โครงการ Archives - สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย https://th.usembassy.gov/th/category/programs-th/ Fri, 26 Sep 2025 01:42:50 +0000 th hourly 1 อบรมการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ ในการบริหารจัดการภัยพิบัติ https://th.usembassy.gov/th/strategic-communications-in-disaster-management-workshop-th/ Wed, 17 Sep 2025 07:29:03 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=25700

โพสต์ อบรมการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ ในการบริหารจัดการภัยพิบัติ ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
การอบรมเชิงปฏิบัติ การสื่อสารเชิงกลยุทธ์ในการบริหารจัดการภัยพิบัติ

การสื่อสารกับสาธารณชนเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยชีวิตระหว่างเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ สถานทูตสหรัฐฯ ร่วมกับศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการภัยพิบัติและความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม (CFE-DM) ประจำกองบัญชาการภาคพื้นอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯ จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการหลายวันในหัวข้อ “การสื่อสารเชิงกลยุทธ์ในการบริหารจัดการภัยพิบัติ” เพื่อเสริมสร้างทักษะการสื่อสารกับสาธารณชน และเพิ่มความสามารถในการทำงานร่วมกันระหว่างตัวแทน 55 ท่าน จากหน่วยงานพลเรือน รัฐบาล ทหาร และสื่อมวลชน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการตอบสนองต่อภัยพิบัติในประเทศไทย ผู้เข้าร่วมการอบรมจากทั่วประเทศเรียนรู้วิธีการเผยแพร่ข้อมูลที่ช่วยชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในโอกาสนี้ มีการอภิปรายโดยผู้เชี่ยวชาญ เช่น คุณแคททริน แฟลชบาท รักษาการอัครราชทูตที่ปรึกษา สถานทูตสหรัฐฯ คุณทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้แบ่งปันความรู้และประสบการณ์กับผู้เข้าร่วมการอบรม

ผู้เข้าร่วมการอบรมได้ร่วมกันพัฒนาทักษะการสื่อสารในภาวะวิกฤต โดยเน้นย้ำบทบาทสำคัญของการรายงานข้อมูลที่ถูกต้องและทันท่วงทีในช่วงภัยพิบัติ การประสานงานกันและตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพช่วยให้ชีวิตของประชาชน เจ้าของธุรกิจ คนทำงาน และนักท่องเที่ยว รวมถึงชาวอเมริกันในประเทศไทยและพื้นที่อื่น ๆ มีความปลอดภัยมากขึ้น

สถานทูตสหรัฐฯ ขอขอบคุณหน่วยงานที่ส่งตัวแทนเข้าร่วม ได้แก่ กองทัพไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม สำนักนายกรัฐมนตรี (กองการต่างประเทศ) กรมควบคุมโรค สำนักงานชลประทาน ประชาสัมพันธ์จังหวัด กรุงเทพมหานคร เทศบาลนครเชียงใหม่ และตัวแทนสื่อมวลชนจากสื่อออนไลน์ สิ่งพิมพ์ และวิทยุ

โพสต์ อบรมการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ ในการบริหารจัดการภัยพิบัติ ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย
การขยายความตกลงด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สหรัฐฯ-ไทย https://th.usembassy.gov/th/extension-of-the-u-s-thailand-science-and-technology-agreement-th/ Tue, 06 Aug 2024 12:55:49 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=22736

โพสต์ การขยายความตกลงด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สหรัฐฯ-ไทย ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
การขยายความตกลงด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สหรัฐฯ-ไทย

Signing ceremony between the United States and the Kingdom of Thailand Science and Technology

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา
สำนักงานโฆษก
สำหรับเผยแพร่ทันที

ข้อมูลสำหรับสื่อมวลชน

5 สิงหาคม 2567

การขยายความตกลงด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สหรัฐฯ-ไทย

ในวันที่ 5 สิงหาคม 2567 สหรัฐอเมริกาและราชอาณาจักรไทยขยายความตกลงด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Science and Technology Agreement) ระหว่างกันเป็นระยะเวลาอีก 10 ปี นับตั้งแต่ที่มีการลงนามครั้งแรกเมื่อปี 2556 และขยายระยะเวลาในปี 2561 ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ของทั้งสองชาติพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นความสัมพันธ์ที่เข้มแข็งและยืนนาน

การขยายความตกลงระดับทวิภาคีครั้งล่าสุดนี้ระบุถึงความพยายามของทั้งสองประเทศในการสร้างชุมชนวิจัยวิทยาศาสตร์ที่ยอมรับความแตกต่างหลากหลาย ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคนทุกกลุ่ม และขจัดอุปสรรคต่อการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ร่วมกัน นอกจากนี้ สหรัฐฯ และไทย ยังระบุถึงความสำคัญของการรักษาหลักการและค่านิยมของความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ เช่น การเปิดรับ ความโปร่งใส ความซื่อสัตย์ ความเสมอภาค การแข่งขันอย่างเป็นธรรม ความเป็นกลาง และค่านิยมประชาธิปไตย ซึ่งส่งเสริมหลักคุณธรรมและความปลอดภัยของกิจการทางวิทยาศาสตร์ (Scientific enterprise) ระดับนานาชาติ ทั้งสหรัฐฯ และไทยยังเห็นพ้องเกี่ยวกับการปรับปรุงข้อมูลในส่วนภาคผนวกว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งสะท้อนค่านิยมและผลประโยชน์ร่วมกัน

สหรัฐฯ และราชอาณาจักรไทย มีความมุ่งมั่นแน่วแน่ต่อหลักการว่าด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน ความเคารพซึ่งกันและกัน และผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งเกิดขึ้นจากประวัติศาสตร์และค่านิยมที่มีร่วมกัน และมั่นคงเพราะความมุ่งมั่นร่วมกันในการสร้างประเทศประชาธิปไตยที่เข้มแข็งและทุกคนมีส่วนร่วม รวมถึงการขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชน

การขยายความตกลงด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระยะเวลา 10 ปีนี้ เน้นย้ำความมุ่งมั่นระยะยาวของทั้งสองประเทศในการเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนและการทำงานที่ใกล้ชิดในความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ OES-Press@state.gov

โพสต์ การขยายความตกลงด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สหรัฐฯ-ไทย ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย Great Seal of the United States
เอกอัครราชทูตโกเดคต้อนรับผู้เข้าร่วมโครงการ International Academic Partnership Program (IAPP) 37 คนจากสหรัฐฯ สู่ประเทศไทย https://th.usembassy.gov/th/ambassador-godec-welcomed-37-participants-in-the-newly-formed-u-s-international-academic-partnership-program-iapp-to-thailand-th/ Mon, 22 Apr 2024 02:44:00 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=21746

โพสต์ เอกอัครราชทูตโกเดคต้อนรับผู้เข้าร่วมโครงการ International Academic Partnership Program (IAPP) 37 คนจากสหรัฐฯ สู่ประเทศไทย ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
เอกอัครราชทูตโกเดคต้อนรับผู้เข้าร่วมโครงการ International Academic Partnership Program (IAPP) 37 คนจากสหรัฐฯ สู่ประเทศไทย

Ambassador Godec welcomed 37 participants in the newly-formed U.S. International Academic Partnership Program (IAPP) to Thailand.

เอกอัครราชทูตโกเดคต้อนรับผู้เข้าร่วมโครงการ International Academic Partnership Program (IAPP) 37 คนจากสหรัฐฯ สู่ประเทศไทย พวกเขาจะเยี่ยมชมและหารือกับวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย 13 แห่งทั่วไทย เพื่อเรียนรู้ระบบการศึกษาไทย โดยมุ่งสร้างความร่วมมือระดับอุดมศึกษาที่ยั่งยืนกับสถาบันไทย

หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ในประเทศไทย กำลังทุ่มเทพัฒนาความร่วมมือทางการศึกษาใหม่ ตลอดจนเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่มีอยู่เดิม โครงการ IAPP ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือทางการศึกษาระหว่างสหรัฐฯ และไทยโครงการแรกที่ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางการศึกษาและวิจัยระหว่างสถาบันการศึกษา 18 แห่งของสหรัฐฯ และ 29 แห่งของไทย จึงแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในด้านดังกล่าว

โพสต์ เอกอัครราชทูตโกเดคต้อนรับผู้เข้าร่วมโครงการ International Academic Partnership Program (IAPP) 37 คนจากสหรัฐฯ สู่ประเทศไทย ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย Great Seal of the United States
Weaving Our Stories สานสัมพันธ์การทูตสหรัฐฯ-ไทย 190 ปี https://th.usembassy.gov/th/weaving-our-stories-th/ Tue, 16 Jan 2024 01:28:00 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=21301

โพสต์ Weaving Our Stories สานสัมพันธ์การทูตสหรัฐฯ-ไทย 190 ปี ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
Weaving Our Stories สานสัมพันธ์การทูตสหรัฐฯ-ไทย 190 ปี
Weaving Our Stories

Weaving Our Stories

ในโอกาสเฉลิมฉลอง 190 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสหรัฐอเมริกากับราชอาณาจักรไทย สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ร่วมกับภาคีชาวไทย จัดกิจกรรมต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2566 เพื่อนำเสนอความร่วมมือที่แน่นแฟ้นในหลากหลายด้านของทั้งสองประเทศ โครงการ “สานสัมพันธ์การทูตสหรัฐฯ-ไทย 190 ปี” เป็นกิจกรรมหลักของปีแห่งการเฉลิมฉลองนี้ โดยร้อยเรียงเส้นด้ายแห่งมิตรภาพระหว่างชาติและประชาชนของเราสองประเทศไว้อย่างลงตัว ผ่านผลงานศิลปะจัดวางในพื้นที่สาธารณะและนิทรรศการอันน่าประทับใจในกรุงเทพมหานคร รวมถึงกิจกรรมสร้างสรรค์ศิลปะร่วมกันและการให้ความรู้ต่าง ๆ

โครงการ “สานสัมพันธ์การทูตสหรัฐฯ-ไทย 190 ปี” เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ของเอกอัครราชทูตโรเบิร์ต เอฟ. โกเดค และมีวัตถุประสงค์เพื่อจุดประกายให้เกิดการแสดงความคิดเห็นของประชาชนทั่วไป พร้อม ๆ กับเฉลิมฉลองอดีตและสะท้อนภาพอนาคตความสัมพันธ์ของเรา โครงการนี้นำเสนอหัวใจสำคัญของเส้นทาง 190 ปีของเรา และเฉลิมฉลองความร่วมมืออันยาวนานระหว่างชาติของเราทั้งสองผ่านการบอกเล่าเรื่องราวซึ่งยกย่องเชิดชูเสียงของคนธรรมดาทั่วไป ตลอดจนจัดแสดงผืนผ้าแห่งความสัมพันธ์สหรัฐฯ-ไทยอันงดงามซึ่งถักทอขึ้นโดยผู้คนหลายรุ่น

หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือผลงานศิลปะจัดวางในพื้นที่สาธารณะ “Time Owes Us Remembrance กาลเวลา•คืนค่า•หวนรำลึก” ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ซึ่งคุณอแมนด้า พึ่งโพธิปักขิยะ ศิลปินชาวไทย-อเมริกัน ได้รังสรรค์ขึ้นหลังจากพูดคุยเชิงลึก ร่วมสร้างสรรค์ผลงานและเยี่ยมเยือนผู้คนมากมายจากชุมชนต่าง ๆ หลายสิบครั้งตลอดปีทั้งในสหรัฐฯ และไทย นิทรรศการสุดพิเศษนี้สำรวจตรวจค้นอนาคตของสตรี ความยั่งยืน สภาพอากาศ และเส้นทาง 190 ปีของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ กับไทย ด้วยการผสมผสานการนำเสนอที่น่าสนใจผ่านผืนผ้าของอเมริกาและไทยกับสารคดี ผืนผ้าแห่งมิตรภาพระหว่างสองชาติของเรานี้ถักทอขึ้นจากเส้นด้ายมากมาย และครอบคลุมหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการค้า การลงทุน การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การพัฒนาด้านสาธารณสุข หรือการธำรงเสถียรภาพและความปลอดภัยในภูมิภาค

นิทรรศการนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 มกราคม ถึง 25 มิถุนายน 2567

ศิลปิน: อแมนด้า พึ่งโพธิปักขิยะ

Amanda Phingbodhipakkiya
Amanda Phingbodhipakkiya

อแมนด้า พึ่งโพธิปักขิยะ (Amanda Phingbodhipakkiya)

อแมนด้า พึ่งโพธิปักขิยะ เป็นศิลปินที่ทำงานหลายแขนงในย่านบรุกลิน เมืองนิวยอร์กซิตี เธอเกิดที่เมืองแอตแลนตา สหรัฐอเมริกา มีบิดามารดาเป็นผู้อพยพชาวไทยและอินโดนีเซีย เธอสร้างสรรค์ผลงานศิลปะจัดวางเพื่อการมีส่วนร่วม สิ่งทอ ประติมากรรม จิตรกรรมฝาผนังขนาดใหญ่ และแคมเปญศิลปะสาธารณะ

ด้วยการเล่าเรื่องที่ท้าทาย ผลงานของเธอนำผิวสัมผัส ประวัติศาสตร์ และพิธีกรรม มาเป็นกระบอกเสียงให้คนชายขอบ และสร้างพื้นที่คาบเกี่ยวที่เยียวยาและสร้างการเปลี่ยนแปลง

เธอเป็นศิลปิน Jerome Hill Artist Fellow สาขาทัศนศิลป์ ประจำปี 2566 และเป็นศิลปินในพำนักของ Poster House และพิพิธภัณฑ์ San Francisco Asian Art Museum ในปี 2565 เธอได้แปลงโฉม Lincoln Center ด้วยผลงาน “GATHER: A series of monuments and rituals” ที่ใช้พิธีกรรม เสียง และศิลปะจัดวางสื่อผสมขนาดใหญ่ เพื่อจารึกความหมายใหม่ให้กับความทรงจำและส่งเสริมการเป็นส่วนหนึ่ง

ในฐานะศิลปินในพำนักของคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งนิวยอร์ก ผลงานศิลปะของอแมนด้าในชื่อ “I Still Believe in Our City” ซึ่งเฉลิมฉลองความเข้มแข็งของชุมชนชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียและชาวหมู่เกาะแปซิฟิก (AAPI) และปรากฏบนป้ายโฆษณา ป้ายรถประจำทาง อุโมงค์รถไฟใต้ดิน อาคาร การชุมนุม การประท้วง รวมถึงปกนิตยสาร TIME กลายเป็นผลงานที่เข้าถึงผู้ชมนับล้านในนิวยอร์กซิตีและทั่วโลก

ผลงานของอแมนด้าอยู่ในคอลเลกชันถาวรที่พิพิธภัณฑ์ Museum of the City of New York, พิพิธภัณฑ์ Goldwell Open Air Museum, หอสมุดรัฐสภาสหรัฐฯ, พิพิธภัณฑ์ Museum of Chinese in America และพิพิธภัณฑ์ Victoria and Albert Museum ในลอนดอน

ในปี 2566 เธอได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการด้านศิลปะและมนุษยศาสตร์ของประธานาธิบดีไบเดน ในการให้คำแนะนำแก่ประธานาธิบดีในการใช้ศิลปะส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชน

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ www.alonglastname.com.

เรื่องราว: การสรรค์สร้างโครงการ

โครงการ “สานสัมพันธ์การทูตสหรัฐฯ-ไทย 190 ปี” ในโอกาสครบรอบ 190 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสหรัฐอเมริกากับไทย นำเสนองานศิลปะอันวิจิตรบรรจงที่สรรค์สร้างขึ้นจากผ้าทอ ทั้งยังบอกเล่าถึงการเดินทางที่ทุ่มเทหลากหลายแง่มุมเพื่อสร้างชุมชนที่เข้มแข็งในพหุวัฒนธรรม ศิลปิน อแมนด้า พึ่งโพธิปักขิยะ มุ่งมั่นแน่วแน่ที่จะเรียนรู้และสร้างสัมพันธ์กับชุมชนและช่างทอผ้าในสหรัฐฯ และไทยตลอดระยะเวลาหลายเดือน การพบปะกันของพวกเขาเป็นจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจในการสร้างผลงานของอแมนด้าในประเทศไทย

อแมนด้าขลุกตัวและใช้เวลาพูดคุยกับ “แม่ ๆ” ช่างฝีมือไทยใน 42 ชุมชน ซึ่งต้อนรับเธออย่างอบอุ่น ทำให้เธอได้สำรวจแก่นแท้ของการแสดงออกถึงจิตวิญญาณผ่านเส้นด้ายและผืนผ้า อแมนด้าถักทอประสบการณ์อันน่าประทับใจเหล่านี้ไว้ในผลงานศิลปะจัดวางของเธอที่มีชื่อว่า “Time Owes Us Remembrance กาลเวลา•คืนค่า•หวนรำลึก” แม้จะมีความแตกต่างกันทางภาษา แต่ช่วงเวลาดี ๆ ระหว่างศิลปินกับบรรดาแม่ ๆ (ป้า ๆ และย่ายาย) ก็เป็นแรงบันดาลใจให้แก่อแมนด้า ผลงานศิลปะซึ่งเย็บและถักทอเข้าด้วยกันโดยใช้เทคนิคควิลต์ของอเมริกันนี้ เป็นสัญลักษณ์ของสายสัมพันธ์อันหลากหลายและงดงามระหว่างสหรัฐฯ กับไทย

Threads of Thailand
(Click map to enlarge)

ช่วงค้นคว้า (การทำงานร่วมกับชุมชนทอผ้า)

เรื่องราวเปี่ยมความหมายเหล่านี้รับรู้และถ่ายทอดผ่านสายตาของอแมนด้า พึ่งโพธิปักขิยะ ศิลปินในพำนักชาวไทย-อเมริกัน ที่กรุงเทพฯ ในฐานะเส้นด้ายที่ถักทอเรื่องราวของสองวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน อแมนด้าได้ออกเดินทางไปยัง 42 ชุมชนในทุกภาคทั่วประเทศไทย ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม 2566 เพื่อสำรวจวัฒนธรรมท้องถิ่นและร่วมเรียนรู้ภูมิปัญญาทอผ้าในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการทอผ้าฝ้าย การทอผ้าไหม การย้อมสีธรรมชาติ การทำผ้าปักชุดโขน การทอผ้าชาวเขา การวาดภาพผ้าบาติก การนำวัสดุพลาสติกกลับมาใช้ซ้ำ และอื่น ๆ อีกมากมาย อแมนด้ายังได้เดินทางไปพูดคุยและสร้างสรรค์ผลงานร่วมกับชุมชนทอผ้าและควิลท์ในสหรัฐฯ และนำประเพณีของทั้งอเมริกันและไทยเข้ารวมไว้ในผลงานศิลปะจัดวางชิ้นนี้ ตลอดการเดินทางของเธอ อแมนด้าได้เรียนรู้เทคนิคและแบบแผนที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาคของไทย ได้แก่

  • ภาคเหนือ: การปักผ้าของชาวลาหู่และอาข่า การทอผ้าตามแบบของชาวกะเหรี่ยง การย้อมผ้าคราม
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: การทอผ้าไหมแบบดั้งเดิม ผ้าฝ้ายย้อมครามและผ้ามัดหมี่ การย้อมสีและวาดภาพสีธรรมชาติ การทอผ้ากก การทอผ้าไหมแพรวา
  • ภาคตะวันออก: การนำวัสดุพลาสติกกลับมาใช้ซ้ำ การทอแบบดั้งเดิมโดยใช้เส้นใยใบสับปะรด
  • ภาคใต้: การวาดภาพผ้าบาติ การปักลูกปัด การทอผ้าท้องถิ่น
  • ภาคตะวันตก: การทอผ้าขาวม้าหรือผ้าคาดเอว การปักและทอผ้าไทยทรงดำ
  • ภาคกลาง: การทอผ้าไหม การทำผ้าปักชุดโขน

การร่วมสร้างสรรค์: ไทย-สหรัฐฯ

ศิลปินจัดกิจกรรมร่วมสร้างผลงานกับนักเรียนนักศึกษาชาวไทยในกรุงเทพฯ และชาวอเมริกันในย่านบรุกลินของนิวยอร์ก จากนั้นนำชิ้นงานที่ผู้ร่วมกิจกรรมชาวไทยและอเมริกันสร้างสรรค์ขึ้นมาเย็บติดกันโดยใช้เทคนิคควิลท์แบบอเมริกัน เพื่อสร้างผลงานศิลปะแบบมีส่วนร่วมขนาดเล็กซึ่งเป็นสัญลักษณ์ถึงความงดงามที่หลากหลายในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับไทย ที่งานนิทรรศการ “สานสัมพันธ์การทูตสหรัฐฯ-ไทย 190 ปี (Weaving Our Stories)” ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

ศิลปินในพำนัก

อแมนด้า พึ่งโพธิปักขิยะ เป็นศิลปินในพำนักของเอส เอ ซี แกลเลอรี ที่กรุงเทพฯ เป็นเวลาประมาณ 4 เดือน ตั้งแต่เดือนกันยายนถึงธันวาคม 2566 เพื่อสร้างผลงานศิลปะจัดวางขนาดใหญ่กินพื้นที่ 3 ชั้นของหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

ผืนผ้า: ถักทอประวัติศาสตร์ไทย-สหรัฐฯ

ผลงานศิลปะจัดวาง “Time Owes Us Remembrance กาลเวลา•คืนค่า•หวนรำลึก” บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับผ้าทอ ความยั่งยืน และความสัมพันธ์อันยืนนานระหว่างสหรัฐฯ กับไทย

Textiles
These fabric puffs are called Yo-Yos.

 

โยโย่

ชิ้นผ้าที่พองและเล็กเหล่านี้เรียกว่า “โยโย่” ทำขึ้นโดยการนำผ้าทรงกลมมาเนาตามเส้นรอบวง จากนั้นจึงดึงเส้นด้ายเพื่อรูดขอบผ้าเข้าหากันจนแบน เกิดเป็นดอกกุหลาบทรงกลม โยโย่เริ่มเป็นที่นิยมในสหรัฐอเมริกาในทศวรรษ 1920 (พ.ศ. 2463-2472) สตรีที่ต้องการประหยัดเงินมักจะทำโยโย่จากเศษผ้า ผ้าปูที่นอนเก่า หรือผ้ากระสอบเหลือใช้ งานผ้าโยโย่ควิลท์ ซึ่งเกิดจากการนำ “ดอกกุหลาบ” แต่ละดอกมาเย็บติดกันเป็นชิ้นงานสำหรับตกแต่ง เป็นงานผ้าที่มีความสร้างสรรค์มากที่สุดประเภทหนึ่งของศตวรรษที่ 20

ขณะที่ศิลปินกำลังสร้างชิ้นงาน “Time Owes Us Remembrance กาลเวลา•คืนค่า•หวนรำลึก” ณ เอส เอ ซี แกลเลอรี ในกรุงเทพมหานคร ชาวไทยที่เยี่ยมชมสตูดิโอหลายคนบอกว่า พวกเขานึกถึงความหลังและดีใจที่ได้เห็นโยโย่เหล่านั้น เพราะทำให้พวกเขาระลึกถึงช่วงเวลาอันมีค่าสมัยเด็กตอนที่ทำโยโย่กับแม่และย่ายายของพวกเขา

Close up of quilt
Quilt

ผ้าควิลท์แบบอเมริกัน

ผ้าควิลท์มีประวัติศาสตร์ในชุมชนต่าง ๆ มากมายในสหรัฐฯ คำว่า “ควิลท์” มาจากคำว่า “culcita” ในภาษาละติน หมายถึง ถุงเก็บสัมภาระ ผ้าควิลท์อย่างที่รู้จักกันในสหรัฐฯ แรกเริ่มเดิมทีแล้วเป็นสิ่งของเพื่อการใช้งานอย่างแท้จริง เพราะเกิดขึ้นจากความจำเป็นที่ต้องมีผ้าคลุมเตียงเพื่อให้ความอบอุ่น ผู้ตั้งรกรากที่สหรัฐฯ ในยุคแรก ๆ และทาสที่ได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระทั่วประเทศไม่มีเงินเหลือใช้จนสามารถทิ้งสิ่งของที่ใช้จนเก่าแล้วไปได้ง่าย ๆ พวกเขาต้องใช้ทรัพยากรที่มีอย่างประหยัดที่สุด ดังนั้น เมื่อใช้ผ้าห่มจนเก่าแล้ว พวกเขาก็จะปะและนำผ้าไปรวมกับผ้าห่มผื่นอื่น ๆ หรือใช้เป็นไส้ในของผ้าห่มผืนอื่น ในช่วง 100 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2293 ถึง 2393 มีการรวบรวมและปะแต่งผ้าควิลท์หลายพันผืน ผ้าควิลท์ที่ทำขึ้นในช่วงเวลานั้นจำนวนมากได้รับการเก็บรักษาไว้

ผ้าควิลท์หลาย ๆ ผืนเหล่านี้มีความวิจิตรงดงามมาก ต้องใช้เวลาทำและปะแต่งเป็นเวลาหลายปี ปัจจุบันผ้าเหล่านี้ถือเป็นมรดกอันล้ำค่าและได้รับการเก็บรักษาไว้อย่างดีในบ้านเรือนและพิพิธภัณฑ์ ผ้าควิลท์ยุคแรก ๆ สะท้อนภาพประวัติศาสตร์ของการต่อผ้าควิลท์ เช่นเดียวกับประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ

Silk ikat
Silk ikat

ผ้ามัดหมี่

มัดหมี่คือกระบวนการสร้างลายผ้าด้วยการใช้เชือกมัดเส้นด้ายหรือไหม (หมี่) ก่อนนำไปย้อมเส้นพุ่งให้เกิดลวดลายตามที่มัดไว้ จากนั้นจึงนำไปทอเป็นผ้าผืนสำเร็จ ผ้ามัดหมี่นิยมทอในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและเป็นรูปแบบการทอผ้าที่เก่าแก่ที่สุดของไทย โดยมีอายุย้อนกลับไปประมาณ 3,000 ปีก่อน ตั้งแต่เมื่อมีการเลี้ยงไหมเป็นครั้งแรกในประเทศไทย

การผลิตผ้ามัดหมี่จะใช้วิธีการมัดผ้าแบบดั้งเดิมโดยใช้เชือกฝาง หญ้าแห้ง หรือเชือกกล้วย มัดเส้นไหมเป็นเปลาะ ๆ เพื่อกันไม่ให้สีซึมในเส้นไหมเวลาย้อม และทำซ้ำหลาย ๆ ครั้งเพื่อให้ได้สีที่ต้องการ หลังจากย้อมสีแล้ว เส้นไหมแต่ละเส้นจะถูกนำมาทอเพื่อสร้างลวดลายต่าง ๆ ยิ่งต้องการสีสันมากเท่าไร ก็ยิ่งต้องทำกระบวนการดังกล่าวมากครั้งเท่านั้น ทุก ๆ ลวดลายที่ดูเหมือนเรียบง่ายต้องใช้ความละเอียดของช่างฝีมือซึ่งแสดงให้เห็นความพยายามอย่างมากในการสร้างผลงานแต่ละชิ้น

Handwoven Cotton
Handwoven Cotton

ผ้าฝ้ายทอมือ

ฝ้ายซึ่งแต่เดิมปลูกกันในหุบเขาสินธุ นำมาใช้ทำเสื้อผ้ามาเป็นเวลาหลายพันปี เนื่องจากมีลักษณะเย็น ซึมซับได้ดี รวมถึงสวมใส่และย้อมสีได้ง่าย คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้ฝ้ายเป็นที่นิยมทั่วโลก เส้นใยฝ้ายมักจะนำมาใช้ในสิ่งทอของไทย การทอผ้าฝ้ายเป็นงานฝีมือที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นในชุมชนทั่วประเทศไทย ปัจจุบัน มีชุมชนทอผ้าเหลืออยู่ไม่มากที่ยังคงมีธรรมเนียมการทอผ้าฝ้าย ซึ่งโดยส่วนใหญ่เป็นสตรีสูงอายุที่ทอผ้าที่เฉลียงหน้าบ้านในระหว่างฤดูทำนาและดูแลครอบครัว

ฝ้ายที่ใช้ทอผ้าจะปลูกกันในหมู่บ้านหรือใกล้ ๆ กับหมู่บ้าน ก่อนที่จะนำฝ้ายมาทอ จะต้องนำไปปั่นให้ใยฝ้ายตีเกลียวติดกันเป็นเส้นด้าย โดยอาจปั่นเป็นเส้นบางหรือหนา แน่นหรือหลวมก็ได้ เครื่องทอผ้าคานเหยียบแบบดั้งเดิมจะใช้เพื่อทอผ้าฝ้ายยก ซึ่งมีด้ายยืนและด้ายพุ่งอย่างละกลุ่มเป็นผ้าพื้น และด้ายพุ่งอีกหนึ่งกลุ่มเพื่อทำให้เกิดลวดลาย

textile materials
Bundles of dyed threads

วัสดุที่ยั่งยืนจากไทย

ศิลปินนำวัสดุเหลือทิ้งจากการผลิตเสื้อผ้าแฟชันของบริษัทอุตสาหกรรมรามาเท็กซ์ไทล์ในจังหวัดสมุทรปราการมาสร้างความสดใสให้กับชิ้นงาน “Time Owes Us Remembrance กาลเวลา•คืนค่า•หวนรำลึก” โดยเดินทางไปที่โรงงานกว่า 3 ครั้งในปี 2566 เพื่อเลือกเศษด้ายย้อมสีหลายร้อยกลุ่มที่ไม่ผ่านการทดสอบสีและถูกแยกไว้เพื่อนำไปขายให้ผู้ผลิตงานทำมือในประเทศ กระบวนการให้ชีวิตใหม่กับวัสดุเหลือทิ้งนี้ย้ำเตือนให้เราทั้งหลายมองไปรอบ ๆ และคิดอย่างจริงจังถึงวิธีการสร้างสรรค์ในการสร้างความยั่งยืนผ่านการนำวัสดุต่าง ๆ มาใช้ใหม่ในชีวิตของเรา

Textile materials
Textile materials

 

วัสดุที่ยั่งยืนจากสหรัฐฯ

ศิลปินเสาะหาวัสดุเหล่านี้จากโกดังสินค้าในเขตควีนส์ เมืองนิวยอร์กซิตี ซึ่งมีภารกิจดำเนินงานและส่งเสริมการนำวัสดุเหลือทิ้งกลับมาใช้ใหม่เพื่อองค์กรชุมชน โรงเรียน และศิลปินที่ทำงานในประเด็นทางสังคมในพื้นที่นิวยอร์ก ผ้าเหลือใช้เหล่านี้นำกลับมาใช้ประโยชน์จากการจัดกิจกรรม ฉากละคร และสถานที่อื่น ๆ เพื่อให้นักเรียนนักศึกษา ศิลปิน และสมาชิกชุมชน สามารถหาวิธีใช้ผ้าเหล่านี้ได้ใหม่อย่างสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยง การมีส่วนร่วม และความปีติสุข

ประวัติศาสตร์: สายสัมพันธ์ 190 ปีของเรา

Document in Thai and English
Treaty of Amity and Commerce

ราชอาณาจักรไทยเป็นหนึ่งในเพื่อนและพันธมิตรที่สำคัญที่สุดของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ชาติที่ยิ่งใหญ่ของเราทั้งสองมีประวัติศาสตร์ร่วมกันมายาวนาน ย้อนกลับไปเมื่อ พ.ศ. 2376 ครั้งที่เราลงนามในสนธิสัญญาไมตรีและพาณิชย์ และในปีนี้ เราได้เฉลิมฉลอง 190 ปีแห่งการถักทอผืนผ้าแห่งความร่วมมือของเรา

ตลอดช่วงเวลานั้น ชาติของเรารังสรรค์ผืนผ้าอันสวยสดงดงามที่ทอขึ้นจากเส้นด้ายแห่งการแลกเปลี่ยนการศึกษาและวัฒนธรรม การค้าและการลงทุน การวิจัยทางการแพทย์ ความร่วมมือด้านความมั่นคง และอื่น ๆ อีกมากมาย สายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของเราช่วยให้ชาวไทยและชาวอเมริกันมีชีวิตที่ดีขึ้น และเราจะยังคงเดินหน้าสร้างความมั่นคงและมั่งคั่งให้แก่ประเทศของเราทั้งสอง และเมื่อร่วมมือกัน เราจะสามารถต่อสู้กับความท้าทายที่มีร่วมกันได้มากยิ่งกว่าที่เราจะทำได้แต่เพียงลำพัง

List of sponsors

Sponsored brands

โพสต์ Weaving Our Stories สานสัมพันธ์การทูตสหรัฐฯ-ไทย 190 ปี ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย Weave Our Stories