เอกอัครราชทูต Archives - สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย https://th.usembassy.gov/th/category/ambassador-th/ Wed, 28 Jan 2026 02:33:27 +0000 th hourly 1 สหรัฐอเมริกา เปิดอาคารสถานกงสุลใหญ่แห่งใหม่ ในเชียงใหม่ https://th.usembassy.gov/th/new-consulate-general-building-dedication-ceremony-th/ Fri, 23 Jan 2026 10:00:00 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=28081

โพสต์ สหรัฐอเมริกา เปิดอาคารสถานกงสุลใหญ่แห่งใหม่ ในเชียงใหม่ ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สหรัฐอเมริกาเปิดอาคารสถานกงสุลใหญ่ที่ทันสมัยแห่งใหม่ในเชียงใหม่

เชียงใหม่ ประเทศไทย – 23 มกราคม 2569: สหรัฐอเมริกาเปิดอาคารสถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ แห่งใหม่อย่างเป็นทางการ ยืนยันความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ในการปกป้องและส่งเสริมผลประโยชน์ของสหรัฐฯ รวมถึงความมุ่งมั่นที่สหรัฐฯ มีต่อภาคเหนือของไทยมาอย่างยาวนาน 

พิธีเปิดซึ่งมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ฝ่ายบริหารธุรการและทรัพยากร ไมเคิล เจ. รีกาส และเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ฌอน เค. โอนีลล์ ร่วมเป็นประธาน เน้นย้ำบทบาทของอาคารสถานกงสุลใหม่แห่งนี้ในฐานะศูนย์กลางที่ปลอดภัยและทันสมัยในการให้บริการพลเมืองอเมริกันกว่า 21,000 คนทั่วภาคเหนือของไทย ตลอดจนการทำงานกับภาคีชาวไทยในการทำให้ประเทศของเราทั้งสองปลอดภัยขึ้น แข็งแกร่งขึ้น และมั่งคั่งขึ้นกว่าเดิม 

“ในปีนี้ เราฉลองครบรอบ 250 ปี สหรัฐอเมริกา และเป็นเกียรติที่ได้เริ่มต้นปีนี้ด้วยการร่วมกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ รีกาส เปิดอาคารใหม่ที่สวยงามนี้” เอกอัครราชทูต โอนีลล์ กล่าว “สหรัฐฯ มีสถานกงสุลในเชียงใหม่มากว่า 75 ปี และอาคารใหม่นี้เป็นสัญลักษณ์ประจักษ์ที่จะอยู่ไปตราบนานเท่านานของมิตรภาพระหว่างสหรัฐฯ กับไทย เรามีอดีตที่น่าภาคภูมิใจและอนาคตที่สดใส และยังมีสิ่งที่ดีกว่าที่จะเกิดขึ้นอีก!”  

สถานกงสุลใหม่แห่งนี้เป็นอาคารที่ทันสมัย ซึ่งจะช่วยให้การบริการต่าง ๆ มีประสิทธิภาพสำหรับชาวอเมริกัน และสนับสนุนกิจกรรมทางการทูตของสหรัฐฯ ใน 15 จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือของไทย อาคารกงสุลใหม่นี้ยังจะช่วยให้เราสนับสนุนความร่วมมือกับภาคีชาวไทยอย่างต่อเนื่องในการปกป้องพลเมืองของเราโดยการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ และเสริมสร้างความมั่งคั่งโดยส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจในประเทศของเราทั้งสอง

สถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเมืองเก่าที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานของเชียงใหม่ อาคารหลังนี้เป็นแบบอย่างของการทูตทางสถาปัตยกรรม ซึ่งผสมผสานนวัตกรรมอเมริกันที่ทันสมัยเข้ากับมรดกอันรุ่มรวยของภาคเหนือของไทย ทีมออกแบบใช้แนวคิดสถาปัตยกรรมล้านนา 3 แนวคิดหลักด้วยกันเป็นจุดเริ่มต้นในบริบทท้องถิ่นของสถานกงสุลแห่งนี้ ได้แก่:

  • ล้านนา: อาคารยกระนาบพื้นเพื่อใช้เป็นพื้นที่สำหรับบุคคลทั่วไปและช่วยระบายอากาศตามธรรมชาติ
  • ชาน: อาคารได้รับแรงบันดาลใจมาจากบ้านแบบดั้งเดิมในพื้นที่ทางเหนือของไทย ซึ่งจะมีห้องอยู่รอบ ๆ ชานที่เป็นระเบียงส่วนกลาง จึงมีอาคารหลังเล็กรอบ ๆ พื้นที่ส่วนกลางที่ใช้ร่วมกัน 
  • กุฏิ: พื้นที่การทำกิจกรรมแยกออกจากกันเป็น 4 ส่วนย่อยที่เชื่อมต่อกัน เป็นการประยุกต์ใช้แนวคิดกุฏิที่พบเห็นทั่วไปในบริเวณวัด

สถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ เปิดขึ้นในปี 2493 และเป็นสถานกงสุลต่างชาติที่เก่าแก่ที่สุดในภาคเหนือของไทย หลังจากที่สถานกงสุลของเราดำเนินงานจากเรือนพักที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ริมแม่น้ำปิงมาเป็นเวลา 75 ปี ตอนนี้เราย้ายมาใช้พื้นที่สำนักงานสมัยใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับภารกิจของสถานกงสุลโดยเฉพาะ ในโอกาสที่สหรัฐฯ ฉลองครบรอบ 250 ปี และก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 3 ของความร่วมมือกับประเทศไทย อาคารสถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ แห่งใหม่นี้ จะช่วยให้ “สันติภาพอันสถาพร” ที่เกิดขึ้นจากสนธิสัญญาไมตรีและพาณิชย์ (Treaty of Amity and Commerce) พ.ศ. 2376 ระหว่างสหรัฐฯ และไทย งอกงามขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับคนรุ่นต่อ ๆ ไป 

รับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาคารสถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ แห่งใหม่ ได้ที่ https://th.usembassy.gov/new-consulate-general-building/

สามารถดาวน์โหลดไฟล์ภาพจากงานได้ที่นี่

โพสต์ สหรัฐอเมริกา เปิดอาคารสถานกงสุลใหญ่แห่งใหม่ ในเชียงใหม่ ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย
Ambassador Sean K. O’Neill-th https://th.usembassy.gov/th/ambassador-th/ Tue, 16 Dec 2025 00:03:40 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=27609 โพสต์ Ambassador Sean K. O’Neill-th ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
เอกอัครราชทูต ฌอน เค. โอนีลล์

ฌอน เค. โอนีลล์ ได้รับการยืนยันโดยวุฒิสภาให้เป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568

เอกอัครราชทูตโอนีลล์ เคยทำงานเป็นทนายความด้านตลาดทุนในนครนิวยอร์กและโตเกียว ก่อนเข้ารับราชการในกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ หลังเกิดเหตุการณ์ 9/11 ปัจจุบันเป็นข้าราชการระดับสูงของกระทรวง และเคยประจำการอยู่ในประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก 7 ครั้ง ได้แก่ 2 ครั้งในประเทศไทย และ 1 ครั้งในประเทศบังกลาเทศ ปากีสถาน พม่า ฮ่องกง และอัฟกานิสถาน โดยล่าสุดดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่อาวุโสประจำสำนักงาน ฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และตำแหน่งที่ปรึกษาด้านนโยบายต่างประเทศของผู้บัญชาการหน่วยนาวิกโยธินสหรัฐฯ

เมื่อครั้งที่ประจำการอยู่ที่ประเทศไทยก่อนหน้านี้ เอกอัครราชทูตโอนีลล์ ดำรงตำแหน่งกงสุลใหญ่สหรัฐฯ ในเชียงใหม่ และตำแหน่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเมืองและการทหาร ในสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ที่กรุงเทพฯ เมื่อประจำอยู่ที่กระทรวง เคยรับราชการอยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติการของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่กฎหมายในคณะเจ้าหน้าที่ของประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ

เอกอัครราชทูตโอนีลล์ สำเร็จการศึกษาหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัย Tulane University และหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต (JD) จาก School of Law แห่งมหาวิทยาลัย Fordham University เอกอัครราชทูตโอนีลล์ เคยได้รับรางวัล Meritorious Award และ Superior Honor Award หลายครั้ง รวมถึงรางวัล Distinguished Public Service Award ของทบวงทหารเรือสหรัฐฯ รวมถึงเคยเรียนภาษาไทย จีน พม่า เบงกาลี และญี่ปุ่น ตลอดจนสำเร็จการศึกษาหลักสูตร General Officer Warfighting Program ของหน่วยนาวิกโยธินสหรัฐฯ ด้วย

โพสต์ Ambassador Sean K. O’Neill-th ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สารถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 93 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง https://th.usembassy.gov/th/message-from-ambassador-her-majesty-queen-sirikit-the-queen-mother-2025-th/ Tue, 12 Aug 2025 02:43:00 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=24072

โพสต์ สารถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 93 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สารถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 93 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ในนามของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาและประชาชนชาวอเมริกัน ข้าพเจ้าขอถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 93 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ขอพระองค์ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงและทรงพระเกษมสำราญยิ่ง

สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นมิตรที่มั่นคงของสหรัฐอเมริกาเสมอมา และทรงเสริมสร้างไมตรีที่ยืนนานระหว่างชาติอันยิ่งใหญ่ของเราทั้งสอง ทั่วโลกชื่นชมพระองค์ในการทรงอนุรักษ์และส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมไทยอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย อีกทั้งยังทรงมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนงานหัตถศิลป์ ตลอดจนทักษะและความรู้ของช่างฝีมือดั้งเดิมในท้องถิ่น พระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจผ่านมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตลอดจนโครงการริเริ่มและโครงการในพระบรมราชินูปถัมภ์อื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อให้พสกนิกรชาวไทยทั่วราชอาณาจักรมีชีวิตที่ดีขึ้น พระวิริยะอุตสาหะในการทรงคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพมากมายของไทยตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ช่วยให้แหล่งทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้ยังคงอยู่ให้ชาวไทยและผู้มาเยือนจำนวนนับไม่ถ้วนจากทั่วโลกได้ชื่นชมในปัจจุบัน

เนื่องในโอกาสอันเป็นมหามงคลนี้ เราขอร่วมกับประชาชนไทยถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ขอพระองค์ทรงพระเจริญ และสุขสันต์วันแม่แห่งชาติแด่คุณแม่ชาวไทยทุกคน

โพสต์ สารถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 93 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย
สารถวายพระพรชัยมงคลจากเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 73 พรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว https://th.usembassy.gov/th/message-from-ambassadoron-the-occasion-of-his-majesty-king-73rd-birthday-th/ Mon, 28 Jul 2025 05:48:00 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=24165

โพสต์ สารถวายพระพรชัยมงคลจากเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 73 พรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สารถวายพระพรชัยมงคลจากเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย โรเบิร์ต โกเดค เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 73 พรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐอเมริกาในราชอาณาจักรไทย ขอถวายพระพรชัยมงคล ในวาระมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 73 พรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐอเมริกาในราชอาณาจักรไทย ขอถวายพระพรชัยมงคล ในวาระมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 73 พรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

ตลอดสองศตวรรษที่ผ่านมา สหรัฐฯ และประเทศไทยยืนเคียงข้างกันในฐานะเพื่อน หุ้นส่วน และพันธมิตร ทำงานเพื่อเสริมสร้างความมั่งคั่ง เสรีภาพ และความมั่นคงแก่ประชาชนทั้งมวลของเรา สหรัฐฯ หวังว่าจะได้กระชับความสัมพันธ์อันยืนนานระหว่างชาติที่ยิ่งใหญ่ของเราทั้งสองสืบต่อไป

ขอพระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงและทรงพระเกษมสำราญ ตลอดจนขอให้ปวงชนชาวไทยมีความสุขกายสุขใจ

โพสต์ สารถวายพระพรชัยมงคลจากเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 73 พรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย
การประชุมครั้งแรกด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติ เน้นย้ำบทบาทความเป็นผู้นำของสหรัฐฯ ด้านนวัตกรรมและการเตรียมความพร้อม https://th.usembassy.gov/th/inaugural-disaster-management-conference-th/ Mon, 30 Jun 2025 17:07:03 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=21903

โพสต์ การประชุมครั้งแรกด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติ เน้นย้ำบทบาทความเป็นผู้นำของสหรัฐฯ ด้านนวัตกรรมและการเตรียมความพร้อม ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
การประชุมครั้งแรกด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติ เน้นย้ำบทบาทความเป็นผู้นำของสหรัฐฯ ด้านนวัตกรรมและการเตรียมความพร้อม
สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ร่วมกับ MIT ASEAN Initiative และหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย (AmCham) เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติ

30 มิถุนายน 2568

วันนี้ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ร่วมกับ MIT ASEAN Initiative และหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย (AmCham) เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Disaster Management Conference: Technology, Innovation, and Research for Effective Disaster Response and Prevention (การประชุมด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติ: เทคโนโลยี นวัตกรรม และการวิจัย เพื่อการรับมือและป้องกันภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ) ณ วัน แบงค็อก ฟอรัม การประชุมครึ่งวันครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการหารือแบบเปิดเกี่ยวกับนโยบายการบริหารจัดการภัยพิบัติ เน้นย้ำความเชี่ยวชาญของสหรัฐฯ ในการวิจัยและแนวปฏิบัติด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติ ตลอดจนเปิดโอกาสให้บริษัทเอกชนสหรัฐฯ ที่ให้บริการด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติ ได้พบปะพูดคุยกับผู้กำหนดนโยบาย นักวิชาการ องค์กรนอกภาครัฐ และผู้นำทางความคิดในประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน

ในโอกาสนี้ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย โรเบิร์ต เอฟ. โกเดค พร้อมด้วย ดร. สรภพ เกียรติพงษ์สาร ผู้อำนวยการ MIT ASEAN Initiative และคุณชาทิตย์ ห้วยหงส์ทอง ประธาน AmCham และประธานกรรมการบริหาร บริษัทเชฟรอนประเทศไทย ให้เกียรติกล่าวเปิดงาน

ในคำกล่าวเปิดงาน เอกอัครราชทูตโกเดค เน้นย้ำถึงการช่วยเหลือที่สหรัฐฯ มอบให้แก่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่องในเวลาที่ไทยประสบกับความท้าทายต่าง ๆ อีกทั้งยังกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเป็นการเหมาะสมแก่เวลา หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 7.7 ที่ส่งผลกระทบต่อไทยเมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความเสียหายใน 18 จังหวัด ท่านทูตกล่าวว่าสหรัฐฯ ให้การสนับสนุนไทยโดยทันที โดยกองทัพสหรัฐฯ ได้ใช้อุปกรณ์ตรวจจับระยะไกลที่ล้ำสมัยเพื่อช่วยทีมค้นหาและกู้ภัยที่ฝ่ายไทยนำการปฏิบัติงาน ณ อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ในเขตจตุจักร อุปกรณ์ดังกล่าวช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจพบจุดที่อาจมีผู้ประสบภัยได้ 70 จุดใต้ซากปรักหักพังของอาคาร อันเป็น “ความแตกต่างที่เห็นได้ซึ่งเทคโนโลยีใหม่นี้ช่วยให้เกิดขึ้นในสถานการณ์จริง” เอกอัครราชทูตโกเดค เน้นย้ำความเป็นผู้นำของสหรัฐฯ ในด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีการบริหารจัดการภัยพิบัติ โดยนักวิทยาศาสตร์กำลังปลดล็อกศักยภาพของ AI เพื่อสร้างแบบจำลองการคาดการณ์ภัยพิบัติ พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ตลอดจนหาทางออกในการบรรเทาภัยพิบัติ นอกจากนี้ ท่านทูตยังเน้นย้ำถึงบทบาทที่สำคัญของการเตรียมความพร้อมผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น การฝึกคอบร้าโกลด์ประจำปี ซึ่งมี 30 ประเทศเข้าร่วมการฝึก และตลอด 20 ปีที่ผ่านมา มีการฝึกต่าง ๆ เช่น การฝึกอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ขัดแย้ง เพื่อรับมือกับภัยพิบัติและวิกฤตที่คุกคามชีวิตเป็นการเฉพาะ ท่านทูตกล่าวทิ้งท้าย โดยอ้างคำกล่าวของเบนจามิน แฟรงคลิน ที่ว่า “การไม่เตรียมพร้อมคือการเตรียมตัวที่จะล้มเหลว” ซึ่งเน้นย้ำความพยายามร่วมกันในการสร้าง “อนาคตที่แข็งแกร่งขึ้น ปลอดภัยขึ้น และมังคั่งยิ่งขึ้น” สำหรับทุกคน

เป้าหมายหลักของการประชุมคือการส่งเสริมเทคโนโลยี นวัตกรรม และการวิจัยที่ล้ำสมัยของสหรัฐฯ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการบริหารจัดการภัยพิบัติ การประชุมมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีและแนวโน้มในปัจจุบันในการบริหารจัดการภัยพิบัติ เพื่อใช้ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) สำหรับการสร้างแบบจำลองคาดการณ์ภัยพิบัติ, การตรวจจับระยะไกลและการติดตามผ่านดาวเทียม, หุ่นยนต์และเทคโนโลยี AR (Augmented Reality), การทำแผนที่สำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน และบล็อกเชนสำหรับการกระจายความช่วยเหลือ

วาระการประชุมประกอบไปด้วยการนำเสนอข้อมูลเชิงลึกและการอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อต่าง ๆ ในโอกาสนี้ ดร. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้นำเสนอกรณีตัวอย่างการบริหารจัดการภัยพิบัติของกรุงเทพมหานคร อีกทั้งยังมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ 2 ท่านจากมหาวิทยาลัย MIT มาร่วมบรรยายด้วย

  • การบรรยายในหัวข้อ “Risk Reduction through Technology and Design” โดย ศ. Miho Mazereeuw ผู้อำนวยการ MIT Climate Mission และผู้อำนวยการ Urban Risk Lab ซึ่งแสดงให้เห็นว่าชุมชนสามารถใช้ประโยชน์จากการออกแบบและเทคโนโลยีเพื่อช่วยรับมือกับความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ เช่น น้ำท่วม พายุหมุน ภาวะเครียดจากความร้อน และภัยพิบัติแผ่นดินไหว ได้อย่างไร ศ. Miho นำทีม Urban Risk Lab ซึ่งมีส่วนร่วมในการวิจัยเชิงปฏิบัติผ่านการทำงานภาคสนามและการจัดเวิร์กช็อปกับชุมชน เพื่อปลูกฝังการเตรียมความพร้อมในโลกที่เขตเมืองขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ศ. Miho ยังมีผลงานหนังสือ “Design Before Disaster: Japan’s Culture of Preparedness” ที่คาดว่าจะตีพิมพ์ปลายปี 2568
  • ดร. Sai Ravela นักวิจัยหลักจากภาควิชา Earth, Atmospheric, and Planetary Sciences (EAPS) ของ MIT กล่าวขณะบรรยายในหัวข้อ “Emerging MIT Tech Frontiers of Risk-based Resilience to Extremes in a Changing Climate” ถึงนวัตกรรมในการจำลองและอัลกอริทึมเพื่อลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติและภัยพิบัติที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการทำแผนที่จาก AI เพื่อทราบข้อมูลโอกาสและความเสี่ยงในการเกิดภัยพิบัติ ดร. Sai นำทีม Earth Signals and Systems Group และศูนย์วิจัยของเขา ในการใช้การคำนวนและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อแก้ปัญหาด้านความยั่งยืน รวมถึงความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ โดยเน้นเหตุการณ์ที่มีความรุนแรงเป็นพิเศษ ดร. Sai เป็นที่ยอมรับจากผลงานในการประเมินปริมาณความเสี่ยงชายฝั่ง และเป็นผู้ริเริ่ม Co-Active Systems Theory เพื่อใช้การสร้างแบบจำลอง ข้อมูล และความเข้าใจของมนุษย์ เพื่อสนับสนุนการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม

ในการประชุมครั้งนี้ ยังมีการอภิปรายแบบกลุ่มจากภาคอุตสาหกรรม 2 เซลชัน โดยตัวแทนจาก One Bangkok, Honeywell, SCG, McKinsey & Co. และ Western Digital

เกี่ยวกับ MIT ASEAN Initiative

MIT ASEAN Initiative มีบทบาทสำคัญในการร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งแรกนี้ โครงการนี้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2567 โดยทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมเพื่อการเรียนรู้จากการปฏิบัติ การจัดกิจกรรม และการมีส่วนร่วมของคณาจารย์จากทั่วทั้งมหาวิทยาลัย MIT เพื่อขับเคลื่อนผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมในภูมิภาคอาเซียน แนวคิดสำหรับการประชุมด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในประเทศไทยและเมียนมาเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ซึ่งทำให้การบริหารจัดการภัยพิบัติกลายเป็นวาระสำคัญเชิงนโยบายของประเทศไทย ความร่วมมือนี้ได้นำผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางจาก MIT มาร่วมงานกับสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย หน่วยงานท้องถิ่นของกรุงเทพมหานคร และบริษัทอเมริกันในประเทศไทย เพื่อรับมือกับประเด็นสำคัญนี้

ติดต่อ: ฝ่ายสื่อมวลชน สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ได้ที่ pressbkk@state.gov

เอกสารสำหรับสื่อมวลชน:
สามารถดาวน์โหลดเอกสารข่าว รูปภาพ และเอกสารอื่น ๆ จากการประชุมได้ที่นี่

โพสต์ การประชุมครั้งแรกด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติ เน้นย้ำบทบาทความเป็นผู้นำของสหรัฐฯ ด้านนวัตกรรมและการเตรียมความพร้อม ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย
สารถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 92 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง https://th.usembassy.gov/th/message-on-the-92nd-birthday-of-her-majesty-queen-sirikit-the-queen-mother-th/ Fri, 09 Aug 2024 12:23:02 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=22719

โพสต์ สารถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 92 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สารถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 92 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สารถวายพระพรชัยมงคลจากเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย โรเบิร์ต โกเดค เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 92 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 12 สิงหาคม 2567

ในนามของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาและประชาชนชาวอเมริกัน ข้าพเจ้าขอถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 92 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ขอพระองค์ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงและทรงพระเกษมสำราญยิ่ง
สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงเป็นมิตรที่มั่นคงของสหรัฐฯ เสมอมา และทรงเสริมสร้างไมตรีที่แน่นแฟ้นระหว่างชาติอันยิ่งใหญ่ของเราทั้งสอง พระวิริยะอุตสาหะในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจผ่านมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ สร้างแรงบันดาลใจให้แก่ชาวไทยและผู้คนทั่วโลก พระองค์ทรงช่วยให้พสกนิกรทั่วทุกแห่งหนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมทั้งทรงรักษาและส่งเสริมศิลปะ หัตถศิลป์ ตลอดจนประเพณีอันเป็นเอกลักษณ์ของไทยมานานหลายทศวรรษ พระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่มีมาอย่างยาวนานของพระองค์ยังแสดงถึงพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถ ตลอดจนทำให้โลกใบนี้น่าอยู่ขึ้นสำหรับเราทุกคน
เนื่องในโอกาสมหามงคลนี้ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ และสุขสันต์วันแม่แห่งชาติแด่คุณแม่ชาวไทยทุกคน

โพสต์ สารถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 92 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย Great Seal of the United States
เอกอัครราชทูตโกเดคต้อนรับผู้เข้าร่วมโครงการ International Academic Partnership Program (IAPP) 37 คนจากสหรัฐฯ สู่ประเทศไทย https://th.usembassy.gov/th/ambassador-godec-welcomed-37-participants-in-the-newly-formed-u-s-international-academic-partnership-program-iapp-to-thailand-th/ Mon, 22 Apr 2024 02:44:00 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=21746

โพสต์ เอกอัครราชทูตโกเดคต้อนรับผู้เข้าร่วมโครงการ International Academic Partnership Program (IAPP) 37 คนจากสหรัฐฯ สู่ประเทศไทย ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
เอกอัครราชทูตโกเดคต้อนรับผู้เข้าร่วมโครงการ International Academic Partnership Program (IAPP) 37 คนจากสหรัฐฯ สู่ประเทศไทย

Ambassador Godec welcomed 37 participants in the newly-formed U.S. International Academic Partnership Program (IAPP) to Thailand.

เอกอัครราชทูตโกเดคต้อนรับผู้เข้าร่วมโครงการ International Academic Partnership Program (IAPP) 37 คนจากสหรัฐฯ สู่ประเทศไทย พวกเขาจะเยี่ยมชมและหารือกับวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย 13 แห่งทั่วไทย เพื่อเรียนรู้ระบบการศึกษาไทย โดยมุ่งสร้างความร่วมมือระดับอุดมศึกษาที่ยั่งยืนกับสถาบันไทย

หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ในประเทศไทย กำลังทุ่มเทพัฒนาความร่วมมือทางการศึกษาใหม่ ตลอดจนเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่มีอยู่เดิม โครงการ IAPP ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือทางการศึกษาระหว่างสหรัฐฯ และไทยโครงการแรกที่ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางการศึกษาและวิจัยระหว่างสถาบันการศึกษา 18 แห่งของสหรัฐฯ และ 29 แห่งของไทย จึงแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในด้านดังกล่าว

โพสต์ เอกอัครราชทูตโกเดคต้อนรับผู้เข้าร่วมโครงการ International Academic Partnership Program (IAPP) 37 คนจากสหรัฐฯ สู่ประเทศไทย ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย Great Seal of the United States
Weaving Our Stories สานสัมพันธ์การทูตสหรัฐฯ-ไทย 190 ปี https://th.usembassy.gov/th/weaving-our-stories-th/ Tue, 16 Jan 2024 01:28:00 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=21301

โพสต์ Weaving Our Stories สานสัมพันธ์การทูตสหรัฐฯ-ไทย 190 ปี ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
Weaving Our Stories สานสัมพันธ์การทูตสหรัฐฯ-ไทย 190 ปี
Weaving Our Stories

Weaving Our Stories

ในโอกาสเฉลิมฉลอง 190 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสหรัฐอเมริกากับราชอาณาจักรไทย สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ร่วมกับภาคีชาวไทย จัดกิจกรรมต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2566 เพื่อนำเสนอความร่วมมือที่แน่นแฟ้นในหลากหลายด้านของทั้งสองประเทศ โครงการ “สานสัมพันธ์การทูตสหรัฐฯ-ไทย 190 ปี” เป็นกิจกรรมหลักของปีแห่งการเฉลิมฉลองนี้ โดยร้อยเรียงเส้นด้ายแห่งมิตรภาพระหว่างชาติและประชาชนของเราสองประเทศไว้อย่างลงตัว ผ่านผลงานศิลปะจัดวางในพื้นที่สาธารณะและนิทรรศการอันน่าประทับใจในกรุงเทพมหานคร รวมถึงกิจกรรมสร้างสรรค์ศิลปะร่วมกันและการให้ความรู้ต่าง ๆ

โครงการ “สานสัมพันธ์การทูตสหรัฐฯ-ไทย 190 ปี” เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ของเอกอัครราชทูตโรเบิร์ต เอฟ. โกเดค และมีวัตถุประสงค์เพื่อจุดประกายให้เกิดการแสดงความคิดเห็นของประชาชนทั่วไป พร้อม ๆ กับเฉลิมฉลองอดีตและสะท้อนภาพอนาคตความสัมพันธ์ของเรา โครงการนี้นำเสนอหัวใจสำคัญของเส้นทาง 190 ปีของเรา และเฉลิมฉลองความร่วมมืออันยาวนานระหว่างชาติของเราทั้งสองผ่านการบอกเล่าเรื่องราวซึ่งยกย่องเชิดชูเสียงของคนธรรมดาทั่วไป ตลอดจนจัดแสดงผืนผ้าแห่งความสัมพันธ์สหรัฐฯ-ไทยอันงดงามซึ่งถักทอขึ้นโดยผู้คนหลายรุ่น

หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือผลงานศิลปะจัดวางในพื้นที่สาธารณะ “Time Owes Us Remembrance กาลเวลา•คืนค่า•หวนรำลึก” ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ซึ่งคุณอแมนด้า พึ่งโพธิปักขิยะ ศิลปินชาวไทย-อเมริกัน ได้รังสรรค์ขึ้นหลังจากพูดคุยเชิงลึก ร่วมสร้างสรรค์ผลงานและเยี่ยมเยือนผู้คนมากมายจากชุมชนต่าง ๆ หลายสิบครั้งตลอดปีทั้งในสหรัฐฯ และไทย นิทรรศการสุดพิเศษนี้สำรวจตรวจค้นอนาคตของสตรี ความยั่งยืน สภาพอากาศ และเส้นทาง 190 ปีของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ กับไทย ด้วยการผสมผสานการนำเสนอที่น่าสนใจผ่านผืนผ้าของอเมริกาและไทยกับสารคดี ผืนผ้าแห่งมิตรภาพระหว่างสองชาติของเรานี้ถักทอขึ้นจากเส้นด้ายมากมาย และครอบคลุมหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการค้า การลงทุน การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การพัฒนาด้านสาธารณสุข หรือการธำรงเสถียรภาพและความปลอดภัยในภูมิภาค

นิทรรศการนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 มกราคม ถึง 25 มิถุนายน 2567

ศิลปิน: อแมนด้า พึ่งโพธิปักขิยะ

Amanda Phingbodhipakkiya
Amanda Phingbodhipakkiya

อแมนด้า พึ่งโพธิปักขิยะ (Amanda Phingbodhipakkiya)

อแมนด้า พึ่งโพธิปักขิยะ เป็นศิลปินที่ทำงานหลายแขนงในย่านบรุกลิน เมืองนิวยอร์กซิตี เธอเกิดที่เมืองแอตแลนตา สหรัฐอเมริกา มีบิดามารดาเป็นผู้อพยพชาวไทยและอินโดนีเซีย เธอสร้างสรรค์ผลงานศิลปะจัดวางเพื่อการมีส่วนร่วม สิ่งทอ ประติมากรรม จิตรกรรมฝาผนังขนาดใหญ่ และแคมเปญศิลปะสาธารณะ

ด้วยการเล่าเรื่องที่ท้าทาย ผลงานของเธอนำผิวสัมผัส ประวัติศาสตร์ และพิธีกรรม มาเป็นกระบอกเสียงให้คนชายขอบ และสร้างพื้นที่คาบเกี่ยวที่เยียวยาและสร้างการเปลี่ยนแปลง

เธอเป็นศิลปิน Jerome Hill Artist Fellow สาขาทัศนศิลป์ ประจำปี 2566 และเป็นศิลปินในพำนักของ Poster House และพิพิธภัณฑ์ San Francisco Asian Art Museum ในปี 2565 เธอได้แปลงโฉม Lincoln Center ด้วยผลงาน “GATHER: A series of monuments and rituals” ที่ใช้พิธีกรรม เสียง และศิลปะจัดวางสื่อผสมขนาดใหญ่ เพื่อจารึกความหมายใหม่ให้กับความทรงจำและส่งเสริมการเป็นส่วนหนึ่ง

ในฐานะศิลปินในพำนักของคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งนิวยอร์ก ผลงานศิลปะของอแมนด้าในชื่อ “I Still Believe in Our City” ซึ่งเฉลิมฉลองความเข้มแข็งของชุมชนชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียและชาวหมู่เกาะแปซิฟิก (AAPI) และปรากฏบนป้ายโฆษณา ป้ายรถประจำทาง อุโมงค์รถไฟใต้ดิน อาคาร การชุมนุม การประท้วง รวมถึงปกนิตยสาร TIME กลายเป็นผลงานที่เข้าถึงผู้ชมนับล้านในนิวยอร์กซิตีและทั่วโลก

ผลงานของอแมนด้าอยู่ในคอลเลกชันถาวรที่พิพิธภัณฑ์ Museum of the City of New York, พิพิธภัณฑ์ Goldwell Open Air Museum, หอสมุดรัฐสภาสหรัฐฯ, พิพิธภัณฑ์ Museum of Chinese in America และพิพิธภัณฑ์ Victoria and Albert Museum ในลอนดอน

ในปี 2566 เธอได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการด้านศิลปะและมนุษยศาสตร์ของประธานาธิบดีไบเดน ในการให้คำแนะนำแก่ประธานาธิบดีในการใช้ศิลปะส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชน

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ www.alonglastname.com.

เรื่องราว: การสรรค์สร้างโครงการ

โครงการ “สานสัมพันธ์การทูตสหรัฐฯ-ไทย 190 ปี” ในโอกาสครบรอบ 190 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสหรัฐอเมริกากับไทย นำเสนองานศิลปะอันวิจิตรบรรจงที่สรรค์สร้างขึ้นจากผ้าทอ ทั้งยังบอกเล่าถึงการเดินทางที่ทุ่มเทหลากหลายแง่มุมเพื่อสร้างชุมชนที่เข้มแข็งในพหุวัฒนธรรม ศิลปิน อแมนด้า พึ่งโพธิปักขิยะ มุ่งมั่นแน่วแน่ที่จะเรียนรู้และสร้างสัมพันธ์กับชุมชนและช่างทอผ้าในสหรัฐฯ และไทยตลอดระยะเวลาหลายเดือน การพบปะกันของพวกเขาเป็นจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจในการสร้างผลงานของอแมนด้าในประเทศไทย

อแมนด้าขลุกตัวและใช้เวลาพูดคุยกับ “แม่ ๆ” ช่างฝีมือไทยใน 42 ชุมชน ซึ่งต้อนรับเธออย่างอบอุ่น ทำให้เธอได้สำรวจแก่นแท้ของการแสดงออกถึงจิตวิญญาณผ่านเส้นด้ายและผืนผ้า อแมนด้าถักทอประสบการณ์อันน่าประทับใจเหล่านี้ไว้ในผลงานศิลปะจัดวางของเธอที่มีชื่อว่า “Time Owes Us Remembrance กาลเวลา•คืนค่า•หวนรำลึก” แม้จะมีความแตกต่างกันทางภาษา แต่ช่วงเวลาดี ๆ ระหว่างศิลปินกับบรรดาแม่ ๆ (ป้า ๆ และย่ายาย) ก็เป็นแรงบันดาลใจให้แก่อแมนด้า ผลงานศิลปะซึ่งเย็บและถักทอเข้าด้วยกันโดยใช้เทคนิคควิลต์ของอเมริกันนี้ เป็นสัญลักษณ์ของสายสัมพันธ์อันหลากหลายและงดงามระหว่างสหรัฐฯ กับไทย

Threads of Thailand
(Click map to enlarge)

ช่วงค้นคว้า (การทำงานร่วมกับชุมชนทอผ้า)

เรื่องราวเปี่ยมความหมายเหล่านี้รับรู้และถ่ายทอดผ่านสายตาของอแมนด้า พึ่งโพธิปักขิยะ ศิลปินในพำนักชาวไทย-อเมริกัน ที่กรุงเทพฯ ในฐานะเส้นด้ายที่ถักทอเรื่องราวของสองวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน อแมนด้าได้ออกเดินทางไปยัง 42 ชุมชนในทุกภาคทั่วประเทศไทย ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม 2566 เพื่อสำรวจวัฒนธรรมท้องถิ่นและร่วมเรียนรู้ภูมิปัญญาทอผ้าในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการทอผ้าฝ้าย การทอผ้าไหม การย้อมสีธรรมชาติ การทำผ้าปักชุดโขน การทอผ้าชาวเขา การวาดภาพผ้าบาติก การนำวัสดุพลาสติกกลับมาใช้ซ้ำ และอื่น ๆ อีกมากมาย อแมนด้ายังได้เดินทางไปพูดคุยและสร้างสรรค์ผลงานร่วมกับชุมชนทอผ้าและควิลท์ในสหรัฐฯ และนำประเพณีของทั้งอเมริกันและไทยเข้ารวมไว้ในผลงานศิลปะจัดวางชิ้นนี้ ตลอดการเดินทางของเธอ อแมนด้าได้เรียนรู้เทคนิคและแบบแผนที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาคของไทย ได้แก่

  • ภาคเหนือ: การปักผ้าของชาวลาหู่และอาข่า การทอผ้าตามแบบของชาวกะเหรี่ยง การย้อมผ้าคราม
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: การทอผ้าไหมแบบดั้งเดิม ผ้าฝ้ายย้อมครามและผ้ามัดหมี่ การย้อมสีและวาดภาพสีธรรมชาติ การทอผ้ากก การทอผ้าไหมแพรวา
  • ภาคตะวันออก: การนำวัสดุพลาสติกกลับมาใช้ซ้ำ การทอแบบดั้งเดิมโดยใช้เส้นใยใบสับปะรด
  • ภาคใต้: การวาดภาพผ้าบาติ การปักลูกปัด การทอผ้าท้องถิ่น
  • ภาคตะวันตก: การทอผ้าขาวม้าหรือผ้าคาดเอว การปักและทอผ้าไทยทรงดำ
  • ภาคกลาง: การทอผ้าไหม การทำผ้าปักชุดโขน

การร่วมสร้างสรรค์: ไทย-สหรัฐฯ

ศิลปินจัดกิจกรรมร่วมสร้างผลงานกับนักเรียนนักศึกษาชาวไทยในกรุงเทพฯ และชาวอเมริกันในย่านบรุกลินของนิวยอร์ก จากนั้นนำชิ้นงานที่ผู้ร่วมกิจกรรมชาวไทยและอเมริกันสร้างสรรค์ขึ้นมาเย็บติดกันโดยใช้เทคนิคควิลท์แบบอเมริกัน เพื่อสร้างผลงานศิลปะแบบมีส่วนร่วมขนาดเล็กซึ่งเป็นสัญลักษณ์ถึงความงดงามที่หลากหลายในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับไทย ที่งานนิทรรศการ “สานสัมพันธ์การทูตสหรัฐฯ-ไทย 190 ปี (Weaving Our Stories)” ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

ศิลปินในพำนัก

อแมนด้า พึ่งโพธิปักขิยะ เป็นศิลปินในพำนักของเอส เอ ซี แกลเลอรี ที่กรุงเทพฯ เป็นเวลาประมาณ 4 เดือน ตั้งแต่เดือนกันยายนถึงธันวาคม 2566 เพื่อสร้างผลงานศิลปะจัดวางขนาดใหญ่กินพื้นที่ 3 ชั้นของหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

ผืนผ้า: ถักทอประวัติศาสตร์ไทย-สหรัฐฯ

ผลงานศิลปะจัดวาง “Time Owes Us Remembrance กาลเวลา•คืนค่า•หวนรำลึก” บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับผ้าทอ ความยั่งยืน และความสัมพันธ์อันยืนนานระหว่างสหรัฐฯ กับไทย

Textiles
These fabric puffs are called Yo-Yos.

 

โยโย่

ชิ้นผ้าที่พองและเล็กเหล่านี้เรียกว่า “โยโย่” ทำขึ้นโดยการนำผ้าทรงกลมมาเนาตามเส้นรอบวง จากนั้นจึงดึงเส้นด้ายเพื่อรูดขอบผ้าเข้าหากันจนแบน เกิดเป็นดอกกุหลาบทรงกลม โยโย่เริ่มเป็นที่นิยมในสหรัฐอเมริกาในทศวรรษ 1920 (พ.ศ. 2463-2472) สตรีที่ต้องการประหยัดเงินมักจะทำโยโย่จากเศษผ้า ผ้าปูที่นอนเก่า หรือผ้ากระสอบเหลือใช้ งานผ้าโยโย่ควิลท์ ซึ่งเกิดจากการนำ “ดอกกุหลาบ” แต่ละดอกมาเย็บติดกันเป็นชิ้นงานสำหรับตกแต่ง เป็นงานผ้าที่มีความสร้างสรรค์มากที่สุดประเภทหนึ่งของศตวรรษที่ 20

ขณะที่ศิลปินกำลังสร้างชิ้นงาน “Time Owes Us Remembrance กาลเวลา•คืนค่า•หวนรำลึก” ณ เอส เอ ซี แกลเลอรี ในกรุงเทพมหานคร ชาวไทยที่เยี่ยมชมสตูดิโอหลายคนบอกว่า พวกเขานึกถึงความหลังและดีใจที่ได้เห็นโยโย่เหล่านั้น เพราะทำให้พวกเขาระลึกถึงช่วงเวลาอันมีค่าสมัยเด็กตอนที่ทำโยโย่กับแม่และย่ายายของพวกเขา

Close up of quilt
Quilt

ผ้าควิลท์แบบอเมริกัน

ผ้าควิลท์มีประวัติศาสตร์ในชุมชนต่าง ๆ มากมายในสหรัฐฯ คำว่า “ควิลท์” มาจากคำว่า “culcita” ในภาษาละติน หมายถึง ถุงเก็บสัมภาระ ผ้าควิลท์อย่างที่รู้จักกันในสหรัฐฯ แรกเริ่มเดิมทีแล้วเป็นสิ่งของเพื่อการใช้งานอย่างแท้จริง เพราะเกิดขึ้นจากความจำเป็นที่ต้องมีผ้าคลุมเตียงเพื่อให้ความอบอุ่น ผู้ตั้งรกรากที่สหรัฐฯ ในยุคแรก ๆ และทาสที่ได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระทั่วประเทศไม่มีเงินเหลือใช้จนสามารถทิ้งสิ่งของที่ใช้จนเก่าแล้วไปได้ง่าย ๆ พวกเขาต้องใช้ทรัพยากรที่มีอย่างประหยัดที่สุด ดังนั้น เมื่อใช้ผ้าห่มจนเก่าแล้ว พวกเขาก็จะปะและนำผ้าไปรวมกับผ้าห่มผื่นอื่น ๆ หรือใช้เป็นไส้ในของผ้าห่มผืนอื่น ในช่วง 100 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2293 ถึง 2393 มีการรวบรวมและปะแต่งผ้าควิลท์หลายพันผืน ผ้าควิลท์ที่ทำขึ้นในช่วงเวลานั้นจำนวนมากได้รับการเก็บรักษาไว้

ผ้าควิลท์หลาย ๆ ผืนเหล่านี้มีความวิจิตรงดงามมาก ต้องใช้เวลาทำและปะแต่งเป็นเวลาหลายปี ปัจจุบันผ้าเหล่านี้ถือเป็นมรดกอันล้ำค่าและได้รับการเก็บรักษาไว้อย่างดีในบ้านเรือนและพิพิธภัณฑ์ ผ้าควิลท์ยุคแรก ๆ สะท้อนภาพประวัติศาสตร์ของการต่อผ้าควิลท์ เช่นเดียวกับประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ

Silk ikat
Silk ikat

ผ้ามัดหมี่

มัดหมี่คือกระบวนการสร้างลายผ้าด้วยการใช้เชือกมัดเส้นด้ายหรือไหม (หมี่) ก่อนนำไปย้อมเส้นพุ่งให้เกิดลวดลายตามที่มัดไว้ จากนั้นจึงนำไปทอเป็นผ้าผืนสำเร็จ ผ้ามัดหมี่นิยมทอในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและเป็นรูปแบบการทอผ้าที่เก่าแก่ที่สุดของไทย โดยมีอายุย้อนกลับไปประมาณ 3,000 ปีก่อน ตั้งแต่เมื่อมีการเลี้ยงไหมเป็นครั้งแรกในประเทศไทย

การผลิตผ้ามัดหมี่จะใช้วิธีการมัดผ้าแบบดั้งเดิมโดยใช้เชือกฝาง หญ้าแห้ง หรือเชือกกล้วย มัดเส้นไหมเป็นเปลาะ ๆ เพื่อกันไม่ให้สีซึมในเส้นไหมเวลาย้อม และทำซ้ำหลาย ๆ ครั้งเพื่อให้ได้สีที่ต้องการ หลังจากย้อมสีแล้ว เส้นไหมแต่ละเส้นจะถูกนำมาทอเพื่อสร้างลวดลายต่าง ๆ ยิ่งต้องการสีสันมากเท่าไร ก็ยิ่งต้องทำกระบวนการดังกล่าวมากครั้งเท่านั้น ทุก ๆ ลวดลายที่ดูเหมือนเรียบง่ายต้องใช้ความละเอียดของช่างฝีมือซึ่งแสดงให้เห็นความพยายามอย่างมากในการสร้างผลงานแต่ละชิ้น

Handwoven Cotton
Handwoven Cotton

ผ้าฝ้ายทอมือ

ฝ้ายซึ่งแต่เดิมปลูกกันในหุบเขาสินธุ นำมาใช้ทำเสื้อผ้ามาเป็นเวลาหลายพันปี เนื่องจากมีลักษณะเย็น ซึมซับได้ดี รวมถึงสวมใส่และย้อมสีได้ง่าย คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้ฝ้ายเป็นที่นิยมทั่วโลก เส้นใยฝ้ายมักจะนำมาใช้ในสิ่งทอของไทย การทอผ้าฝ้ายเป็นงานฝีมือที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นในชุมชนทั่วประเทศไทย ปัจจุบัน มีชุมชนทอผ้าเหลืออยู่ไม่มากที่ยังคงมีธรรมเนียมการทอผ้าฝ้าย ซึ่งโดยส่วนใหญ่เป็นสตรีสูงอายุที่ทอผ้าที่เฉลียงหน้าบ้านในระหว่างฤดูทำนาและดูแลครอบครัว

ฝ้ายที่ใช้ทอผ้าจะปลูกกันในหมู่บ้านหรือใกล้ ๆ กับหมู่บ้าน ก่อนที่จะนำฝ้ายมาทอ จะต้องนำไปปั่นให้ใยฝ้ายตีเกลียวติดกันเป็นเส้นด้าย โดยอาจปั่นเป็นเส้นบางหรือหนา แน่นหรือหลวมก็ได้ เครื่องทอผ้าคานเหยียบแบบดั้งเดิมจะใช้เพื่อทอผ้าฝ้ายยก ซึ่งมีด้ายยืนและด้ายพุ่งอย่างละกลุ่มเป็นผ้าพื้น และด้ายพุ่งอีกหนึ่งกลุ่มเพื่อทำให้เกิดลวดลาย

textile materials
Bundles of dyed threads

วัสดุที่ยั่งยืนจากไทย

ศิลปินนำวัสดุเหลือทิ้งจากการผลิตเสื้อผ้าแฟชันของบริษัทอุตสาหกรรมรามาเท็กซ์ไทล์ในจังหวัดสมุทรปราการมาสร้างความสดใสให้กับชิ้นงาน “Time Owes Us Remembrance กาลเวลา•คืนค่า•หวนรำลึก” โดยเดินทางไปที่โรงงานกว่า 3 ครั้งในปี 2566 เพื่อเลือกเศษด้ายย้อมสีหลายร้อยกลุ่มที่ไม่ผ่านการทดสอบสีและถูกแยกไว้เพื่อนำไปขายให้ผู้ผลิตงานทำมือในประเทศ กระบวนการให้ชีวิตใหม่กับวัสดุเหลือทิ้งนี้ย้ำเตือนให้เราทั้งหลายมองไปรอบ ๆ และคิดอย่างจริงจังถึงวิธีการสร้างสรรค์ในการสร้างความยั่งยืนผ่านการนำวัสดุต่าง ๆ มาใช้ใหม่ในชีวิตของเรา

Textile materials
Textile materials

 

วัสดุที่ยั่งยืนจากสหรัฐฯ

ศิลปินเสาะหาวัสดุเหล่านี้จากโกดังสินค้าในเขตควีนส์ เมืองนิวยอร์กซิตี ซึ่งมีภารกิจดำเนินงานและส่งเสริมการนำวัสดุเหลือทิ้งกลับมาใช้ใหม่เพื่อองค์กรชุมชน โรงเรียน และศิลปินที่ทำงานในประเด็นทางสังคมในพื้นที่นิวยอร์ก ผ้าเหลือใช้เหล่านี้นำกลับมาใช้ประโยชน์จากการจัดกิจกรรม ฉากละคร และสถานที่อื่น ๆ เพื่อให้นักเรียนนักศึกษา ศิลปิน และสมาชิกชุมชน สามารถหาวิธีใช้ผ้าเหล่านี้ได้ใหม่อย่างสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยง การมีส่วนร่วม และความปีติสุข

ประวัติศาสตร์: สายสัมพันธ์ 190 ปีของเรา

Document in Thai and English
Treaty of Amity and Commerce

ราชอาณาจักรไทยเป็นหนึ่งในเพื่อนและพันธมิตรที่สำคัญที่สุดของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ชาติที่ยิ่งใหญ่ของเราทั้งสองมีประวัติศาสตร์ร่วมกันมายาวนาน ย้อนกลับไปเมื่อ พ.ศ. 2376 ครั้งที่เราลงนามในสนธิสัญญาไมตรีและพาณิชย์ และในปีนี้ เราได้เฉลิมฉลอง 190 ปีแห่งการถักทอผืนผ้าแห่งความร่วมมือของเรา

ตลอดช่วงเวลานั้น ชาติของเรารังสรรค์ผืนผ้าอันสวยสดงดงามที่ทอขึ้นจากเส้นด้ายแห่งการแลกเปลี่ยนการศึกษาและวัฒนธรรม การค้าและการลงทุน การวิจัยทางการแพทย์ ความร่วมมือด้านความมั่นคง และอื่น ๆ อีกมากมาย สายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของเราช่วยให้ชาวไทยและชาวอเมริกันมีชีวิตที่ดีขึ้น และเราจะยังคงเดินหน้าสร้างความมั่นคงและมั่งคั่งให้แก่ประเทศของเราทั้งสอง และเมื่อร่วมมือกัน เราจะสามารถต่อสู้กับความท้าทายที่มีร่วมกันได้มากยิ่งกว่าที่เราจะทำได้แต่เพียงลำพัง

List of sponsors

Sponsored brands

โพสต์ Weaving Our Stories สานสัมพันธ์การทูตสหรัฐฯ-ไทย 190 ปี ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย Weave Our Stories
คำกล่าวโดยเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ โรเบิร์ต เอฟ. โกเดค ณ เวทีกรุงเทพธุรกิจ “Geopolitics: The Big Challenge for Business โลกแบ่งขั้ว ธุรกิจพลิกเกม” https://th.usembassy.gov/th/u-s-ambassador-to-thailand-robert-f-godecs-remarks-at-krungthep-turakij-newspapers-seminar-on-geopolitics-the-big-challenge-for-business-th/ Wed, 25 Jan 2023 11:39:00 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=24881

โพสต์ คำกล่าวโดยเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ โรเบิร์ต เอฟ. โกเดค ณ เวทีกรุงเทพธุรกิจ “Geopolitics: The Big Challenge for Business โลกแบ่งขั้ว ธุรกิจพลิกเกม” ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
คำกล่าวโดยเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ โรเบิร์ต เอฟ. โกเดค ณ เวทีกรุงเทพธุรกิจ “Geopolitics: The Big Challenge for Business โลกแบ่งขั้ว ธุรกิจพลิกเกม”

U.S. Ambassador to Thailand Robert F. Godec’s Remarks at Krungthep Turakij newspaper’s seminar on “Geopolitics: The Big Challenge for Business”

วันจันทร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2566

สวัสดีครับ ท่านผู้ช่วยรัฐมนตรี, ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เนชั่นกรุ๊ป, บรรณาธิการอำนวยการ เนชั่นกรุ๊ป และท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน

ผมรู้สึกเป็นเกียรติยิ่งที่ได้มา ณ ที่นี้ในวันนี้ ขอขอบคุณเป็นอย่างสูงสำหรับคำเชิญ โดยเฉพาะ ขอขอบคุณกรุงเทพธุรกิจ ที่ได้จัดงานสัมมนานี้ และจัดให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นครั้งนี้ ในนามสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา และผมเอง ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้อีกครั้ง

สิ่งที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น  – การสร้างความเป็นหุ้นส่วนเพื่อสันติภาพและความมั่งคั่ง

ข้อเท็จจริงที่ชัดเจนประการหนึ่งคือ สหรัฐฯ มุ่งมั่นต่อภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก และต่อความเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งกับไทย เป็นเวลาเกือบสองศตวรรษที่ไทยและสหรัฐฯ มีความเป็นหุ้นส่วนที่แข็งแกร่งซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนและเสาหลักที่สำคัญของสันติภาพและความมั่งคั่งในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก เมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2376 ท่านเจ้าพระยาพระคลังและผู้แทนทางการทูตเอ็ดมันด์ โรเบิร์ตส์ (Edmund Roberts) ได้ลงนามในสนธิสัญญาไมตรีและการพาณิชย์ระหว่างสยามและสหรัฐฯ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศมาจนครบ 190 ปี ในปัจจุบันนี้ วันนี้ผมจะขอกล่าวถึงวิสัยทัศน์ของสหรัฐฯ ต่อภูมิภาคและความมุ่งหวังของเราต่ออนาคตความเป็นหุ้นส่วนระหว่างไทยและสหรัฐฯ

การตอบสนองต่อโอกาสและความท้าทายระดับโลก

ในตอนนี้เรามีโอกาสที่ยอดเยี่ยมที่จะช่วยยกระดับชีวิตของผู้คนให้ดียิ่งขึ้นทั่วโลก โอกาสที่จะสร้างและแบ่งปันความมั่งคั่ง เพิ่มความสามารถในการเข้าถึงการศึกษาและสาธารณสุข ยกระดับความมั่นคง ตลอดจนช่วยให้ผู้คนตัดสินใจเลือกระบบการปกครองได้ด้วยตนเอง  สิ่งที่ตามมากับโอกาสเหล่านี้ก็คือ ความท้าทายที่เราต้องเผชิญ ซึ่งรวมถึงการต่อสู้กับโรคโควิด-19 และการเตรียมความพร้อมสำหรับภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพโลกในอนาคต การฟื้นตัวจากผลกระทบทางเศรษฐกิจ การรับมือกับภัยคุกคามของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสร้างอนาคตแห่งพลังงานที่สะอาดขึ้น มั่นคงขึ้น และย่อมเยาขึ้น ไม่มีประเทศใดจะสามารถใช้ประโยชน์จากโอกาสเหล่านี้หรือรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ได้เพียงลำพัง เราจะสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ก็ต่อเมื่อเราร่วมแรงร่วมใจกันเท่านั้น กฎระเบียบและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เรามีร่วมกันจะช่วยเป็นกรอบการดำเนินการเพื่อความก้าวหน้าต่อไป

สหรัฐฯ จะทำงานกับหุ้นส่วน เพื่อน และพันธมิตรของเราเพื่อรับมือกับความท้าทายที่มีร่วมกัน และใช้ประโยชน์จากโอกาสที่มีร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม หากมีประเทศที่ไม่ปฏิบัติตามกฎกติการะหว่างประเทศ เราก็จำเป็นที่จะต้องยืนหยัดร่วมกัน เหมือนอย่างที่ประชาคมโลกได้ยืนหยัดร่วมกันกับยูเครน เพื่อต่อต้านสงครามที่ปราศจากซึ่งการยั่วยุและไร้ซึ่งความชอบธรรมของประธานาธิบดีปูติน และเราได้ทำงานร่วมกับหุ้นส่วนของเราเพื่อส่งเสริมความยุติธรรมและความรับผิดชอบในพม่า และเพื่อยุติการกระทำอันโหดร้ายและรุนแรงของรัฐบาลทหารพม่าที่มีต่อประชาชนของประเทศ อนาคตของเราขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะร่วมมือกันและเคารพต่อกฎระเบียบและข้อตกลงระหว่างประเทศ  ความเคารพต่อกฎกติการะหว่างประเทศจะช่วยให้ผู้คนและธุรกิจต่าง ๆ มีเสถียรภาพและความสามารถที่จะคาดเดาทิศทางในการลงทุนและการเติบโตต่อไป

เท่าที่ผมทราบ มีเรื่องหนึ่งที่คงอยู่ในใจของหลาย ๆ ท่านที่นี่  ผมอยากจะขอกล่าวถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและมีผลกระทบที่สำคัญกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งครอบคลุมความร่วมมือหลากหลายมิติ ตลอดจนการแข่งขันระหว่างกัน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ บลิงเคน จะเดินทางไปประเทศจีนเร็ว ๆ นี้เพื่อติดตามสิ่งที่ประธานาธิบดีไบเดนและประธานาธิบดีสี ได้พูดคุยกันไว้อย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมาเมื่อเดือนพฤศจิกายน เรามุ่งที่จะเปิดช่องทางการสื่อสารให้กว้างอยู่เสมอ และร่วมมือกันเท่าที่จะทำได้ ตลอดจนทำทุกวิถีทางที่จะป้องกันมิให้การแข่งขันระหว่างกันกลายเป็นความขัดแย้ง ผมขอให้ความมั่นใจกับท่านว่า เรามุ่งมั่นที่จะบริหารจัดการความสัมพันธ์ที่สำคัญนี้อย่างมีความรับผิดชอบ

วิสัยทัศน์ของเราต่อภูมิภาคยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิกของสหรัฐฯ

กว่า 75 ปี สหรัฐฯ และไทยได้สนับสนุนวิสัยทัศน์ของอินโด-แปซิฟิก นั่นคือ วิสัยทัศน์ที่ส่งเสริมการพัฒนากฎกติกาที่โปร่งใสและนำไปใช้อย่างยุติธรรม โดยที่แต่ละประเทศต่างก็มีเสรีภาพที่จะตัดสินใจเรื่องที่เกี่ยวกับอธิปไตยของตนเอง วิสัยทัศน์ที่ส่งเสริมให้สินค้า แนวคิดใหม่ ๆ และผู้คน เคลื่อนย้ายข้ามพรมแดนทางบก ทางอากาศ ทางไซเบอร์สเปซ และน่านน้ำเปิดได้อย่างอิสระเสรี  และวิสัยทัศน์ที่ส่งเสริมธรรมาภิบาลที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้คน ระบบนี้ได้ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนหลายล้านคนในภูมิภาคนี้และทั่วโลก ทุกประเทศในโลกนี้และคนทุกคนในห้องนี้ต่างก็ได้รับประโยชน์จากระบบดังกล่าวมาแล้ว

ข้อริเริ่มระดับภูมิภาคของสหรัฐฯ ล่าสุด คือ กรอบเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิก หรือ IPEF เรามีความยินดีที่ไทยเป็นสมาชิกร่วมก่อตั้ง IPEF ซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือนพฤษภาคม 2565 เราจำเป็นต้องมีทางออกใหม่ ๆ เพื่อรับมือกับความท้าทายของศตวรรษที่ 21 ตั้งแต่การค้าไปจนถึงห่วงโซ่อุปทาน พลังงาน และสิ่งแวดล้อม ซึ่ง IPEF จะช่วยเราค้นหาทางออกเหล่านี้ IPEF จะช่วยปลดล็อกคุณค่าทางเศรษฐกิจระดับมหาศาลสำหรับภูมิภาคนี้โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจขนาดย่อม

การประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือ เอเปค เป็นอีกหนึ่งข้อริเริ่มที่มีความสำคัญยิ่งในการรับมือกับความท้าทายระดับภูมิภาคและช่วยให้เกิดกรอบการดำเนินงานของกลุ่มที่ช่วยขับเคลื่อนความก้าวหน้า ผมชื่นชมไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดงานเอเปคเมื่อปี 2565 ได้อย่างประสบความสำเร็จ และในความพยายามที่จะส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนผ่านเป้าหมายกรุงเทพฯ ว่าด้วยเรื่องโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy model) ในปี 2566 นี้ สหรัฐฯ จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปคและเราจะพยายามสานต่องานอันยอดเยี่ยมที่ไทยได้เคยทำไว้และเป้าหมายในภาพรวมของการส่งเสริมการค้าและการลงทุนที่เสรี เป็นธรรม และเปิดกว้าง ตลอดจนการเสริมสร้างการเติบโตที่ทั่วถึงและยั่งยืน

ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับไทยแบบอย่างของความเป็นหุ้นส่วนระดับภูมิภาค

ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของอนาคตของภูมิภาคนี้และอย่างที่ผมได้เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ ความสัมพันธ์ของเราในปัจจุบันมีความแข็งแกร่ง พันธไมตรีระหว่างเราเปรียบเสมือนผ้าทอที่ทั้งสองฝ่ายต่างก็มีส่วนร่วมในการถักทอ และเส้นด้ายที่ใช้ถักทอนั้นก็คือ ความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ทั้งระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคการศึกษา และภาคประชาชน

ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างเรานั้นเป็นส่วนสำคัญยิ่งของผ้าทอผืนนี้  สหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของไทย  ซึ่งหมายความว่าเศรษฐกิจทั้งสองประเทศของเรานั้นมีความเชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่นและความสัมพันธ์ทางการค้าของเรามีความแข็งแกร่งและยังคงเติบโตต่อไป จริง ๆ แล้วการค้าระดับทวิภาคีของเราได้เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึงร้อยละ 50 ในช่วงสองปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ เป็นผู้ลงทุนหลักในเศรษฐกิจของไทยโดยมีบริษัทต่าง ๆ ของสหรัฐฯ เข้ามาดำเนินการอยู่ในหลายภาคอุตสาหกรรมของไทย ซึ่งรวมถึง ภาคยานยนต์ การดูแลสุขภาพ และเทคโนโลยีขั้นสูง/ดิจิทัล ธุรกิจของสหรัฐฯ ในประเทศไทยคาดว่าก่อให้เกิดการจ้างงานชาวไทยโดยตรงเกือบ 200,000 คน และช่วยสนับสนุนการสร้างตำแหน่งงานอื่น ๆ อีกนับไม่ถ้วน

ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างเรามีความสำคัญ โดยเห็นได้จากความร่วมมือต่าง ๆ ที่เราได้มีมาตลอดปีที่แล้วและที่เราได้ขยายขอบเขตออกไป ในเดือนมีนาคมนี้ กรุงเทพฯ จะเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมทางการค้า Trade Winds ซึ่งเป็นเวทีการพัฒนาการค้าที่มีคณะผู้แทนทางการค้านำโดยรัฐบาลสหรัฐฯ เดินทางมาร่วมประชุม และถือเป็นคณะที่ใหญ่ที่สุดที่เคยมีมา ในงานนี้ ไทยถือเป็นศูนย์กลางหลักในระดับภูมิภาค และจะมีการเดินทางเยือนประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนอีกห้าประเทศ งานประชุม Trade Winds จะมีผู้บริหารระดับสูงสุดกว่า 100 คน จากบริษัทของสหรัฐฯ เข้าร่วมเพื่อพบปะกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้นของภาคเอกชนอเมริกันในการมาลงทุนในไทย Trade Winds เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ต่อไทย และความปรารถนาของเราที่จะบรรลุการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและทั่วถึงตลอดทั้งภูมิภาคนี้

สหรัฐฯ และไทยยังได้ร่วมมือกันในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อส่งเสริมนวัตกรรม ซึ่งรวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่มั่นคงและมีเสถียรภาพ การยกระดับทักษะทางดิจิทัลให้กับแรงงานของเรา และการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ตลอดจนนโยบายที่ส่งเสริมการค้าดิจิทัล บริษัทเทคโนโลยีขั้นสูงที่สำคัญของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึง Seagate, Amazon, Tesla, Ford, Netflix และ Google ต่างก็กำลังขยายการดำเนินงานในประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะก่อให้เกิดเม็ดเงินลงทุนในระยะใกล้ร่วมหลายพันล้านเหรียญสหรัฐ ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีภาคเอกชนเหล่านี้กำลังลงทุนในอนาคตแห่งความเป็นหุ้นส่วนระหว่างไทยและสหรัฐฯ และเห็นว่าประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค

สหรัฐฯ และไทยยังทำงานกันอย่างใกล้ชิดในการรับมือกับความท้าทายที่เป็นหัวใจสำคัญของเราในยุคนี้ นั่นก็คือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เราชื่นชมเป้าหมายอันมุ่งมั่นของไทยที่จะลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจกลงร้อยละ 40 ภายในปี 2573 และสหรัฐฯ สนับสนุนความพยายามของไทยที่จะบรรลุเป้าหมายนี้ผ่านการให้ความช่วยเหลือทางเทคนิค การเสริมสร้างศักยภาพ รวมถึงการดำเนินงานและความร่วมมือทางการค้า

ในด้านการดูแลสุขภาพ ไทยและสหรัฐฯ เป็นหุ้นส่วนร่วมกันมากว่า 60 ปี และด้วยการทำงานร่วมกันนั้น ส่งผลให้ผู้คนหลายร้อยล้านคนทั่วโลกมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตัวอย่างของความร่วมมือนี้ ได้แก่ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐฯ (Centers for Disease Control) ในประเทศไทยที่มีพนักงานกว่า 100 คน ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ของกระทรวงสาธารณสุขของไทย ความร่วมมือดังกล่าวได้ช่วยชีวิตของเด็กนับไม่ถ้วน และช่วยให้พ่อแม่สามารถไปทำงานและดูแลครอบครัวของพวกเขาได้ ในช่วงวิกฤตของการระบาดใหญ่ทั่วโลก วัคซีนของเรา รวมถึงการบริจาคอื่น ๆ ตลอดจนความร่วมมือทางเทคนิคได้ช่วยให้วัคซีนโควิดชนิด mRNA ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพไปถึงผู้คนในกรุงเทพฯ และทั่วทั้งประเทศไทย ตลอดจนช่วยให้ผู้คนในชุมชนคลองเตยสามารถเข้าถึงทรัพยากรทางการแพทย์ที่สำคัญ รวมทั้งช่วยให้โรงพยาบาลรัฐในจังหวัดกาญจนบุรีมีอุปกรณ์ห้องปฏิบัติการที่จำเป็น

อนาคตของความสัมพันธ์สหรัฐฯไทย และโอกาสของความเป็นหุ้นส่วน

ท่านจะเห็นได้ว่า ไทยและสหรัฐฯ ต่างก็ทำงานอย่างหนักในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งและครอบคลุมหลากหลายด้านมาตลอด 190 ปีที่ผ่านมา  ในปีนี้ ขณะที่เราฉลองช่วงเวลา 190 ปี ดังกล่าว เราควรหาหนทางที่จะเดินหน้ากระชับความสัมพันธ์นี้ให้แน่นแฟ้นยิ่ง ๆ ขึ้นไป เพื่อทักถอผืนผ้านี้ให้งดงามสดใสยิ่งกว่าเดิม  ผมว่า ในอีก 10 ปีต่อจากนี้ เราควรจะมีโครงการความร่วมมือเพื่อยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างกัน เราควรแสวงหาวิธีการใหม่ ๆ เพื่อยกระดับการค้าและการลงทุนทั้งจากไทยไปสหรัฐฯ และจากสหรัฐฯ มายังไทย และสร้างความมั่งคั่งสำหรับทุกคน  เราสามารถส่งเสริมความร่วมมือทางโลกดิจิทัลและอุตสาหกรรมความคิดสร้างสรรค์  นอกจากนี้ เรายังมีโอกาสที่จะร่วมมือกันเพื่อยกระดับการใช้พลังงานสะอาดและการนำดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศ เราควรเพิ่มจำนวนทุนการศึกษาสำหรับชาวไทยที่จะไปศึกษาต่อที่สหรัฐฯ และสำหรับชาวอเมริกันที่จะมาศึกษาต่อที่เมืองไทย เราสามารถร่วมมือกันเพื่อเร่งเครื่องการวิจัยร่วมกันทางวิทยาศาสตร์และทางวิชาการ ไม่ว่าจะเป็นในระดับมหาวิทยาลัยหรือบริษัท ทุกสิ่งเป็นไปได้ตามจินตนาการของเรา

โดยสรุป สหรัฐฯ มุ่งมั่นที่จะยกระดับสันติภาพและความมั่งคั่งในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ตลอดจนความเป็นหุ้นส่วนของเรากับไทย เรามุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับหุ้นส่วน เพื่อน และพันธมิตรของเรา เพื่อรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ ที่มีร่วมกัน และนำโอกาสที่มีร่วมกันมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ตลอดจนสนับสนุนระบบอันเป็นที่ยอมรับระหว่างประเทศที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนทั่วโลก เมื่อเราร่วมมือกัน เราจะสามารถสร้างอนาคตที่ดีกว่าเดิมให้กับชาวไทย ชาวอเมริกัน และผู้คนทั่วโลกครับ

เราจะเดินหน้าไปด้วยกัน!

ขอบคุณครับ

โพสต์ คำกล่าวโดยเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ โรเบิร์ต เอฟ. โกเดค ณ เวทีกรุงเทพธุรกิจ “Geopolitics: The Big Challenge for Business โลกแบ่งขั้ว ธุรกิจพลิกเกม” ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย
เอกอัครราชทูตกลิน ที. เดวีส์ แถลงถึงความสำเร็จของปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยออกจากถ้ำหลวง จังหวัดเชียงราย https://th.usembassy.gov/th/statement-by-ambassador-glyn-t-davies-on-the-successful-rescue-operation-in-chiang-rai-th/ Tue, 10 Jul 2018 12:26:00 +0000 https://th.usembassy.gov/?p=27022

โพสต์ เอกอัครราชทูตกลิน ที. เดวีส์ แถลงถึงความสำเร็จของปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยออกจากถ้ำหลวง จังหวัดเชียงราย ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
เอกอัครราชทูตกลิน ที. เดวีส์ แถลงถึงความสำเร็จของปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยออกจากถ้ำหลวง จังหวัดเชียงราย

ในนามของสหรัฐอเมริกา กระผมขอแสดงความยินดีกับทางการไทยและหน่วยงานจากนานาประเทศ ที่ประสบความสำเร็จในการช่วยเหลือเยาวชนผู้กล้าหาญทั้ง 12 คนและผู้ฝึกสอน ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง จังหวัดเชียงราย ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน เนื่องจากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ชาวไทยทุกแห่งหนต่างเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง โดยมีผู้คนมากมายจากทั่วโลก ร่วมส่งแรงใจให้ปฏิบัติการครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี รัฐบาลสหรัฐอเมริกาและภาคเอกชนของสหรัฐฯ ภูมิใจที่ได้ให้การสนับสนุนปฏิบัติการครั้งนี้ซึ่งประเทศไทยเป็นผู้นำภารกิจ โดยได้รับความช่วยเหลือจากหลากหลายประเทศ ทหารจากกองกำลังสหรัฐภาคพื้นอินโดแปซิฟิก เจ้าหน้าที่และพนักงานจากหน่วยงานของสหรัฐอเมริกาในประเทศไทย และผู้แทนจากบริษัทสหรัฐฯ ได้ร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในไทยและต่างประเทศ เพื่อทำให้ภารกิจครั้งนี้ประสบความสำเร็จ  เราจะระลึกถึงความเป็นวีรบุรุษ ความกล้าหาญและความเสียสละของจ.อ.สมาน กุนัน ตลอดไป

โพสต์ เอกอัครราชทูตกลิน ที. เดวีส์ แถลงถึงความสำเร็จของปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยออกจากถ้ำหลวง จังหวัดเชียงราย ปรากฏครั้งแรกบน สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย

]]>
สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทย Great Seal of the United States