิบายสั้นๆเกี่ยวกับหน้าที่การงาน;วันที่/เวลาเดินทาง;
  • ระยะเวลาที่คาดว่าจะอยู่ในประเทศสหรัฐฯ;
  • ชื่อ/นามสกุล ความสัมพันธ์ และวันเดือนปีเกิด ของบุคคลในครอบครัวหรือต่างครอบครัวที่จะเดินทางไปกับผู้สมัคร

ไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียม แต่ต้องเข้ารับการสัมภาษณ์

หากท่านสมัครวีซ่าประเภทตามที่ระบุด้านล่าง ท่านไม่จำเป็นต้องชำระค่าธรรมเนียม แต่ต้องเข้ารับการสัมภาษณ์วีซ่า

– A-3, G-5, NATO-7

– ผู้สมัครที่ถือหนังสือเดินทางนักการทูต และต้องการสมัครวีซ่าเพื่อจุดประสงค์การเดินทางอื่นซึ่งไม่ใช่เพื่อการราชการ (เช่น วีซ่าประเภท B, F, M, J เป็นต้น)

เอกสารที่ต้องยื่น:

  • หนังสือเดินทางที่ยังมีอายุการใช้งาน
  • แบบฟอร์มการยื่นคำร้องขอวีซ่าชั่วคราว DS-160 ผู้สมัครแต่ละท่านต้องกรอก DS-160 ของตัวเอง และพิมพ์ใบยืนยัน DS-160 เพื่อยื่นให้กับสถานทูตฯ
  • หนังสือเชิญที่ระบุถึงวัตถุประสงค์ในการเดินทางตลอดจนรายละเอียดการไปปฏิบัติหน้าที่ทางราชการที่สหรัฐฯ
  • รูปถ่าย 2 X 2 นิ้ว พื้นหลังสีขาว ถ่ายไม่เกินหกเดือน และไม่สวมแว่นตา (โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จากhttp://www.ustraveldocs.com/th/th-niv-photoinfo.asp)
  • หนังสือนำจากกระทรวงการต่างประเทศ (เฉพาะผู้สมัครวีซ่าประเภท A-3, G-5 และ NATO-7)

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเอกสารที่ท่านต้องใช้ในการสมัครวีซ่าแต่ละประเภท โปรดดูเว็บไซต์

ต้องชำระค่าธรรมเนียมและเข้ารับการสัมภาษณ์

ผู้ถือหนังสือเดินทางราชการที่มีจุดประสงค์การเดินทางซึ่งไม่ใช่เพื่อการราชการ เช่นเพื่อการท่องเที่ยว (วีซ่าประเภท B) เพื่อการศึกษา (วีซ่าประเภท F) เพื่อการเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน (วีซ่าประเภท J) เพื่อการเดินทางผ่านประเทศสหรัฐฯไปยังประเทศอื่น (วีซ่าประเภท C-1) จะต้องทำการชำระค่าธรรมเนียม และทำการจองนัดสัมภาษณ์วีซ่า  สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการสมัครและเอกสารที่ต้องใช้ โปรดดูได้จากเว็บไซต์ https://www.ustraveldocs.com/th_th/th-niv-visaapply.asp

โพสต์ วีซ่านักการทูต/วีซ่าราชการ  (วีซ่าประเภท A) ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย Great Seal of the United States