An official website of the United States government

รายงานด้านสิทธิมนุษยชนประจำปี พ.ศ. 2566 ประเทศไทย
13 นาทีในการอ่าน

รายงานด้านสิทธิมนุษยชนประจำปี พ.ศ. 2566 ประเทศไทย

รายงานสรุป

ในช่วงปีที่ผ่านมา สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญใด ๆ รัฐบาลชุดใหม่เข้ารับหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินในเดือนกันยายน

ปัญหาสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ ได้แก่ รายงานที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับการจับกุมและคุมขังตามอำเภอใจ, การแทรกแซงทางการเมืองในกระบวนการพิจารณาคดี, นักโทษการเมือง, การละเมิดสิทธิส่วนบุคคลโดยพลการหรือมิชอบด้วยกฎหมาย, การจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพของสื่ออย่างเคร่งครัด ซึ่งรวมไปถึงการจับกุมและดำเนินคดีกับผู้ที่วิจารณ์รัฐบาล การตรวจสอบเนื้อหาก่อนเผยแพร่ ตลอดจนการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและกฎหมายหมิ่นประมาททางอาญา, การจำกัดเสรีภาพทางอินเทอร์เน็ตอย่างเคร่งครัด, การทุจริตอย่างร้ายแรงในภาครัฐ, การคุกคามองค์กรสิทธิมนุษยชนภายในประเทศ, การใช้ความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง รวมถึงการใช้ความรุนแรงในครอบครัวหรือกับคู่ครองและความรุนแรงทางเพศ, อาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้ความรุนแรงหรือขู่ว่าจะใช้ความรุนแรงโดยมุ่งเป้าที่กลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ เช่น เลสเบี้ยน เกย์ ไบเซ็กชวล คนข้ามเพศ เควียร์ หรือผู้ที่มีภาวะเพศกำกวม และการจำกัดเสรีภาพในการสมาคมของผู้ใช้แรงงานอย่างมีนัยสำคัญ

ทางการดำเนินขั้นตอนการสืบสวนและลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน อย่างไรก็ตาม การยกเว้นโทษให้เจ้าหน้าที่ยังคงเป็นปัญหาอยู่

ผู้ก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงละเมิดสิทธิมนุษยชนและโจมตีฝ่ายความมั่นคงของรัฐ รวมถึงเป้าหมายที่เป็นพลเรือน ทั้งนี้ทางการได้สืบสวนและดำเนินคดีการกระทำดังกล่าว

หมวดที่ 1. การเคารพบูรณภาพแห่งบุคคล

ก. การสังหารตามอำเภอใจและการสังหารที่ผิดกฎหมายหรือมีเหตุจูงใจทางการเมือง

ในปีที่ผ่านมา ไม่มีรายงานว่า รัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการสังหารตามอำเภอใจหรือผิดกฎหมาย รวมไปถึงวิสามัญฆาตกรรม

มีรายงานการสังหารที่กระทำโดยทั้งรัฐบาลและฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ทางการตั้งข้อหาเจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงกรณีวิสามัญฆาตกรรมชาวบ้านมุสลิม 3 คน บนภูเขาในอำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อปี 2562 ในเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของรัฐยิงชาวบ้านทั้งสามเสียชีวิตขณะกำลังลาดตระเวน เพราะเชื่อว่าชาวบ้านเหล่านั้นเป็นกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ

ข. การหายสาบสูญ

ไม่มีรายงานเกี่ยวกับการหายสาบสูญโดยหรือในนามของเจ้าหน้าที่รัฐ

เมื่อวันที่ 28 กันยายน ศาลยกฟ้องเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน 4 คน ในข้อหาลักพาตัวและฆาตกรรมนายพอละจี “บิลลี่” รักจงเจริญ นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยง เมื่อปี 2557 โดยศาลให้เหตุผลว่า พยานหลักฐานไม่เพียงพอที่จะระบุว่า นายพอละจีเสียชีวิต เนื่องจากผลการตรวจดีเอ็นเอชิ้นส่วนกระดูกของวัตถุพยานที่พบนั้นไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นชิ้นส่วนกระดูกของนายพอละจี ก่อนหน้านี้ ศาลได้พิจารณาตัดสินว่า นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากไม่บันทึกการจับกุมนายพอละจีและไม่นำส่งตัวให้แก่สถานีตำรวจในท้องที่ กรณีที่นายพอละจีครอบครองน้ำผึ้งป่าอย่างผิดกฎหมาย นายชัยวัฒน์ถูกพิพากษาจำคุก 3 ปี แต่ต่อมาศาลพิจารณาอนุญาตให้ประกันตัวและอนุญาตให้ยื่นอุทธรณ์คดีได้

ค. การทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษด้วยวิธีการที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือทำลายศักดิ์ศรีอื่น ๆ ตลอดจนการกระทำทารุณอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

รัฐธรรมนูญระบุว่า “การทรมาน ทารุณกรรม หรือการลงโทษด้วยวิธีการโหดร้ายหรือไร้มนุษยธรรมจะกระทำมิได้” อย่างไรก็ดี มีรายงานที่น่าเชื่อถือว่า เจ้าหน้าที่รัฐได้กระทำการดังกล่าว พระราชกำหนดฉุกเฉินที่มีผลบังคับในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่ปี 2548 คุ้มครองเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงไม่ให้ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายจากการกระทำในระหว่างปฏิบัติตามหน้าที่ พระราชกำหนดฉุกเฉินได้รับการยกเว้นใน 11 อำเภอในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ยังคงบังคับใช้ใน 22 อำเภอในจังหวัดยะลา นราธิวาส และปัตตานี

พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย (ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2565) ได้ให้แนวทางในการป้องกันและลงโทษผู้กระทำการทรมานและกระทำให้บุคคลสูญหาย

มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้ายและขู่กรรโชกนักโทษและผู้ต้องขัง และโดยส่วนใหญ่ไม่ต้องถูกลงโทษ คำร้องเรียนแทบจะไม่นำไปสู่การลงโทษผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด และมีตัวอย่างให้เห็นจำนวนมากที่การสอบสวนเกี่ยวกับข้อกล่าวหาการใช้อำนาจโดยมิชอบของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงใช้เวลานานหลายปีโดยที่ยังไม่มีข้อสรุป

ตัวแทนจากองค์กรนอกภาครัฐและองค์กรด้านกฎหมายรายงานว่า บางครั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารทรมานและซ้อมผู้ต้องสงสัยเพื่อให้รับสารภาพ และหนังสือพิมพ์รายงานคดีหลายคดีที่ประชาชนกล่าวหาว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงอื่น ๆ ใช้ความรุนแรง

ในเดือนพฤษภาคม องค์กรนอกภาครัฐแห่งหนึ่งได้รับข้อร้องเรียนเรื่องการซ้อมทรมานจากผู้ก่อความไม่สงบรายหนึ่งที่อ้างว่า เจ้าหน้าที่ทางการได้ทุบตีและกักตัวเขาไว้ที่ห้องขังในสถานีตำรวจจังหวัดยะลาเพื่อสอบปากคำ ในเดือนกันยายน ผู้ต้องสงสัยดังกล่าวถูกคุมขังระหว่างรอการพิจารณาคดีในจังหวัดนราธิวาสในข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีที่ใช้ความรุนแรง องค์กรนอกภาครัฐดังกล่าวจึงได้ยื่นข้อร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ซึ่งรับข้อร้องเรียนและสอบถามข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สภาพของเรือนจำและสถานกักกัน

เรือนจำและสถานกักกันต่าง ๆ ซึ่งรวมไปถึง สถานบำบัดผู้ติดยาเสพติดและศูนย์กักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่กักกันผู้อพยพที่ไม่มีเอกสารประจำตัว ผู้ลี้ภัย ผู้แสวงหาที่พักพิง และชาวต่างชาติที่ละเมิดกฎหมายว่าด้วยการเข้าเมือง มีสภาพแย่และแออัดมาก

สภาพที่เลวร้ายจำนวนผู้ต้องขังในเรือนจำและสถานกักกันสูงกว่าความสามารถรองรับได้ ณ เดือนพฤศจิกายน มีผู้ต้องขังในเรือนจำและสถานกักกันมากกว่า 275,000 คน แต่สถานที่มีการออกแบบให้รองรับจำนวนผู้ต้องขังได้สูงสุดประมาณ 220,000 คน

ผู้สังเกตการณ์รายงานว่า บริการทางการแพทย์มีไม่เพียงพอในเรือนจำหลายแห่ง ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย แจ้งว่า ลูกความคนหนึ่งของศูนย์ทนายความฯ ซึ่งถูกจำคุกในเดือนมิถุนายน มีปัญหาในการเข้าถึงยารักษาโรคอารมณ์สองขั้ว (ไบโพลาร์) ขณะถูกคุมขังในเรือนจำ จนถึงเดือนสิงหาคมจึงได้ย้ายมารักษาที่โรงพยาบาลหลังจากที่น้ำหนักตัวลดลงร้อยละ 10 เนื่องจากได้อดอาหารประท้วงเป็นเวลา 14 วัน

สภาพของศูนย์กักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไม่อยู่ภายใต้กฎระเบียบหลายข้อที่กำกับระบบราชทัณฑ์ตามปกติทั่วไป องค์กรนอกภาครัฐ องค์การระหว่างประเทศ และผู้ต้องขังที่ศูนย์กักกันบางแห่งร้องเรียนถึงสภาพที่แออัดและไม่ถูกหลักอนามัย โดยไม่มีพื้นที่สำหรับการออกกำลังกาย การรักษาพยาบาลที่เหมาะสม หรือไม่มีอาหารฮาลาลให้แก่ผู้ถูกคุมขังชาวมุสลิม

ตามกฎหมาย ทางการสามารถกักกันบุคคลต่างด้าวที่ไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายให้อยู่ในประเทศ รวมทั้งผู้ลี้ภัยและผู้แสวงหาที่พักพิง หรือผู้ที่ละเมิดกฎหมายว่าด้วยการเข้าเมืองในศูนย์กักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเป็นเวลาหลายปีได้ เว้นแต่พวกเขาจะได้รับการประกันตัวหรือจ่ายค่าปรับและค่าเดินทางกลับประเทศของตนเอง

การดำเนินการทางการอนุญาตให้นักโทษหรือผู้แทนสามารถยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินได้ แต่ไม่สามารถยื่นคำร้องต่อฝ่ายตุลาการได้โดยตรง แม้ว่าหน่วยงานของรัฐได้รายงานว่า ดำเนินการตรวจสอบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการกระทำโดยมิชอบในการกักตัวผู้ถูกกล่าวหาก่อนการพิจารณาคดี แต่องค์กรนอกภาครัฐแย้งว่า ทางการไม่เคยดำเนินการตรวจสอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการทารุณในเรือนจำและศูนย์กักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

การตรวจสอบจากหน่วยงานอิสระรัฐบาลอำนวยความสะดวกให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เข้าเยี่ยมสังเกตการณ์เรือนจำได้ รวมถึงการเข้าเยี่ยมนักโทษโดยไม่ต้องมีบุคคลที่สามอยู่ด้วย และสามารถเข้าเยี่ยมได้อีกหลายครั้ง กลุ่มสิทธิมนุษยชนรายงานว่า ไม่มีการตรวจสอบระบบทัณฑสถานจากหน่วยงานภายนอกหรือระหว่างประเทศ

ผู้แทนขององค์การระหว่างประเทศได้รับอนุญาตอย่างจำกัดในการเข้าเยี่ยมผู้ต้องขังที่ศูนย์กักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศเพื่อให้บริการและดำเนินการโยกย้ายถิ่นฐาน การเข้าถึงศูนย์กักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแต่ละแห่งนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละจังหวัด

ง. การจับกุมหรือการกักกันตามอำเภอใจ

รัฐธรรมนูญห้ามมิให้จับกุมและกักกันบุคคลใดตามอำเภอใจ รวมถึงให้สิทธิแก่บุคคลที่จะร้องขอต่อศาลเพื่อโต้แย้งความชอบด้วยกฎหมายเมื่อถูกจับกุมหรือกักกัน โดยทั่วไปรัฐบาลจะปฏิบัติตามข้อกำหนดเหล่านี้ แม้ว่าในทางปฏิบัติจะมีการจับกุมและกักกันตามอำเภอใจในคดีความมั่นคงและการเมือง

พระราชกำหนดฉุกเฉินในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งให้อำนาจรัฐบาลในการควบคุมตัวบุคคลในสถานที่กักกันอย่างไม่เป็นทางการโดยไม่ต้องตั้งข้อกล่าวหาได้นานสูงสุด 30 วัน ยังมีผลบังคับใช้อยู่

บทบัญญัติในพระราชกำหนดฉุกเฉินในจังหวัดชายแดนภาคใต้ทำให้ยากแก่การร้องขอต่อศาลเพื่อโต้แย้งการกักขัง พระราชกำหนดฉุกเฉินระบุว่า ผู้ถูกกักขังมีสิทธิที่จะมีทนายได้ แต่ในทางปฏิบัติแล้ว ไม่มีหลักประกันว่าผู้ถูกกักขังจะได้พบทนายหรือญาติพี่น้องทันที และไม่มีมาตรการที่โปร่งใสเพื่อป้องกันการทารุณผู้ถูกกักขัง นอกจากนี้ พระราชกำหนดฉุกเฉินยังคุ้มครองเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้พระราชกำหนดนี้ให้ไม่ต้องรับโทษทางอาญา ทางแพ่ง และทางวินัยในหลายกรณี

ขั้นตอนการจับกุมและการปฏิบัติต่อบุคคลขณะถูกคุมขัง

กฎหมายกำหนดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารต้องได้รับหมายจากศาลก่อนเข้าทำการจับกุม และศาลมีแนวโน้มที่จะอนุมัติออกหมายจับตามที่ยื่นขอมาทั้งหมด ทางการสามารถกักตัวบุคคลได้นานสูงสุด 84 วันโดยได้รับอนุมัติจากศาล ทั้งนี้กฎหมายกำหนดว่า เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งว่าบุคคลที่ถูกจับกุมอาจถูกตั้งข้อหาอะไรบ้างในทันทีที่เข้าจับกุม และต้องอนุญาตให้บุคคลผู้นั้นสามารถแจ้งผู้ใดผู้หนึ่งถึงเรื่องที่ตนถูกจับกุม

กฎหมายกำหนดให้ผู้ถูกคุมขังคดีอาญาทั้งในศาลพลเรือนและศาลทหารสามารถติดต่อทนายได้ แต่นักกฎหมายและกลุ่มสิทธิมนุษยชนกล่าวอ้างว่า บางครั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนผู้ถูกคุมขังโดยไม่ให้โอกาสติดต่อทนายความ

กฎหมายให้สิทธิแก่จำเลยในการขอประกันตัว และโดยทั่วไปแล้ว รัฐบาลก็เคารพในสิทธิดังกล่าว อย่างไรก็ตาม องค์กรนอกภาครัฐอ้างว่า ในคดีการเมืองและความมั่นคงของประเทศหลายคดี นักปกป้องสิทธิมนุษยชนถูกปฏิเสธคำขอประกันตัว

องค์กรนอกภาครัฐรายงานว่า บุคคลข้ามเพศหลายคนมักจะถูกปฏิเสธไม่ให้ประกันตัว ถูกนำตัวไปคุมขังในสถานที่ที่ตรงกับเพศกำเนิดแต่ไม่ตรงกับเพศสภาพที่ระบุ ไม่ได้รับยาฮอร์โมน และถูกคุกคาม โดยที่เจ้าหน้าที่เรือนจำไม่ได้ดำเนินการใด ๆ เพื่อป้องกันการคุกคามดังกล่าว องค์กรนอกภาครัฐระบุว่า หญิงตั้งครรภ์ที่ถูกคุมขังยังต้องอยู่ในเรือนจำขณะคลอดบุตร และสามารถเลือกที่จะเลี้ยงดูบุตรในสถานพยาบาลของเรือนจำในช่วงขวบปีแรกของทารก หรือให้ญาติพี่น้องมารับตัวทารกไปตั้งแต่วันที่คลอด

การจับกุมตามอำเภอใจพระราชกำหนดฉุกเฉินในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้อำนาจทางการในการคุมขังบุคคลได้นานสูงสุด 7 วันโดยไม่ต้องมีหมายจับ และสามารถคุมขังบุคคลได้นานสูงสุด 30 วันโดยไม่ต้องตั้งข้อกล่าวหา

องค์กรนอกภาครัฐระบุว่า ในเดือนมีนาคม ทางการได้กักตัวบุคคลอย่างน้อย 15 คนโดยอ้างว่า พวกเขามีส่วนร่วมในการจัดหาเงินทุนให้แก่ครอบครัวผู้ต้องสงสัยว่าก่อความไม่สงบที่ถูกสังหารในระหว่างเหตุการณ์การโจมตี ซึ่งมีการปะทะต่อสู้กันกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของรัฐ ทางการตั้งข้อสงสัยกลุ่มบุคคลดังกล่าวว่า ได้จัดหาเงินทุนให้แก่ขบวนการก่อความไม่สงบ ซึ่งไม่ใช่การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแต่อย่างใด นักปกป้องสิทธิมนุษยชนบางส่วนมองว่า การคุมขังในลักษณะนี้เป็นการใช้อำนาจตามอำเภอใจ

การคุมขังเพื่อรอการพิจารณาคดีผู้ต้องขังมักจะถูกคุมขังเป็นเวลานานเพื่อรอการพิจารณาคดี โดยเฉพาะในคดีการเมืองที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ในระหว่างปีนี้ ศาลไม่ให้ประกันตัวผู้ต้องขังทางการเมือง แม้ว่าผู้ต้องขังจะได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดตามกฎหมายทุกประการแล้ว ขณะที่บรรดานักกิจกรรมและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัวก็มักจะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขการประกันตัวที่เข้มงวด ซึ่งรวมถึงคำสั่งห้ามโพสต์ข้อความใด ๆ ทางออนไลน์

ทนายความแสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้กฎหมายหลายฉบับควบคู่กันในคดีความมั่นคงของประเทศ ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ต้องสงสัยคดีก่อความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ถูกกักขังเป็นเวลานานเพื่อรอการพิจารณาคดี

จ. การปฏิเสธการพิจารณาคดีอย่างเปิดเผยและเป็นธรรม

รัฐธรรมนูญกำหนดให้ฝ่ายตุลาการมีความเป็นอิสระ และแม้ว่าโดยทั่วไปแล้ว รัฐบาลจะเคารพความเป็นอิสระและความเป็นธรรมของฝ่ายตุลาการ แต่รัฐธรรมนูญก็ให้อำนาจแก่รัฐบาลในการแทรกแซงเพื่อป้องกันประเทศจากภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ “ไม่ว่าการกระทำนั้นจะมีผลบังคับในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร หรือในทางตุลาการ” กลุ่มสิทธิมนุษยชนแสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้กระบวนการตุลาการเพื่อลงโทษบุคคลที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล

ขั้นตอนการพิจารณาคดี

รัฐธรรมนูญให้สิทธิแก่บุคคลในการได้รับการพิจารณาพิพากษาคดีอย่างเปิดเผยและเป็นธรรม และโดยทั่วไปแล้ว ฝ่ายตุลาการที่มีความเป็นอิสระเป็นฝ่ายบังคับการให้สิทธินี้ตามกฎหมาย ยกเว้นในบางคดีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ ซึ่งรวมถึงคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

ทางการไม่ได้จัดหาทนายให้แก่จำเลยที่มีฐานะยากจนโดยใช้งบประมาณของรัฐเสมอไป แม้ว่ากฎหมายจะกำหนดไว้เช่นนั้น และมีการกล่าวหาว่า ทางการไม่ได้ให้สิทธิอย่างเต็มที่แก่จำเลยในระหว่างการพิจารณาคดีในศาล มีรายงานว่าจำเลยถูกห้ามไม่ให้พบกับทนายความของตน หรือไม่ให้มีสมาชิกครอบครัวหรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายอื่น ๆ เข้าสังเกตการณ์การพิจารณาคดี และมีรายงานว่า บางครั้ง พนักงานอัยการ เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือศาลคัดค้านคำขอหลักฐานของจำเลย

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ศาลอาญายืนยันที่จะดำเนินการสืบพยานต่อในข้อหาหมิ่นประมาทกษัตริย์ของนางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว นักกิจกรรม แม้ว่าเธอได้ยื่นคำขอเลื่อนนัดสืบพยานออกไปเนื่องจากทนายความของเธอไม่สามารถเข้าร่วมในครั้งนี้ได้ สื่อสังคมออนไลน์กล่าวถึงเหตุการณ์นี้อย่างกว้างขวาง และต่อมาศาลได้สั่งเลื่อนการพิจารณาคดีออกไป

นักโทษและผู้ต้องขังทางการเมือง

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นองค์กรนอกภาครัฐ ประเมินว่า จนถึงเดือนกันยายน มีนักโทษทางการเมืองอย่างน้อย 29 คน โดยส่วนใหญ่เนื่องจากการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองทางออนไลน์ และการมีส่วนร่วมในการชุมนุมประท้วงที่นำโดยนักเรียนนักศึกษาระหว่างปี 2563-2564 ทางการอนุญาตให้องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนเข้าพบผู้ต้องขังทางการเมืองเหล่านี้ได้ และไม่มีรายงานว่า มีผู้ต้องขังทางการเมืองคนใดได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างจากผู้ต้องขังคนอื่น ๆ

กลุ่มสิทธิมนุษยชนอ้างว่า การพิพากษาลงโทษผู้กระทำผิดในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหลายคดีมีแรงจูงใจทางการเมือง ในเดือนกันยายน องค์กรนอกภาครัฐรายงานว่า มีผู้ที่ถูกฟ้องร้องในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพจำนวน 257 ราย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเนื่องมาจากการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองทางออนไลน์และการเข้าร่วมในการชุมนุมประท้วงเพื่อต่อต้านรัฐบาล

ฉ. การกดปราบข้ามชาติ

ไม่มีข้อมูล

ช. การยึดและคืนทรัพย์สิน

ไม่มีข้อมูล

ซ. การละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ครอบครัว บ้านพัก หรือเอกสารโต้ตอบโดยพลการหรือมิชอบด้วยกฎหมาย

รัฐธรรมนูญมิได้ห้ามการกระทำดังกล่าว ฝ่ายความมั่นคงยังคงใช้อำนาจตามพระราชกำหนดฉุกเฉินที่บังคับใช้ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในการตรวจค้นโดยไม่มีหมายศาลอย่างเป็นปกติในจังหวัดชายแดนภาคใต้ กฎหมายอนุญาตให้ดำเนินการค้นหาและยึดคอมพิวเตอร์และข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยไม่ต้องมีหมายจับในคดีที่จำเลยถูกกล่าวหาว่า ได้นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูล “ที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” “เป็นเท็จ” หรือ “บิดเบือน”

รัฐบาลสอดส่องสื่อสังคมออนไลน์และการสื่อสารส่วนบุคคล ซึ่งรวมถึงจดหมายและโทรศัพท์ หน่วยงานรัฐบาลใช้เทคโนโลยีเพื่อสอดส่องติดตาม รวมทั้งใช้ซอฟต์แวร์ตรวจสอบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ดักจับการสื่อสารทางไกล เพื่อเฝ้าติดตามบรรดานักการเมือง องค์กรนอกภาครัฐ ตลอดจนองค์กรและบุคคลอื่น ๆ ที่พวกเขาเห็นว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคง บทบัญญัติบางข้อไม่ให้ความคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของข้อมูลซึ่งตามจริงแล้วกำหนดไว้ในกฎหมาย และให้อำนาจอย่างมากแก่รัฐบาลในการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวโดยปราศจากการพิจารณาทบทวนโดยศาลหรือการควบคุมดูแลในรูปแบบอื่น ๆ

มีรายงานจำนวนมากระบุว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงคุกคามพลเมืองที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างเปิดเผย รวมทั้งไปพบหรือสอดส่องที่บ้านหรือสถานที่ทำงานของบุคคลนั้น รายงานของโครงการฐานข้อมูล MOVE (Monitoring Center on Organized Violence Events) ระบุว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน. ซึ่งเป็นฝ่ายการเมืองและสำนักการข่าวของกองทัพบก) ได้ร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยในการใช้สปายแวร์เชิงพาณิชย์และเครื่องมือทางไซเบอร์อื่น ๆ ในการสอดส่องติดตามบุคคลและบิดเบือนเนื้อหาทางออนไลน์ โดยมองว่าเป็นวิธีการสกัดกั้นผู้โต้แย้งและช่วยสนับสนุนรัฐบาล

ฌ. การใช้อำนาจโดยมิชอบในการจัดการปัญหาความขัดแย้ง

เหตุการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมเชื้อสายมลายูยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง การโจมตีโดยผู้ต้องสงสัยว่า ก่อความไม่สงบและการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่เกิดขึ้นเป็นประจำ ได้เพิ่มความตึงเครียดระหว่างชุมชนชาวมุสลิมเชื้อสายมลายูและชาวไทยพุทธในพื้นที่

พระราชกำหนดฉุกเฉินที่มีผลบังคับใช้ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งคือ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ให้อำนาจอย่างมีนัยสำคัญแก่เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และข้าราชการพลเรือนบางส่วนในการจำกัดสิทธิพื้นฐานบางประการ ตลอดจนมอบหมายอำนาจด้านการรักษาความมั่นคงภายในประเทศบางประการแก่กองทัพ พระราชกำหนดฉุกเฉินยังคุ้มครองเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงให้ไม่ต้องถูกดำเนินคดี นอกจากนี้ กฎอัยการศึกที่ประกาศใช้ในปี 2547 ยังคงให้อำนาจอย่างมากแก่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้

การสังหารกลุ่มสิทธิมนุษยชนกล่าวหาว่า กองกำลังของรัฐบาลกระทำการวิสามัญฆาตกรรมบุคคลหลายคนที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ก่อความไม่สงบ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ ซึ่งเป็นองค์กรนอกภาครัฐ ระบุข้อมูล ณ เดือนกรกฎาคมว่า กองกำลังรักษาความมั่นคงดำเนินการตรวจค้น 51 ครั้ง ส่งผลให้มีผู้ต้องสงสัยว่าก่อความไม่สงบเสียชีวิต 6 ราย เจ้าหน้าที่รัฐยืนกรานว่า ผู้ต้องสงสัยในแต่ละคดีขัดขืนการจับกุม จึงจำเป็นต้องใช้กำลังรุนแรงจนถึงแก่ความตาย แต่ครอบครัวของผู้ต้องสงสัยและกลุ่มสิทธิมนุษยชนออกมาโต้แย้งประเด็นข้ออ้างดังกล่าว

ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ระบุว่า ณ เดือนสิงหาคม เกิดเหตุรุนแรง 351 ครั้ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 89 ราย และได้รับบาดเจ็บ 157 ราย เป้าหมายหลักของการโจมตีโดยผู้ก่อความไม่สงบคือ กองกำลังความมั่นคงของรัฐ ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และอาสาสมัครฝ่ายความมั่นคงที่ติดอาวุธ แต่พลเรือนก็ถูกโจมตีไปด้วย เมื่อวันที่ 3 มีนาคม กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบโจมตีด้วยการลอบวางระเบิดและซุ่มยิงใส่ขบวนรถของหน่วยปฏิบัติการทหารขณะเดินทางในอำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส การโจมตีครั้งนี้ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 2 นายและได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ทั้งนี้กลุ่มเจ้าหน้าที่ทหารเพิ่งเดินทางกลับมายังฐานปฏิบัติการหลังจากเข้าตรวจสอบเหตุการณ์วางระเบิดและซุ่มยิงในวันที่ 2 มีนาคม ณ ฐานปฏิบัติการอีกแห่งหนึ่ง

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ชาวไทยพุทธ 2 คนเสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงโจมตีขณะกำลังเดินทางในอำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ทางการเชื่อว่า เป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่ต้องการแบ่งแยกดินแดน ผู้วิจารณ์อ้างว่า การโจมตีกลุ่มชาวไทยพุทธโดยผู้ก่อความไม่สงบครั้งนี้ เป็นการตอบโต้ที่กองกำลังฝ่ายความมั่นคงของรัฐได้สังหารผู้ต้องสงสัยก่อความไม่สงบที่เป็นชาวมุสลิม

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่บ้านของครอบครัวชาวมุสลิมในอำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของรัฐคนหนึ่ง สังกัดกองช่าง เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ขณะที่อีก 4 คนได้รับบาดเจ็บ องค์กรภาคประชาสังคมแห่งหนึ่งรายงานว่า ผู้ก่อความไม่สงบลักลอบวางระเบิดไว้ในบ้านที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการของทหาร ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ก่อความไม่สงบ ระเบิดดังกล่าวเป็นระเบิดแสวงเครื่องที่สั่งการจากระยะไกลเมื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเข้ามาซ่อมแซมบ้านในเช้าวันรุ่งขึ้น

การทำร้ายร่างกาย การลงโทษ และการซ้อมทรมานในบางกรณี ทางการได้กักตัวสมาชิกในครอบครัวที่เป็นชาวบ้านทั่วไปของผู้ต้องสงสัยว่าก่อความไม่สงบเพื่อซักถามและในบางกรณีก็เพื่อเก็บสารพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) นักปกป้องสิทธิมนุษยชนบางส่วนมองว่า การกักตัวในลักษณะนี้เป็นการใช้อำนาจตามอำเภอใจ

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม กลุ่มภาคประชาสังคมรายงานว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของรัฐได้ยิงกลุ่มวัยรุ่นชาวมุสลิมที่มารวมตัวกันนอกร้านเฟอร์นิเจอร์ในอำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี (ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ) และต่อมาได้บุกเข้าไปในบ้านของครอบครัวชาวมุสลิมครอบครัวหนึ่งและยิงปืนเข้าไปในบ้าน ในเหตุการณ์นี้ ผู้หญิงคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บเนื่องจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงตบเธอด้วยกระบอกปืน จากการสอบปากคำขั้นต้นโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวมีปัญหาด้านสุขภาพจิต

หมวดที่ 2. การเคารพสิทธิเสรีภาพของพลเมือง

ก. เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งรวมถึงเสรีภาพของสื่อมวลชนและสื่ออื่น ๆ

รัฐธรรมนูญให้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งรวมถึงเสรีภาพของสื่อมวลชนและสื่ออื่น ๆ อย่างไรก็ตาม สิทธินี้ถูกจำกัดโดยข้อกฎหมายและการดำเนินงานของรัฐบาล เช่น รัฐบาลกำหนดข้อจำกัดด้านกฎหมายเกี่ยวกับการวิจารณ์รัฐบาลและสถาบันพระมหากษัตริย์ ข่มขู่ผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล สอดส่องสื่อและอินเทอร์เน็ต ตลอดจนปิดกั้นเว็บไซต์

เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพกำหนดว่า การหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เป็นความผิดทางอาญาที่มีโทษปรับหรือจำคุกต่ำสุด 3 ปี และสูงสุด 15 ปี ต่อความผิด 1 กระทง กฎหมายอนุญาตให้ประชาชนร้องเรียนพฤติกรรมหมิ่นพระบรมเดชานุภาพได้หากพบเห็นผู้ใดกระทำการดังกล่าว

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ศาลอาญาพิพากษาลงโทษจำคุกชายคนหนึ่งเป็นเวลา 3 ปีกรณีจำหน่ายปฏิทินที่ทางการอ้างว่าเข้าข่ายล้อเลียนและหมิ่นประมาทกษัตริย์

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ศาลจังหวัดเชียงใหม่พิพากษาลงโทษจำคุกสองนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่จากการแสดงผลงานศิลปะในงานกิจกรรมทางการเมืองเมื่อปี 2564 โดยเป็นงานศิลปะที่มีลักษณะคล้ายธงชาติไทยแต่ไม่มีสีน้ำเงินซึ่งหมายถึงพระมหากษัตริย์ ต่อมาศาลได้สั่งให้รอการลงโทษจำคุกเอาไว้ และให้คุมประพฤติจำเลยทั้งสองมีกำหนด 2 ปี

การจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกในลักษณะดังกล่าวยังเกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้อีกด้วย เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน กองทัพภาคที่ 4 ยื่นร้องเรียนกับพนักงานสอบสวนเมืองปัตตานีให้สืบสวนสอบสวนกลุ่มบุคคล ได้แก่ นักศึกษา อาจารย์ นักการเมือง และสมาชิกภาคประชาสังคม ที่เกี่ยวข้องกับการจัดเสวนา ซึ่งมีการทำประชามติจำลองเกี่ยวกับการกำหนดอนาคตตนเอง ข้อร้องเรียนดังกล่าวกล่าวหาว่า กลุ่มบุคคลมีส่วนร่วมในกิจกรรมซึ่งอาจถือว่าเป็นการก่อกบฏ สร้างความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่อง กระทำความผิดฐานเป็นอั้งยี่ และเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของประเทศ โดยละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ทั้งนี้กลุ่มภาคประชาสังคมในพื้นที่ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายเรียกบางคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดทำคำถามของกิจกรรมประชามติจำลอง แต่ไม่ได้ตั้งข้อหาพวกเขา

ผู้บริหารของมหาวิทยาลัย กลุ่มภาคประชาสังคม และสื่อรายงานว่า มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเข้ามาในมหาวิทยาลัยเป็นครั้งคราวเพื่อสอดส่องการบรรยายและเข้าร่วมกิจกรรมหรือการรณรงค์ทางการเมืองของนักศึกษา มีรายงานว่า ทางการจับกุมนิสิตนักศึกษาที่ใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น แม้ว่าจะมีจำนวนน้อยที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ นักวิชาการหลายคนรายงานถึงความกังวลว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจะสอดส่องการสอนของตน จึงนำไปสู่การตรวจสอบเนื้อหาของตนเองก่อนเผยแพร่มากยิ่งขึ้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การคุกคามทางดิจิทัลส่งผลเชิงลบต่อการทำงานของพวกเขาเนื่องจากการกระทำนี้มีผลต่อชีวิตส่วนตัวและสุขภาพจิตของผู้สื่อข่าว

ความรุนแรงและการคุกคามในเดือนกันยายน เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงในจังหวัดนครปฐม ข่มขู่ผู้สื่อข่าวจากอมรินทร์ทีวีที่โทรมาสัมภาษณ์เกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนกรณียิงสังหารพันตำรวจตรีในระหว่างงานเลี้ยงวันเกิดที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงมาร่วมงาน หลังจากมีการเปิดคลิปเสียงการสนทนานี้ ทางกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐมจัดให้มีชุดปฏิบัติการพิเศษมาคอยคุ้มกันสื่อมวลชนที่มารอทำข่าว

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน สถานีตำรวจภูธรจังหวัดยะลาออกหมายเรียกสองผู้สื่อข่าวประจำสำนักข่าวท้องถิ่นวาร์ตานี หลังจากวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ทั้งสองได้ถ่ายทอดสดเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างกองกำลังฝ่ายความมั่นคงกับบรรดาญาติของผู้ต้องสงสัยก่อความไม่สงบที่ถูกวิสามัญฆาตกรรมในระหว่างเกิดเหตุปะทะกัน ญาติผู้เสียชีวิตต้องการขอรับร่างของผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา แต่ทางการต้องการเก็บรักษาไว้เพื่อการชันสูตรพลิกศพ ทางการตั้งข้อหาบุคคลเหล่านี้ว่าขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่

การตรวจสอบเนื้อหาก่อนเผยแพร่หรือการจำกัดเนื้อหาของสื่อมวลชนและสื่ออื่น ๆ รวมทั้งสื่อออนไลน์: รัฐบาลเป็นเจ้าของคลื่นความถี่ทั้งหมดในการแพร่ภาพกระจายเสียงและให้ผู้ดำเนินการสื่อเอกชนเช่า ซึ่งทำให้รัฐบาลมีอิทธิพลทางอ้อมกับสื่อได้ กฎหมายให้อำนาจแก่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในการระงับชั่วคราวหรือเพิกถอนใบอนุญาตของผู้ดำเนินกิจการวิทยุหรือโทรทัศน์ที่เผยแพร่ข้อมูลที่ถือว่าเป็นเท็จ หมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ หรือวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลโดยใช่เหตุ ทั้งนี้ทางการสอดส่องข้อมูลที่สื่อมวลชนทุกแขนงนำเสนอ รวมทั้งสื่อต่างชาติด้วย สื่อในประเทศมีแนวโน้มที่จะตรวจสอบข้อมูลของตนเองก่อนเผยแพร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อหาที่อาจวิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์หรือพระบรมวงศานุวงศ์

ในเดือนกรกฎาคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติออกคำสั่งห้ามนำเข้าหนังสือ Rama X: The Thai Monarchy under King Vajiralongkorn ที่เขียนโดยปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ (มีกำหนดพิมพ์เผยแพร่ในต่างประเทศในเดือนตุลาคม) เนื่องจากเนื้อหาเป็นการหมิ่นประมาทสถาบันพระมหากษัตริย์ บุคคลใดก็ตามที่นำเข้าหนังสือดังกล่าวมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกหรือโทษปรับ

ผู้สร้างภาพยนตร์มีความกังวลว่า จะถูกตอบโต้เมื่อสร้างภาพยนตร์และรายการบันเทิง จึงนำไปสู่การตรวจสอบเนื้อหาของตนเองก่อนเผยแพร่มากยิ่งขึ้น

พระราชกำหนดฉุกเฉินในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้อำนาจแก่รัฐบาลในการ “ห้ามการตีพิมพ์และเผยแพร่ข่าวและข้อมูลที่อาจสร้างความตื่นตระหนก หรือมีเจตนาที่จะบิดเบือนข้อมูล” และยังให้อำนาจในการตรวจกรองข่าวที่พิจารณาว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ

กฎหมายว่าด้วยการหมิ่นประมาทนอกเหนือจากกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพแล้ว ความผิดฐานหมิ่นประมาทเป็นความผิดทางอาญา มีโทษปรับและจำคุก บุคคลในแวดวงทหารและนักธุรกิจได้ฟ้องร้องนักเคลื่อนไหวทางการเมืองและสิ่งแวดล้อม นักปกป้องสิทธิมนุษยชน สื่อมวลชน และนักการเมือง ฐานหมิ่นประมาททางอาญาและหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา

ในเดือนมกราคม นายมงคล ถิระโคตร ถูกพิพากษาลงโทษจำคุกรวม 42 ปี (ลดโทษเหลือ 28 ปี) หลังจากถูกดำเนินคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ 2 คดี จากกรณีโพสต์ข้อความทางออนไลน์อันเป็นการสร้างความเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัติย์

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ศาลอาญายกฟ้องนักปกป้องสิทธิมนุษชน 3 คน คือ อังคณา นีละไพจิตร, พุทธณี กางกั้น และธนภรณ์ สาลีผล ในคดีที่ยืดเยื้อมานาน 4 ปี ซึ่งทั้งสามถูกฟ้องหมิ่นประมาททางอาญาจากการโพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ นายชาญชัย เปี่ยมผล นักธุรกิจอุตสาหกรรมสัตว์ปีกได้ยื่นฟ้องนักปกป้องสิทธิมนุษยชนทั้งสามกรณีโพสต์แสดงความคิดเห็นทางออนไลน์โดยกล่าวหาว่ามีการใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายที่โรงงานแปรรูปเนื้อไก่ของเขา สื่อรายงานว่า นายชาญชัยได้ฟ้องนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในคดีหมิ่นประมาททั้งสิ้น 37 คดี และศาลตัดสินยกฟ้องแล้ว 36 คดี

ความมั่นคงของชาติคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติหลายฉบับที่ออกในช่วงปี 2557-2562 ยังคงให้อำนาจรัฐในการจำกัดการเผยแพร่เนื้อหาที่ถือว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ

เสรีภาพทางอินเทอร์เน็ต

รัฐบาลจำกัดเนื้อหาทางออนไลน์อย่างเคร่งครัดและลงโทษผู้ที่วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ อีกทั้งยังเฝ้าสังเกตการณ์สื่อสังคมออนไลน์และการสื่อสารส่วนบุคคลโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่เหมาะสม เพื่อตรวจหาเนื้อหาที่เห็นว่าไม่ถูกต้องและเป็น “ข่าวปลอม” นอกจากนี้ รัฐบาลยังปิดกั้นเว็บไซต์ด้วย

กฎหมายอนุญาตให้ทางการลงโทษจำคุกและปรับเงินจากผู้กระทำผิดฐานโพสต์ข้อมูลเท็จทางอินเทอร์เน็ตที่เป็นการคุกคามความมั่นคงของรัฐ ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกในหมู่ประชาชน หรือทำให้บุคคลอื่นได้รับความเดือดร้อน ซึ่งอิงจากคำนิยามที่คลุมเครือ หากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายใดเห็นชอบหรือจงใจสนับสนุนการเผยแพร่ข้อความผิดกฎหมายก็จะถูกลงโทษด้วย ทั้งนี้กฎหมายกำหนดให้ทางการต้องขอคำสั่งศาลในการปิดกั้นเว็บไซต์ แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ปฏิบัติตามกฎข้อบังคับนี้เสมอไป

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกำหนดให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตและแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ รวบรวมและเก็บข้อมูลผู้ใช้เป็นเวลา 90 วันเผื่อในกรณีที่รัฐบาลต้องการเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้น โดยรวมถึงข้อมูลระบุตัวตนผู้ใช้ กิจกรรมของผู้ใช้ บันทึกเกี่ยวกับความพยายามในการเข้าถึงระบบ ไฟล์ที่เข้าถึง และบันทึกข้อมูลธุรกรรมต่าง ๆ

แม้ว่าโดยทั่วไปแล้ว บุคคลและกลุ่มบุคคลสามารถแสดงความคิดเห็นได้โดยสันติทางอินเทอร์เน็ต แต่ยังคงมีข้อจำกัดด้านเนื้อหาหลายประการ ภาคประชาสังคมรายงานว่า รัฐบาลใช้การดำเนินคดีหรือการข่มขู่ว่าจะดำเนินคดีเป็นเครื่องมือในการปราบปรามการแสดงความคิดเห็นทางออนไลน์ ทางการมุ่งดำเนินคดีกับบุคคลที่แสดงความคิดเห็นทางสื่อสังคมออนไลน์ในหลายหัวข้อ รวมถึงการวิจารณ์การปฏิบัติงานของรัฐบาล การรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์อื้อฉาวของรัฐบาล ข้อความที่ทางการถือว่าเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และการเตือนเกี่ยวกับการสอดแนมของรัฐบาล

ข. เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและการสมาคม

รัฐบาลจำกัดเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและการสมาคมในบางครั้ง

เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ

รัฐธรรมนูญให้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ ซึ่งต้องเป็นไปตามข้อจำกัดที่บังคับใช้เพื่อ “คุ้มครองประโยชน์ส่วนรวมของประชาชน เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น” รัฐบาลมิได้เคารพสิทธินี้อย่างสม่ำเสมอ

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ศาลอาญาสั่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติชดใช้เงินแก่ผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาล 2 คนที่ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงจากการกระทำของตำรวจในปี 2564 โดยในเหตุการณ์ดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยิงกระสุนแก๊สน้ำตาเข้าใส่ฝูงชนเพื่อสลายการชุมนุมประท้วงในกรุงเทพฯ และทำให้ “ลูกนัท” หรือนายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย ได้รับบาดเจ็บ ต่อมาศาลพิพากษาให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติชดใช้ค่าเสียหายแก่ลูกนัทเป็นจำนวนเงิน 3.05 ล้านบาท (87,300 เหรียญสหรัฐ) นอกจากนี้ นายฐนกร ผ่านพินิจ ที่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงเช่นกันในเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงย่านดินแดง ก็ได้รับการชดใช้เป็นจำนวนเงิน 4.2 ล้านบาท (120,000 เหรียญสหรัฐ)

เสรีภาพในการสมาคม

รัฐธรรมนูญให้บุคคลมีสิทธิในการสมาคมโดยมีข้อจำกัดของบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่บังคับใช้เพื่อ “คุ้มครองประโยชน์สาธารณะ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน”

กฎหมายห้ามมิให้จดทะเบียนพรรคการเมืองในชื่อเดียวกันหรือใช้สัญลักษณ์เดียวกันกับพรรคการเมืองที่ถูกยุบตามกฎหมาย (ดูหมวดที่ 3)

ค. เสรีภาพในการนับถือศาสนา

สามารถอ่าน รายงานว่าด้วยเสรีภาพในการนับถือศาสนานานาชาติ ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ที่ https:/www.state.gov/religiousfreedomreport/

ง. เสรีภาพในการเดินทางและสิทธิที่จะออกจากประเทศ

รัฐธรรมนูญให้เสรีภาพประชาชนในการเดินทางภายในประเทศ การเดินทางไปต่างประเทศ การโยกย้ายถิ่นฐานไปต่างประเทศ และการเดินทางกลับประเทศ รัฐบาลมีข้อยกเว้นบางกรณีเพื่อ “ความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อย[หรือ]สวัสดิภาพของประชาชน และการผังเมือง […] หรือเพื่อสวัสดิภาพของเยาวชน”

การเดินทางภายในประเทศรัฐบาลจำกัดเสรีภาพในการเดินทางภายในประเทศของผู้ที่ลงทะเบียนไว้ว่าเป็นบุคคลไร้สัญชาติ ตลอดจนชาวเขาและชนกลุ่มน้อยอื่น ๆ ที่ไม่มีสัญชาติไทยแต่ถือบัตรประจำตัวที่รัฐบาลออกให้ ทางการห้ามผู้ถือบัตรเหล่านี้เดินทางออกนอกเขตจังหวัดที่อาศัยอยู่โดยไม่มีใบอนุญาตเดินทางจากนายอำเภอ ผู้ฝ่าฝืนจะถูกปรับหรือต้องโทษจำคุก 45-60 วัน ส่วนผู้ที่ไม่มีบัตรไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเลย องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนรายงานว่า ตำรวจตามจุดตรวจในประเทศมักเรียกเก็บสินบนเพื่อแลกกับการอนุญาตให้บุคคลไร้สัญชาติเดินทางจากจังหวัดหนึ่งไปยังอีกจังหวัดหนึ่ง

การเดินทางไปต่างประเทศทางการกำหนดว่า บุคคลไร้สัญชาติอื่น ๆ ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ซึ่งรวมถึงชาวไทใหญ่และชนกลุ่มน้อยอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ชาวเขาจำนวนหลายพันคน ต้องขออนุญาตจากปลัดกระทรวงมหาดไทยหากต้องการเดินทางไปต่างประเทศ

จ. การคุ้มครองผู้ลี้ภัย

โดยทั่วไปแล้ว รัฐบาลร่วมมือกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) และองค์กรด้านมนุษยธรรมในการคุ้มครองและช่วยเหลือผู้ลี้ภัย ผู้แสวงหาที่พักพิง บุคคลไร้สัญชาติ และบุคคลในความห่วงใย (Person of Concern) อื่น ๆ แม้ว่าจะมีข้อจำกัดหลายประการก็ตาม

ประเทศไทยให้ที่พำนักแก่ผู้ลี้ภัยและผู้แสวงหาที่พักพิงกว่า 95,000 ราย และโดยทั่วไปแล้ว ให้ความคุ้มครองผู้ลี้ภัยเพื่อไม่ให้ถูกส่งกลับประเทศ ทางการอนุญาตให้ผู้ลี้ภัยและผู้แสวงหาที่พักพิงโยกย้ายไปตั้งถิ่นฐานในประเทศที่สามได้ ผู้สังเกตการณ์ต่างชาติไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าพบบุคคลบางคนที่เพิ่งจะพลัดถิ่นเนื่องจากการต่อสู้หรือความรุนแรงอื่น ๆ ในพม่า ด้วยเหตุนี้ UNHCR จึงไม่อาจทราบได้ว่ากลุ่มคนที่เดินทางกลับประเทศเหล่านี้เต็มใจหรือไม่

การเข้าถึงค่ายพักพิงกฎหมายไม่มีการให้สถานะผู้แสวงหาที่พักพิงหรือผู้ลี้ภัย และรัฐบาลไม่มีระบบให้ความคุ้มครองทางกฎหมายแก่ผู้ลี้ภัย

ในระหว่างปี รัฐบาลได้นำระบบคัดกรองระดับประเทศที่เป็นระบบใหม่มาใช้กับบุคคลที่แสวงหาความคุ้มครอง ระบบนี้เปิดรับเฉพาะบุคคลภายใต้เงื่อนไขบางอย่างเท่านั้นและไม่ได้มอบสิทธิใหม่ใด ๆ ภายใต้กฎหมาย ขณะที่ UNHCR ยังคงดำเนินการคัดกรองผู้แสวงหาที่พักพิง อย่างไรก็ตาม จนถึงเดือนตุลาคม สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองยังอยู่ในขั้นตอนดำเนินการในรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการนี้

UNHCR ได้รับอนุญาตให้ติดต่อกับผู้แสวงหาที่พักพิงในศูนย์กักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้ในระดับที่แตกต่างกัน จากจำนวนผู้แสวงหาที่พักพิงในศูนย์กักกันฯ หลายร้อยคนโดยประมาณ ทั้งนี้เพื่อสัมภาษณ์พิจารณาสถานภาพ และสอดส่องดูแลผู้แสวงหาที่พักพิงที่เพิ่งมาถึง ทางการอนุญาตให้ประเทศที่รับผู้แสวงหาที่พักพิงไปตั้งหลักแหล่งในประเทศของตนดำเนินขั้นตอนต่าง ๆ ที่ศูนย์กักกันฯ และองค์กรด้านมนุษยธรรมจัดบริการด้านสาธารณสุข อาหาร และความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอื่น ๆ มีรายงานว่า การเข้าถึงผู้แสวงหาที่พักพิงบางกลุ่มแตกต่างกันไปตามความพอใจของหัวหน้าศูนย์กักกันฯ แต่ละแห่ง ตลอดจนนโยบายของรัฐบาลกลางในการห้ามไม่ให้ UNHCR และองค์กรนอกภาครัฐเข้าถึงกลุ่มเปราะบางทางการเมืองบางกลุ่ม

รัฐบาลอนุญาตเป็นครั้งคราวให้ UNHCR สอดส่องการคุ้มครองผู้ลี้ภัยและผู้แสวงหาที่พักพิงชาวพม่าประมาณ 91,000 คนที่อาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัย 9 แห่งบริเวณชายแดนไทยที่ติดกับพม่า

รัฐบาลอำนวยความสะดวกให้ผู้ลี้ภัยย้ายจากค่ายลี้ภัย รวมทั้งผู้ลี้ภัยและผู้แสวงหาที่พักพิงอื่น ๆ ไปตั้งถิ่นฐานในประเทศที่สาม หรือได้รับการอุปถัมภ์จากภาคเอกชนไปตั้งถิ่นฐานในหลายประเทศ ในเดือนพฤษภาคม รัฐบาลร่วมมือกับ UNHCR เริ่มโครงการตั้งถิ่นฐานใหม่ที่เป็นโครงการใหม่ในระดับใหญ่สำหรับผู้ลี้ภัยชาวพม่าที่ขึ้นทะเบียนกับค่ายผู้ลี้ภัย 9 แห่ง

การส่งผู้ลี้ภัยกลับไปสู่อันตรายบุคคลจากพม่าที่ไม่มีเอกสารอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยได้ตามกฎหมายจะถูกกักตัว และในบางกรณีจะถูกนำตัวไปส่งที่ชายแดนพม่า บางครั้งทางการให้สิทธิพิเศษแก่ชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์ชาวพม่าบางกลุ่ม โดยผ่อนผันให้พวกเขาอยู่ในประเทศไทยได้โดยไม่ต้องได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ ในเดือนเมษายน ทางการได้เนรเทศชายชาวพม่า 3 คนกลับประเทศ โดยส่งตัวให้แก่กองกำลังพิทักษ์ชายแดนซึ่งอยู่ภายใต้บังคับการของกองทัพพม่า ชายทั้งสาม ซึ่งเชื่อว่าเป็นทหารในสังกัดของกลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหารที่ติดอาวุธ ถูกกักตัวไว้โดยกองกำลังฝ่ายความมั่นคงเมื่อวันที่ 31 มีนาคม ณ จุดตรวจบ้านห้วยหินฝน มีรายงานในลักษณะเดียวกันนี้เกี่ยวกับการส่งผู้ลี้ภัยชาวพม่ากลับประเทศ ซึ่งเกิดขึ้นบริเวณชายแดนจังหวัดเชียงราย และมีการกล่าวอ้างถึงความเชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์ประชาชนซึ่งเป็นกองกำลังติดอาวุธที่ต่อต้านรัฐบาลทหาร

การกระทำมิชอบต่อผู้ลี้ภัยและผู้แสวงหาที่พักพิงเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองใช้หลักเกณฑ์ที่ไม่แน่นอนในการอนุญาตให้มีการประกันตัวผู้ลี้ภัยและผู้แสวงหาที่พักพิงที่ถูกกักตัวไว้ องค์กรนอกภาครัฐ ผู้ลี้ภัย และผู้แสวงหาที่พักพิงรายงานว่า มีหลายครั้งที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเรียกร้องสินบนเมื่อมีการขอให้ประกันตัว ในเดือนกุมภาพันธ์และเมษายน มีรายงานว่าชาวอุยกูร์ 2 คนที่ถูกกักในสถานกักตัวคนต่างด้าวได้เสียชีวิตลง

เสรีภาพในการเดินทางผู้ลี้ภัยที่อาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยต่าง ๆ บริเวณชายแดนพม่าไม่มีเสรีภาพในการเดินทางออกนอกค่าย หากผู้ลี้ภัยถูกจับนอกเขตค่ายผู้ลี้ภัยของรัฐ ผู้ลี้ภัยอาจถูกคุกคาม ปรับ กักกันตัว ถอนทะเบียน และเนรเทศกลับประเทศ บางครั้งเจ้าหน้าที่อนุญาตให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในค่ายเดินทางออกนอกค่ายได้โดยจำกัดในกรณี เช่น ไปรับการดูแลด้านการแพทย์ เดินทางไปยังค่ายอื่น ๆ หรือไปรับการศึกษาและการอบรม

กฎหมายอนุญาตให้มีการออกใบอนุญาตพักพิงชั่วคราวแก่ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ซึ่งเป็นชาวต่างชาติบางราย รวมถึงผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจา ขณะที่กำลังมีการสืบสวนคดีการค้ามนุษย์ อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายจากกรณีดังกล่าวส่วนใหญ่ถูกจำกัดให้อยู่แต่ในสถานที่พักพิงแบบปิดที่รัฐเป็นผู้ดำเนินการ และมีเสรีภาพในการเดินทางจำกัด

การจ้างงานกฎหมายห้ามมิให้ผู้ลี้ภัยบางคนที่ได้รับการรับรองจาก UNHCR ทำงานในประเทศ

การเข้าถึงบริการพื้นฐานประชาคมนานาชาติให้การบริการขั้นพื้นฐาน รวมถึงสาธารณสุขและการศึกษา แก่ผู้ลี้ภัยที่อาศัยภายในค่ายพักพิง 9 แห่งตามแนวชายแดนพม่า โดยทั่วไปแล้ว เด็กผู้ลี้ภัยชาวพม่าที่อาศัยอยู่ในค่ายไม่สามารถเข้าถึงระบบการศึกษาของรัฐได้อย่างเต็มที่

การเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขพื้นฐานที่รัฐบาลให้เงินสนับสนุนสำหรับผู้แสวงหาที่พักพิงและผู้ลี้ภัยที่ได้รับการรับรองยังมีน้อย ไม่ว่าจะในศูนย์กักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหรือที่อื่น ๆ องค์กรนอกภาครัฐรายงานว่า เด็กผู้ลี้ภัยสามารถเข้าถึงการศึกษาแตกต่างกันไปในแต่ละโรงเรียน และบ่อยครั้งขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้บริหารของโรงเรียนนั้น ๆ

การคุ้มครองชั่วคราวโดยปกติแล้ว ทางการไม่เนรเทศบุคคลในความห่วงใยที่มีสถานะผู้แสวงหาที่พักพิงหรือผู้ลี้ภัยของ UNHCR อย่างถูกต้อง รัฐบาลยังคงคุ้มครองผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาส่วนใหญ่ที่ถูกทางการกักกันไว้ ไม่ให้ถูกเนรเทศกลับ รัฐบาลยังคงดำเนินนโยบายคัดกรองเบื้องต้นในการหาผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ในกลุ่มผู้อพยพชาวโรฮีนจาที่ถูกจับกุมขณะเดินทางผ่านประเทศไทย แต่การดำเนินการตามนโยบายนี้เป็นไปอย่างไม่สม่ำเสมอ จนถึงเดือนตุลาคม ทางการระบุว่ามีชาวโรฮีนจา 1 คนที่เป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ โดยทั่วไปทางการมักให้แม่และเด็กชาวโรฮีนจาเข้าพักในสถานที่พักพิงภายใต้การดำเนินงานของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) แทนการกักกันที่ศูนย์กักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง UNHCR สามารถเข้าถึงสถานที่พักพิงเหล่านี้ได้ โดยที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการคัดกรองอย่างเป็นทางการสำหรับผู้อพยพที่เข้าเกณฑ์ได้รับประโยชน์ในฐานะผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์

ฉ. สถานะและการปฏิบัติต่อผู้พลัดถิ่นในประเทศ

ไม่มีข้อมูล

ช. บุคคลไร้สัญชาติ

แม้ว่าบุคคลไร้สัญชาติจะมีช่องทางในการขอสัญชาติไทยและดำเนินการเพื่อลดผลกระทบจากการไม่มีสัญชาติ แต่ทางการก็มีส่วนทำให้บุคคลตกอยู่ในสถานะไร้สัญชาติ ซึ่งรวมถึงความยุ่งยากในการเข้าถึงช่องทางตามกฎหมายและหลักเกณฑ์การขอสูติบัตร

รัฐบาลยังคงดำเนินการระบุตัวบุคคลไร้สัญชาติและออกเอกสารประจำตัวให้แก่พวกเขา เพื่อให้พวกเขาสามารถเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐาน เช่น บริการด้านสาธารณสุข การจ้างงาน และเสรีภาพในการเดินทางในระดับหนึ่ง กฎหมายอนุญาตให้มีช่องทางในการขอสัญชาติไทยได้สำหรับบุคคลที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ รวมถึงบุคคลไร้สัญชาติบางส่วน จนถึงเดือนมิถุนายน รัฐบาลขึ้นทะเบียนบุคคลไร้สัญชาติจำนวน 573,898 คน ประมาณร้อยละ 81 ในจำนวนนี้อาศัยอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ใกล้เขตชายแดน

ทางการไม่ให้ชาวโรฮีนจาและชาวมุสลิมจากพม่า ตลอดจนบุคคลที่มีครอบครัวอาศัยอยู่ในแม่สอดใกล้ชายแดนพม่าเป็นเวลาหลายชั่วอายุคน เข้ากระบวนการรับรองบุคคลไร้สัญชาติ บุคคลไร้สัญชาติที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนหรือมีเอกสารประจำตัว จึงมีความเสี่ยงเป็นพิเศษต่อการถูกกระทำมิชอบในรูปแบบต่าง ๆ รวมทั้งการขู่ว่าจะเนรเทศออกนอกประเทศ

การเกิดในประเทศไทยไม่ทำให้ได้สัญชาติโดยอัตโนมัติ กฎหมายกำหนดให้สัญชาติไทยโดยกำเนิดแก่เด็กที่มีบิดาหรือมารดาอย่างน้อยหนึ่งคนถือสัญชาติไทย นอกจากนี้ บุคคลอาจขอสัญชาติได้ตามหลักเกณฑ์พิเศษซึ่งรัฐบาลกำหนดขึ้น

ตามกฎหมาย ชาวเขาผู้ไร้สัญชาติไม่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งหรือเป็นเจ้าของที่ดิน เช่นเดียวกับชาวต่างชาติ รวมทั้งถูกจำกัดการเดินทางให้อยู่แต่ในเพียงจังหวัดของตน กฎหมายอนุญาตให้บุคคลไร้สัญชาติที่ได้รับการรับรองสามารถประกอบอาชีพต่าง ๆ ได้ตามกฎหมาย ยกเว้นบางอาชีพที่สงวนไว้เฉพาะบุคคลสัญชาติไทยเท่านั้นที่จะได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (เช่น แพทย์ วิศวกร และทนายความ) บุคคลไร้สัญชาติประสบความยากลำบากในการขอกู้เงินและการเข้าถึงบริการต่าง ๆ ของรัฐ เช่น บริการด้านสาธารณสุข แม้ว่ากฎหมายจะอนุญาตให้เด็กผู้อพยพและไร้สัญชาติที่ไม่มีเอกสาร สามารถเข้าเรียนในโรงเรียนของรัฐร่วมกับเด็กที่มีสัญชาติไทยได้ แต่การเข้าถึงการศึกษาขาดความเท่าเทียม มีรายงานว่า ผู้บริหารโรงเรียนได้ระบุสถานภาพ “บุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย” ลงในประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลายของเด็กเหล่านี้ ซึ่งเป็นการจำกัดโอกาสทางเศรษฐกิจของพวกเขาเป็นอย่างมาก มหาวิทยาลัยอนุญาตให้บุคคลไร้สัญชาติสมัครเข้าเรียนได้ แต่ไม่สามารถเข้าถึงเงินกู้ทางการศึกษาของรัฐได้

องค์กรด้านมนุษยธรรมรายงานว่า ผู้ใหญ่บ้านและข้าราชการอำเภอเรียกร้องสินบนจากบุคคลไร้สัญชาติเป็นประจำเพื่อดำเนินการตามคำขอขึ้นทะเบียนเป็นบุคคลไร้สัญชาติอย่างเป็นทางการ หรือเพื่อขอสถานะผู้พำนักอาศัยถาวรหรือขอสัญชาติ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังเรียกร้องสินบนจากบุคคลไร้สัญชาติที่จุดตรวจในประเทศเพื่อแลกกับการอนุญาตให้พวกเขาเดินทางจากจังหวัดหนึ่งไปยังอีกจังหวัดหนึ่งอีกด้วย

หมวดที่ 3. เสรีภาพในการมีส่วนร่วมในกระบวนการทางการเมือง

รัฐธรรมนูญกำหนดให้พลเมืองสามารถเลือกผู้สมัครที่ตนต้องการในการเลือกตั้งส่วนท้องถิ่น และเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้งทั่วไปที่จัดขึ้นเป็นคราว ๆ อย่างเสรีและยุติธรรม โดยการลงคะแนนเป็นการลับ และมีสิทธิเลือกตั้งที่เป็นสากลและเท่าเทียม

การเลือกตั้งและการมีส่วนร่วมทางการเมือง

การใช้อำนาจในทางมิชอบและความผิดปกติในการเลือกตั้งเมื่อไม่นานมานี้มีการจัดการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นในวันที่ 14 พฤษภาคม ซึ่งได้รับการรายงานอย่างกว้างขวางว่าเป็นไปอย่างยุติธรรมและปราศจากการใช้อำนาจในทางมิชอบและความผิดปกติ เครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี (Asian Network for Free Elections) และองค์กรภาคประชาสังคมอื่น ๆ ได้รายงานกรณีการซื้อเสียง

พรรคการเมืองและการมีส่วนร่วมทางการเมืองผู้วิจารณ์ร้องเรียนว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร คู่แข่งทางการเมือง และพลเมืองทั่วไปใช้วิธีการฟ้องร้องคดีเพื่อข่มขู่และขัดขวางพรรคการเมืองฝ่ายค้านและเจ้าหน้าที่ที่มีแนวคิดเสรี พรรคการเมืองแนวคิดอนุรักษ์นิยม ซึ่งเชื่อมโยงกับรัฐบาลทหารที่กำลังจะหมดวาระ ได้ดำเนินการทางกฎหมายหลายคดีกับพรรคก้าวไกลภายใต้การนำของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคในเวลานั้น ในเดือนกันยายน นายพิธาถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการชั่วคราว (และเขาได้ลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค) หลังจากถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนกฎหมายที่ห้ามมิให้ผู้สมัครชิงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเจ้าของหรือถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชน จากการที่ครอบครองหุ้นบริษัทสื่อที่เลิกกิจการไปแล้ว

เมื่อวันที่ 20 กันยายน ศาลฎีกามีคำพิพากษาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไปของนางสาวพรรณิการ์ วานิช สมาชิกพรรคอนาคตใหม่ที่ถูกยุบพรรคไปแล้ว ทั้งนี้เนื่องจากนางสาวพรรณิการ์ได้เคยโพสต์ข้อความ ซึ่งเป็นการดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ ลงในสื่อสังคมออนไลน์ในปี 2553 เมื่อวันที่ 13 กันยายน ศาลรัฐธรรมนูญมีมติไม่รับคำร้องของอดีตผู้ช่วยข้าราชการระดับสูงที่ได้ยื่นคำร้องให้มีการยุบพรรคก้าวไกล โดยอ้างว่าทางพรรคสนับสนุนการแบ่งแยกดินแดนของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนคดีความทางกฎหมายอื่น ๆ ที่มีต่อพรรคก้าวไกลยังอยู่ในขั้นตอนต่าง ๆ ของการพิจารณาคดีตามกฎหมาย

องค์กรนอกภาครัฐระบุว่า ก่อนการเลือกตั้งในเดือนพฤษภาคม สมาชิกพรรคฝ่ายค้านหลายคนถูกทำให้เสื่อมเสียความน่าเชื่อถือผ่านการรณรงค์โดยการให้ข้อมูลเท็จที่สนับสนุนโดยรัฐ ในขณะที่นักกิจกรรมที่ส่งเสริมประชาธิปไตยต้องเผชิญกับการถูกจับกุม การติดตามสอดส่อง และการคุกคามที่อยู่เหนือกฎหมายอันเนื่องมาจากการตอบโต้เนื้อหาทางออนไลน์ของพวกเขา นอกจากนี้ องค์กรนอกภาครัฐยังกล่าวหาว่า ทางการได้ปิดกั้นเว็บไซต์ต่าง ๆ และลบเนื้อหาบางอย่างออกไปโดยอ้างว่าเนื้อหานั้นละเมิดข้อกำหนดของพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ที่มีความเข้มงวดมาก ไม่มีการติดตามผลกรณีนี้ภายหลังการเลือกตั้งในเดือนพฤษภาคม

การมีส่วนร่วมของสตรีและชนกลุ่มน้อยหรือกลุ่มเปราะบางไม่มีกฎหมายที่ห้ามมิให้ผู้หญิงและชนกลุ่มน้อยหรือกลุ่มเปราะบางมีส่วนร่วมทางการเมือง อย่างไรก็ดี ผู้หญิงมีส่วนร่วมได้อย่างจำกัดเนื่องจากเงื่อนไขทางวัฒนธรรมที่จำกัดกิจกรรมของผู้หญิงในสถานที่สาธารณะในบางพื้นที่ของประเทศ มีขั้นตอนปฏิบัติที่ช่วยให้ผู้พิการและผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงการเลือกตั้งได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนนี้ยังไม่ได้รับการเผยแพร่อย่างกว้างขวาง และทำให้ผู้พิการบางส่วนไม่สามารถไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งได้ในการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่มีผู้หญิงที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แม้จะมีผู้สมัครรับเลือกตั้งที่เป็นผู้หญิงจำนวน 8 คนก็ตาม ผู้สมัคร สส.หญิงตั้งข้อสังเกตว่า ผู้หญิงในแวดวงการเมืองไม่ได้รับการยอมรับในเขตเลือกตั้งส่วนใหญ่ของชาวมุสลิม รวมถึงการถูกห้ามปรามจากสมาชิกคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเธอจะได้รับที่นั่งในสภา หรือก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำทางการเมืองในระดับท้องถิ่น

หมวดที่ 4. การทุจริตในรัฐบาล

กฎหมายกำหนดโทษทางอาญาสำหรับการทุจริตในวงราชการ ทว่าโดยทั่วไปแล้ว รัฐบาลไม่ได้บังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิผล ในช่วงปีที่ผ่านมา มีรายงานเกี่ยวกับการทุจริตในคณะรัฐบาลหลายกรณี

การทุจริตในเดือนกันยายน กำนันนก กำนันตำบลตาก้อง จังหวัดนครปฐม ถูกจับกุมหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกยิงเสียชีวิตในระหว่างงานเลี้ยงอาหารเย็นที่บ้านของเขา เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เข้าตรวจค้นและสอบสวนคดีการสังหารดังกล่าวและตั้งข้อหาว่า กำนันนกและเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการกระทำอันเป็นการทุจริตหลายกรณี ซึ่งรวมถึงการฮั้วประมูลโครงการรัฐ การฟอกเงิน และการบีบบังคับให้คนขับรถบรรทุกจ่ายสินบน

ในปีที่ผ่านมา มีข้าราชการระดับอาวุโสได้เข้ามาร่วมสอบสวนคดีการทุจริต ซึ่งทำให้มีการเปิดเผยถึงการกระทำอันเป็นการทุจริตเพิ่มเติมทั้งในระดับประเทศและระดับท้องถิ่น เมื่อวันที่ 5 กันยายน มีการออกหมายจับนายอิทธิพล คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในข้อหาออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคารโดยมิชอบให้แก่บริษัทบาลี ฮาย จำกัด เพื่อก่อสร้างอาคารโครงการวอเตอร์ฟรอนท์และคอมเพล็กซ์ ที่พักในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เมื่อปี 2551 คดีนี้กำลังจะหมดอายุในอีก 3 วันหลังจากมีการออกหมายจับ โดยเป็นไปตามกฎหมายที่กำหนดอายุความไว้ 15 ปี อย่างไรก็ตาม นายอิทธิพลไม่ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา ในทำนองเดียวกัน ในปี 2565 ทางการได้ตั้งข้อกล่าวหานายอุปกิต ปาจรียางกูร สมาชิกวุฒิสภา ในข้อหาฟอกเงินและมีส่วนร่วมในอาชญากรรมข้ามชาติ แต่หมายจับของเขาถูกเพิกถอนในวันเดียวกันกับที่ได้รับอนุมัติ ในเดือนกันยายน คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมได้ตั้งกรรมการสอบวินัยผู้พิพากษาศาลอาญาเกี่ยวกับการแทรกแซงการจับกุม สว. อุปกิต โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ

การทุจริตและการรับสินบนเล็ก ๆ น้อย ๆ มีอยู่เป็นวงกว้างในวงการตำรวจ ในเดือนมิถุนายน ตำรวจทางหลวงกว่า 40 นาย ถูกสั่งย้ายเนื่องจากถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีอื้อฉาวในการเรียกรับสินบนรถบรรทุกที่มีน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยคนขับรถบรรทุกเหล่านี้ต้องซื้อสติกเกอร์พิเศษมาติดไว้หน้ารถเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงทราบว่ารถคันนี้ได้จ่ายสินบนแล้ว คนขับรถเหล่านี้สามารถขับรถบรรทุกน้ำหนักเกินตามทางหลวงโดยไม่ต้องถูกสั่งให้หยุดและชั่งน้ำหนักรถแต่อย่างใด จึงช่วยให้พวกเขาเดินทางได้เร็วขึ้น ในบรรดาตำรวจที่ถูกสั่งย้าย มี 12 นายที่ต้องถูกดำเนินคดีอาญาในความผิดฐานเรียกรับสินบน รายงานยังระบุว่า การเรียกรับสินบนในลักษณะนี้เกิดขึ้นมาอย่างน้อย 20 ปีแล้ว

สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทุจริตในประเทศไทยได้จาก Investment Climate Statement (รายงานสภาวะการลงทุน) ในส่วนประเทศไทย ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และ International Narcotics Control Strategy Report (รายงานกลยุทธ์การควบคุมยาเสพติดระหว่างประเทศ) ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งมีข้อมูลเกี่ยวกับอาชญากรรมทางการเงิน

หมวดที่ 5. ท่าทีของรัฐบาลต่อการสืบสวนโดยองค์การระหว่างประเทศและองค์กรนอกภาครัฐในประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

โดยทั่วไปแล้ว องค์กรสิทธิมนุษยชนทั้งในประเทศและระหว่างประเทศหลายประเภท ดำเนินกิจกรรมในไทยโดยไม่มีข้อจำกัดจากรัฐบาล เพื่อติดตามหรือตรวจสอบสภาวะหรือกรณีด้านสิทธิมนุษยชน และพิมพ์เผยแพร่สิ่งที่พบ ข้าราชการให้ความร่วมมือและตอบสนองต่อมุมมองต่าง ๆ ของกลุ่มเหล่านี้ในระดับหนึ่ง องค์กรนอกภาครัฐที่ดำเนินการเกี่ยวกับประเด็นทางการเมืองที่อ่อนไหว เช่น การปฏิรูปการเมืองหรือการคัดค้านโครงการพัฒนาที่รัฐบาลเป็นผู้สนับสนุน เผชิญกับการคุกคามเป็นระยะ ๆ และการที่หน่วยงานรัฐปฏิเสธไม่ออกวีซ่าให้แก่เจ้าหน้าที่องค์กรระหว่างประเทศเหล่านี้

การตอบโต้ผู้พิทักษ์สิทธิมนุษยชนผลการสอบสวนเมื่อปี 2565 เปิดเผยว่า นักปกป้องสิทธิมนุษยชนและนักกิจกรรมส่งเสริมประชาธิปไตยหลายคนตกเป็นเป้าของการใช้สปายแวร์เชิงพาณิชย์ “เพกาซัส” (Pegasus) นักปกป้องสิทธิมนุษยชนมากกว่า 40 คนรายงานว่า ได้รับการแจ้งเตือนจากเฟซบุ๊กในช่วงต้นปี 2565 ให้เปลี่ยนรหัสผ่าน เนื่องจากมีกิจกรรมที่น่าสงสัยในเวลาไม่นานก่อนหน้านั้น โดยมีที่มาจากบัญชีที่สนับสนุนโดยรัฐและพุ่งเป้ามาที่บัญชีผู้ใช้ของพวกเขา ข้อมูลขององค์กรนอกภาครัฐระบุว่า นักปกป้องสิทธิมนุษยชนหลายคนรายงานว่า การคุกคามทางดิจิทัลส่งผลโดยตรงต่อการดำเนินการของกลุ่ม เนื่องจากทำให้สาธารณชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการทำงานของกลุ่ม

เจ้าหน้าที่สิทธิมนุษยชนที่ทำงานเรื่องความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้เสี่ยงเป็นพิเศษต่อการถูกคุกคามและข่มขู่จากเจ้าหน้าที่รัฐ โครงการ MOVE ระบุว่า นักปกป้องสิทธิมนุษยชนในจังหวัดเหล่านี้ถูกทางการสอดส่องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีสมมติฐานว่าพวกเขาเกี่ยวพันกับผู้ก่อความไม่สงบชาวมุสลิมเชื้อสายมาเลย์ องค์กรนอกภาครัฐ 2 แห่งระบุว่า เมื่อวันที่ 11 มีนาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดนราธิวาสได้ออกหมายเรียกนักกิจกรรมคนหนึ่งจาก The Patani องค์กรนอกภาครัฐในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังจากที่เขาเดินทางไปกับครอบครัวผู้สูญเสีย ซึ่งปฏิเสธไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจขุดร่างของสมาชิกในครอบครัวขึ้นมาพิสูจน์ดีเอ็นเอยืนยันตัวตนว่า บุคคลดังกล่าวเป็นสมาชิกกลุ่มแบ่งแยกดินแดนหรือไม่ นักกิจกรรมคนดังกล่าวถูกเรียกตัวมาซักถามและตั้งข้อหายุยงปลุกปั่น

นักกิจกรรมภาคประชาสังคมกล่าวหาว่า ฝ่ายความมั่นคงติดตามสอดส่องกิจกรรมของพวกเขา และในบางกรณีบานปลายไปถึงขั้นข่มขู่ พวกเขาระบุว่า ฝ่ายความมั่นคงมุ่งเน้นไปที่นักกิจกรรมที่สนับสนุนหรือถูกมองว่าสนับสนุนองค์กรต่าง ๆ ที่ออกมาเรียกร้องการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์และเรียกร้องให้ยกเลิกหรือปฏิรูปกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โครงการ MOVE ระบุว่า นักปกป้องสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้หญิงหรือบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQI+) เช่น เลสเบี้ยน เกย์ ไบเซ็กชวล บุคคลข้ามเพศ เควียร์ หรือผู้ที่มีภาวะเพศกำกวม ล้วนตกเป็นเป้าของการใช้ความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศที่มีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย เช่น การทำลายบุคลิกภาพ การตัดต่อภาพ การวิจารณ์รูปลักษณ์ของพวกเขา การเฝ้าติดตามทางอินเทอร์เน็ต และการคุกคามทางดิจิทัล

องค์กรสิทธิมนุษยชนภาครัฐคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เป็นคณะกรรมการอิสระที่มีภารกิจในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและจัดทำรายงานประจำปี กลุ่มสิทธิมนุษยชนยังคงกดดันเพื่อให้ กสม. มีอิสระมากขึ้น และมีสิทธิยื่นฟ้องร้องผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชน ในนามของคณะกรรมการเองหรือในนามของผู้ร้องเรียน สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นหน่วยงานอิสระและมีอำนาจพิจารณาและสอบสวนคำร้องเรียนจากประชาชน หลังจากดำเนินการสอบสวน สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินอาจส่งเรื่องต่อไปยังศาลเพื่อพิจารณาต่อไป หรือให้คำแนะนำแก่หน่วยงานที่เหมาะสมเพื่อดำเนินการต่อไป สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบเรื่องร้องเรียนทั้งหมด แต่ไม่มีอำนาจบังคับให้หน่วยงานต่าง ๆ ดำเนินการตามคำแนะนำ

หมวดที่ 6. การเลือกปฏิบัติและการกระทำมิชอบในสังคม

สตรี

การข่มขืนและความรุนแรงในครอบครัวการข่มขืนกระทำชำเราสตรีและบุรุษเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แต่รัฐบาลไม่ได้บังคับใช้กฎหมายดังกล่าวอย่างมีประสิทธิผลเสมอไป กฎหมายให้คำจำกัดความการข่มขืนกระทำชำเราไว้อย่างแคบ ๆ ว่าเป็นการใช้อวัยวะเพศชายล่วงล้ำผู้อื่นทางกาย ส่งผลให้ผู้ที่ถูกล่วงละเมิดในรูปแบบอื่นไม่ได้รับการเยียวยาตามกฎหมาย ทั้งนี้กฎหมายให้อำนาจเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับผู้ที่ข่มขืนคู่สมรสของตน และมีการดำเนินคดีประเภทนี้ กฎหมายกำหนดบทลงโทษหลายระดับต่อการข่มขืนหรือใช้กำลังทำร้ายทางเพศ ตั้งแต่โทษจำคุก 4 ปีจนถึงประหารชีวิต รวมถึงโทษปรับ

องค์กรนอกภาครัฐกล่าวว่า การข่มขืนเป็นปัญหาร้ายแรง และผู้เสียหายเข้าแจ้งความคดีข่มขืนกระทำชำเราและการประทุษร้ายในครอบครัวน้อยกว่าความเป็นจริง ส่วนหนึ่งเนื่องจากการขาดความเข้าใจของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการตามกฎหมายเกี่ยวกับความรุนแรงต่อสตรีอย่างมีประสิทธิผล ผู้เสียหายมักมองว่า ตำรวจไม่สามารถนำผู้กระทำผิดมาลงโทษได้

องค์กรนอกภาครัฐที่ดำเนินงานด้านผู้อพยพระบุว่า ผู้เสียหายจากความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศที่เป็นผู้อพยพและไม่มีเอกสารประจำตัวมักจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และผู้เสียหายมักไม่แจ้งตำรวจเกี่ยวกับการก่ออาชญากรรมดังกล่าวเนื่องจากกลัวว่าจะถูกส่งกลับประเทศหรือถูกกระทำการตอบโต้ในลักษณะอื่น องค์กรดังกล่าวได้หยิบยกกรณีที่เด็กหญิงอายุ 5 ปีจากพม่าถูกผู้อพยพด้วยกันข่มขืนในอำเภอแม่สอดเมื่อเดือนกรกฎาคม ทั้งเด็กหญิง ครอบครัวของเธอ และผู้กระทำความผิดต่างอยู่อาศัยในไทยอย่างผิดกฎหมาย ดังนั้นครอบครัวจึงไม่มีช่องทางที่จะเรียกร้องความยุติธรรม และผู้กระทำผิดก็ยังใช้ชีวิตอยู่ในชุมชนต่อไป นอกจากนี้ องค์กรนอกภาครัฐยังตั้งข้อสังเกตถึงคดีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเมือง ซึ่งตำรวจใช้อำนาจหน้าที่ของตนหาประโยชน์จากผู้อพยพหญิงที่ไม่มีเอกสารประจำตัว

องค์กรนอกภาครัฐหลายแห่งรายงานว่า การใช้ความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศต่อผู้พิการมีอัตราสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้พิการที่เป็นผู้หญิง องค์กรนอกภาครัฐระบุว่า ผู้หญิงที่พิการมักตกเป็นผู้เสียหายจากความรุนแรงในครอบครัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า พวกเธอมักไม่สามารถหลบหนีไปจากผู้ที่ข่มเหงและต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดกลัวเพราะเกรงว่าหากเธอเล่าให้ใครฟัง เธออาจไม่มีอาหารประทังชีวิตและไม่ได้รับความช่วยเหลือที่จำเป็น

ในเดือนสิงหาคม นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถูกพิพากษาลงโทษจำคุกเป็นเวลา 2 ปี 8 เดือนในความผิดฐานกระทำอนาจาร เขาได้ลาออกจากตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคในเดือนเมษายน 2565 หลังจากถูกผู้หญิงคนหนึ่งกล่าวหาว่า ล่วงละเมิดทางเพศ หลังรายงานเกี่ยวกับการล่วงละเมิดดังกล่าวได้เปิดเผยต่อสาธารณชน มีหญิงอีกหลายคนออกมาร้องเรียนนายปริญญ์ โดยในปี 2565 มีการยื่นร้องเรียนนายปริญญ์กรณีกระทำอนาจารทางเพศรวมทั้งสิ้น 16 คดี

การใช้ความรุนแรงในครอบครัวต่อสตรีเป็นปัญหาสำคัญ กระทรวงสาธารณสุขบริหารจัดการศูนย์ช่วยเหลือเด็กและสตรีที่ถูกกระทำรุนแรง (One Stop Crisis Center: OSCC) ซึ่งให้ข้อมูลและบริการแก่ผู้เสียหายทั่วประเทศที่ถูกกระทำการรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ ข้อมูลจากองค์กรนอกภาครัฐระบุว่า ศูนย์ฯ บางแห่งไม่ได้เปิดดำเนินงานจริง และพนักงานประจำบริการสายด่วนกรณีฉุกเฉินมักไม่ได้รับการฝึกอบรมอย่างเหมาะสมเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้เสียหายจากกรณีความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ

กฎหมายกำหนดมาตรการอำนวยความสะดวกในการแจ้งความเหตุรุนแรงในครอบครัวและการรอมชอมระหว่างผู้เสียหายและผู้กระทำผิด องค์กรนอกภาครัฐแสดงข้อกังวลเกี่ยวกับกฎหมายว่า การเน้นการส่งเสริมครอบครัวมั่นคงจะสร้างแรงกดดันต่อผู้เสียหายให้ยอมรอมชอมโดยไม่มีการแก้ปัญหาสวัสดิภาพและเป็นเหตุให้อัตราการพิพากษาลงโทษต่ำ องค์กรนอกภาครัฐอีกแห่งหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่า ผู้เสียหายจากกรณีความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศต้องใช้เวลารอนานหลังจากแจ้งตำรวจและตลอดกระบวนการทางกฎหมาย

ทางการดำเนินคดีความรุนแรงในครอบครัวบางคดีตามบทบัญญัติว่าด้วยการทำร้ายร่างกายหรือการใช้ความรุนแรงต่อผู้อื่น ซึ่งผู้กระทำผิดอาจได้รับโทษที่หนักขึ้น รัฐบาลบริหารจัดการสถานพักพิงสำหรับผู้เสียหายจากความรุนแรงในครอบครัวจังหวัดละ 1 แห่ง อย่างไรก็ตาม องค์กรนอกภาครัฐระบุว่า สตรีจะสามารถเข้าถึงสถานพักพิงของรัฐได้ก็ต่อเมื่อได้รับการระบุว่าเป็นผู้เสียหายหรืออยู่ในขั้นตอนการระบุผู้เสียหายตามกฎหมาย ซึ่งหมายความว่า สตรีที่ตัดสินใจจะไม่ดำเนินคดีเนื่องจากเผชิญแรงกดดันทางสังคมหรือรู้สึกอับอาย จะไม่สามารถใช้บริการของสถานพักพิงเหล่านี้ได้ นอกจากนี้ องค์กรนอกภาครัฐยังตั้งข้อสังเกตว่า ผู้หญิงในกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ และผู้หญิงที่พิการต้องเผชิญอุปสรรคมากขึ้นในการเข้าถึงสถานพักพิงของรัฐ องค์กรนอกภาครัฐยังรายงานว่า ผู้ที่มีอาชีพขายบริการทางเพศมักตกเป็นเป้าของเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่รัฐที่กล่าวหาว่า พวกเขาใช้ยาเสพติดและจับกุมพวกเขา แทนที่จะรับแจ้งความกรณีที่พวกเขาได้รับความเสียหายจากความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ

การขริบอวัยวะเพศสตรีไม่มีกฎหมายเฉพาะเจาะจงที่ห้ามมิให้ขริบอวัยวะเพศสตรี องค์กรนอกภาครัฐและสื่อต่างประเทศรายงานว่า มีการขริบอวัยวะเพศสตรีประเภทที่ 4 ในภาคใต้ที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม แม้ว่าจะไม่มีข้อมูลทางสถิติเผยแพร่ ไม่มีรายงานว่า รัฐบาลพยายามป้องกันหรือแก้ไขการปฏิบัติดังกล่าว

การใช้ความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศหรือการคุกคามในรูปแบบอื่นการคุกคามทางเพศเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายแต่ยังเกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง องค์กรนอกภาครัฐอ้างว่า คำจำกัดความตามกฎหมายของคำว่าการคุกคามทางเพศมีความคลุมเครือ และการดำเนินคดีประเภทนี้เป็นเรื่องลำบาก ซึ่งทำให้การบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวไม่มีประสิทธิผล

องค์กรนอกภาครัฐยกตัวอย่างในหลายกรณีเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการใช้ความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศต่อผู้หญิง เด็กหญิง และผู้มีความหลากหลายทางเพศ รวมทั้งต่อนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ซึ่งส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพจิตของบุคคลเหล่านี้ ทางกลุ่มตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อผู้เสียหายแจ้งความการถูกคุกคามและล่วงละเมิดทางออนไลน์ต่อทางการ พวกเขามักได้รับคำตอบว่ากรณีนี้ไม่ใช่การข่มขืน ดังนั้น จึงไม่ได้รับการให้ความสนใจอย่างจริงจัง หรือบางครั้งตำรวจที่รับแจ้งความกลับใช้คำพูดที่ทำร้ายจิตใจผู้ตกเป็นผู้เสียหาย ผู้ได้รับความเสียหายรายงานว่า ความรับผิดชอบในการหาหลักฐานกลับกลายเป็นภาระหน้าที่ของผู้เสียหาย มีกรณีหนึ่งที่ผู้กระทำความผิดข่มขู่ว่าจะฟ้องร้องคดีต่อผู้เสียหายและครอบครัว เพื่อกดดันไม่ให้มีการสอบสวนในเรื่องนี้ต่อ

การเลือกปฏิบัติรัฐธรรมนูญระบุว่า “ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล ไม่ว่าด้วยเหตุในเรื่องเพศ…จะกระทำมิได้” องค์กรนอกภาครัฐรายงานว่า การเลือกปฏิบัติมักเกิดขึ้นกับผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่

ในจำนวนกำลังพลทั่วประเทศ มีทหารหญิงประมาณร้อยละ 12 นโยบายของกระทรวงกลาโหมจำกัดจำนวนบุคลากรหญิงในหน่วยงาน โดยส่วนใหญ่อยู่ที่ไม่เกินร้อยละ 25 ยกเว้นหน่วยงานด้านการแพทย์หรือการพยาบาลเฉพาะทาง งบประมาณ และการเงิน ซึ่งอนุญาตให้มีเจ้าหน้าที่หญิงได้ร้อยละ 35 ของจำนวนเจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน สถาบันการศึกษาของทหาร (ยกเว้นวิทยาลัยพยาบาล) ไม่รับผู้หญิงเข้าศึกษา ผู้หญิงไม่มีสิทธิสมัครเข้าศึกษาในโรงเรียนนายร้อยตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังคงระบุข้อกำหนดในประกาศจ้างงานสำหรับตำแหน่งพนักงานสอบสวนและตำแหน่งอื่น ๆ ว่า ต้องเป็น “เพศชาย”

กฎหมายห้ามมิให้ผู้หญิงทำงานใต้ดิน ในเหมือง หรือก่อสร้างใต้น้ำ ทำงานบนนั่งร้านที่สูงกว่า 33 ฟุต และผลิตหรือขนส่งวัตถุระเบิดหรือไวไฟ

ชายชาวต่างชาติที่สมรสกับหญิงไทยจะไม่ได้รับสัญชาติไทย ซึ่งแตกต่างจากหญิงชาวต่างชาติที่สมรสกับชายไทยจะสามารถขอสัญชาติไทยได้

สิทธิอนามัยเจริญพันธุ์: ไม่มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่รัฐบังคับให้บุคคลทำแท้งหรือทำหมัน

รัฐบาลจัดให้มีบริการสุขภาพทางเพศและอนามัยเจริญพันธุ์แก่ผู้เสียหายจากความรุนแรงทางเพศ ซึ่งรวมถึงการคุมกำเนิดฉุกเฉินและยาป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีหลังสัมผัสเชื้อ ไม่มีกฎหมายห้ามการเข้าถึงบริการสุขภาพทางเพศและอนามัยเจริญพันธุ์ ตลอดจนวิธีการคุมกำเนิดต่าง ๆ อย่างไรก็ดี บุคคลที่ไม่ใช่พลเมืองหรือบุคคลไร้สัญชาติไม่มีสิทธิได้รับบริการที่รัฐบาลให้เงินสนับสนุน

ความรุนแรงและการเลือกปฏิบัติเชิงระบบด้วยเหตุแห่งเชื้อชาติหรือชาติพันธุ์

รัฐธรรมนูญกำหนดให้บุคคลทั้งหลายย่อมเสมอกันในกฎหมาย รวมทั้งมีสิทธิได้รับความคุ้มครองโดยเท่าเทียมกัน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมิได้บังคับใช้บทบัญญัติเหล่านี้อย่างมีประสิทธิผล ในช่วงปีที่ผ่านมา มีรายงานการใช้ความรุนแรงและการเลือกปฏิบัติต่อสมาชิกชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์

ชาวพื้นเมือง

แม้ว่ารัฐธรรมนูญมีบทบัญญัติซึ่งมุ่งคุ้มครองวัฒนธรรมและวิถีชีวิตดั้งเดิมของชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์ แต่ชาวเขาที่ไม่มีสัญชาติไทย (ประมาณร้อยละ 50) ยังคงถูกจำกัดการเดินทาง ไม่สามารถมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ประสบความยากลำบากในการกู้ยืมเงินจากธนาคาร และเผชิญกับการเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน ชาวพื้นเมืองที่ไม่ได้สัญชาติไทยยังต้องเผชิญข้อจำกัดต่าง ๆ เช่น ข้อกำหนดให้ลงทะเบียนเพื่อขออนุญาตจากกระทรวงมหาดไทยเพื่อออกนอก “พื้นที่ควบคุม” ที่กำหนดไว้ทุกครั้งที่พวกเขาต้องการเดินทาง แม้ว่ากฎหมายแรงงานจะให้สิทธิแก่ชาวพื้นเมืองเหล่านี้ให้ได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมในฐานะลูกจ้าง แต่นายจ้างยังคงละเมิดสิทธิเหล่านั้นบ่อยครั้งโดยจ่ายค่าแรงให้พวกเขาน้อยกว่าเพื่อนร่วมงานที่มีสัญชาติไทยและน้อยกว่าอัตราค่าแรงขั้นต่ำ กฎหมายยังกีดกันบุคคลเหล่านี้จากสวัสดิการของรัฐ

กฎหมายให้สิทธิการขอสัญชาติแก่ชาวเขาบางกลุ่ม ได้แก่ กะเหรี่ยง ม้ง เมียน อาข่า ลาหู่ ลีซู ลัวะ ขมุ และมลาบรี รัฐบาลสนับสนุนความพยายามในการขึ้นทะเบียนขอสัญชาติไทยและให้ความรู้แก่ชาวเขาที่มีสิทธิขอสัญชาติเกี่ยวกับสิทธิของตน กลุ่มชาวพื้นเมืองระบุว่า รัฐบาลดำเนินนโยบายต่าง ๆ ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อขับไล่และจำกัดชุมชนชาวพื้นเมืองโดยไม่มีการแจ้งเตือนอย่างเหมาะสม ชุมชนชาวพื้นเมืองขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาเรื่องสัญชาติ เนื่องจากชาวพื้นเมืองเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนได้ยากและต้องเดินทางเป็นระยะทางไกลเพื่อมารับเอกสารระบุตัวตน อุปสรรคดังกล่าวนี้ยิ่งขัดขวางไม่ให้พวกเขาสามารถเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข ชุมชนชาวพื้นเมืองยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับข้อจำกัดในที่ดินบรรพบุรุษที่พวกเขาปฏิบัติพิธีกรรมต่าง ๆ รัฐบาลอนุญาตให้ใช้ภาษาพื้นเมืองในโรงเรียน และให้โอกาสเด็กชาวพื้นเมืองเข้าเรียนในโรงเรียนรัฐบาลโดยไม่คำนึงถึงสัญชาติ แต่นโยบายดังกล่าวกลับไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างทั่วถึง เนื่องจากผู้บริหารโรงเรียนยังขาดความเข้าใจทางกฎหมาย อีกทั้งโรงเรียนรัฐบาลมักตั้งอยู่ห่างไกลจากชุมชนชาวพื้นเมืองมาก

เด็ก

การจดทะเบียนเกิดกฎหมายกำหนดว่า เด็กทุกคนที่เกิดในประเทศไทยจะได้รับสูติบัตรจากทางการ ไม่ว่าบิดามารดาจะมีสถานภาพทางกฎหมายอย่างไร อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ห่างไกล บิดามารดาบางคนไม่ขอสูติบัตรให้แก่บุตรของตนเพราะขั้นตอนยุ่งยากและไม่ตระหนักถึงความสำคัญของเอกสารนี้ องค์กรนอกภาครัฐรายงานว่า บางครั้งชาวเขาและบุคคลไร้สัญชาติอื่น ๆ ไม่ได้แจ้งเกิดกับเจ้าหน้าที่รัฐ เนื่องจากข้าราชการท้องถิ่นมีข้อมูลไม่ถูกต้องหรือไม่ซื่อสัตย์ อุปสรรคด้านภาษา และการถูกจำกัดการเดินทาง ทำให้การขอสูติบัตรเป็นเรื่องลำบาก

การกระทำทารุณเด็กกฎหมายมีบทบัญญัติคุ้มครองเด็กจากการถูกกระทำทารุณ และกฎหมายว่าด้วยการข่มขืนกระทำชำเราและการทอดทิ้ง กำหนดบทลงโทษที่รุนแรงขึ้นในกรณีที่ผู้เสียหายเป็นเด็ก นอกจากนี้ ยังมีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองพยาน ผู้เสียหาย และผู้กระทำผิดที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีในคดีการกระทำมิชอบและคดีละเมิดทางเพศต่อเด็กด้วย กลุ่มผู้สนับสนุนด้านสิทธิรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมักจะเพิกเฉยหรือหลีกเลี่ยงการสืบสวนสอบสวนคดีการกระทำมิชอบต่อเด็ก

การแต่งงานในวัยเด็ก การแต่งงานก่อนวัยอันควร และการบังคับแต่งงานกฎหมายกำหนดให้ทั้งหญิงและชายที่จะแต่งงานต้องมีอายุอย่างน้อย 17 ปี โดยผู้มีอายุน้อยกว่า 20 ปีต้องได้รับการยินยอมจากผู้ปกครอง ศาลอาจอนุญาตให้ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 17 ปีแต่งงานได้ รัฐบาลสามารถบังคับใช้กฎหมายนี้ได้อย่างมีประสิทธิผล

ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม กฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวและมรดกอนุญาตให้เด็กหญิงแต่งงานได้หลังจากมีประจำเดือนครั้งแรกหากได้รับการยินยอมจากบิดามารดา แม้ว่ากฎหมายได้กำหนดอายุขั้นต่ำในการสมรสไว้ที่ 17 ปี แต่ชาวมุสลิมที่อายุน้อยกว่า 17 ปีสามารถแต่งงานได้หากมีหนังสืออนุญาตจากศาลหรือหนังสือแสดงความยินยอมจากผู้ปกครอง ซึ่งจะต้องได้รับการพิจารณาจากคณะอนุกรรมการพิเศษ 3 คนที่มีความรู้ความเข้าใจในกฎหมายอิสลาม โดยต้องเป็นสตรีอย่างน้อย 1 คน

การแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กบุคคลอายุ 15 ปีขึ้นไปสามารถร่วมประเวณีได้โดยยินยอมพร้อมใจ กฎหมายกำหนดบทลงโทษต่อผู้ที่จัดหา ล่อลวง บังคับ หรือข่มขู่เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีให้ค้าประเวณี และกำหนดบทลงโทษที่รุนแรงขึ้นต่อผู้ที่จ่ายเงินเพื่อมีเพศสัมพันธ์กับเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ทางการยังอาจลงโทษบิดามารดาที่ยอมให้บุตรถูกแสวงหาประโยชน์ทางเพศตลอดจนเพิกถอนสิทธิในฐานะบิดามารดาได้ กฎหมายห้ามมิให้ผลิต เผยแพร่ นำเข้า หรือส่งออกสื่อลามกอนาจารเด็ก รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายต่าง ๆ เกี่ยวกับการค้าประเวณีเด็กและสื่อลามกอนาจารเด็กอย่างไม่เสมอต้นเสมอปลาย การค้ามนุษย์ในเด็กเพื่อการแสวงประโยชน์ทางเพศยังคงเป็นปัญหา ประเทศไทยยังคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก อีกทั้งยังมีกรณีการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กทางออนไลน์เพิ่มขึ้น เด็กที่มาจากครอบครัวผู้อพยพหรือชนกลุ่มน้อย เด็กที่มีความหลากหลายทางเพศ เด็กพิการ และเด็กจากครอบครัวที่ยากจนยังคงเสี่ยงมากเป็นพิเศษ และมีกรณีที่ตำรวจจับกุมบิดามารดาที่บังคับให้บุตรของตนค้าประเวณี ทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติยังคงก่ออาชญากรรมล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก ซึ่งรวมถึงการค้ามนุษย์ทางเพศในเด็ก ตลอดจนการผลิตและการเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็ก

การต่อต้านยิว

ชาวยิวในไทยมีประมาณ 200-1,000 คน และไม่มีรายงานเกี่ยวกับการต่อต้านชาวยิว

การค้ามนุษย์

สามารถอ่าน รายงานการค้ามนุษย์ ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประกอบได้ที่ https://www.state.gov/trafficking-in-persons-report/

การกระทำรุนแรง การกำหนดว่าเป็นความผิดทางอาญา และการถูกกระทำมิชอบอื่น ๆ เนื่องจากเพศวิถี อัตลักษณ์หรือการแสดงออกทางเพศ หรือลักษณะทางเพศ

การกำหนดว่าเป็นความผิดทางอาญาไม่มีกฎหมายใดระบุว่า การแสดงออกซึ่งเพศวิถีหรือการมีเพศสัมพันธ์โดยสมัครใจระหว่างบุคคลเพศเดียวกันที่บรรลุนิติภาวะแล้วเป็นความผิดทางอาญา

ความรุนแรงและการคุกคามกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQI+) รายงานว่า ตำรวจคุกคามบุคคลที่ไม่ระบุเพศสภาพของตนเป็นชายหรือหญิง (นอน-ไบนารี) หรือผู้ที่มีรูปลักษณ์ไม่ตรงกับเพศที่ระบุในบัตรประชาชน เมื่อบุคคลดังกล่าวถูกจับ และต้องให้การในชั้นศาล พวกเขาต้องแต่งกายตามเพศกำเนิดของตน

หากผู้มีความหลากหลายทางเพศตกเป็นผู้เสียหายจากอาชญากรรมทางเพศ ตำรวจมักมีแนวโน้มที่จะไม่ให้ความสำคัญกับแรงจูงใจ การล่วงละเมิดหรือการคุกคามทางเพศ องค์กรนอกภาครัฐระบุว่า เมื่อผู้มีความหลากหลายทางเพศแจ้งความกรณีการถูกล่วงละเมิด มักไม่มีการดำเนินการใด ๆ หรือผู้เสียหายกลับต้องมีหน้าที่พิสูจน์ข้อเรียกร้องของตน มีรายงานว่า นักเรียนนักศึกษาที่มีความหลากหลายทางเพศมักตกเป็นเป้าและถูกลงโทษอย่างไม่สมควร หรือถูกข่มเหงรังแกโดยครูและนักเรียนนักศึกษาคนอื่น ๆ เนื่องจากรูปร่างหน้าตาของพวกเขา หรือการที่พวกเขาไม่ได้แต่งเครื่องแบบตามเพศกำเนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ กลุ่มภาคประชาสังคมรายงานว่า ทหารที่มีความหลากหลายทางเพศถูกคุกคามจากครูฝึก ผู้บังคับบัญชา และเพื่อนทหารด้วยกัน

ผู้มีความหลากหลายทางเพศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าพนักงานประจำคูหาเลือกตั้งตั้งคำถามเกี่ยวกับอัตลักษณ์ของพวกเขา เนื่องจากรูปร่างหน้าตาของพวกเขาไม่สอดคล้องกับเพศที่ระบุไว้ในบัตรประชาชน ตำรวจไม่ติดตามสืบสวนข้อมูลเกี่ยวกับคำพูดที่สร้างความเกลียดชังหรืออาชญากรรมที่เกิดจากความเกลียดชัง เช่น การฆาตกรรมหญิงข้ามเพศ ทำให้ขาดความเข้าใจเกี่ยวกับบริบทของปัญหา

การเลือกปฏิบัติกฎหมายห้ามมิให้รัฐและผู้มีบทบาทที่ไม่ใช่รัฐเลือกปฏิบัติด้วยเหตุจากเพศวิถี อัตลักษณ์หรือการแสดงออกทางเพศ หรือลักษณะทางเพศ รวมถึงในการจ้างงาน กฎหมายยังยอมรับบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ คู่ชีวิตที่หลากหลายทางเพศ และครอบครัวของพวกเขา แต่ไม่ได้ให้สิทธิที่เท่าเทียมแก่พวกเขาเท่ากับบุคคลอื่น ๆ เช่น เรื่องการสมรส กฎหมายว่าด้วยความเท่าเทียมระหว่างเพศห้ามมิให้มีการเลือกปฏิบัติ “เพราะเหตุที่บุคคลนั้นเป็นเพศชายหรือเพศหญิง หรือมีการแสดงออกที่แตกต่างจากเพศโดยกำเนิด” อย่างไรก็ตาม องค์กรนอกภาครัฐระบุว่า กฎหมายนี้ไม่ถูกบังคับใช้ โดยยกกรณีของผู้มีความหลากหลายทางเพศที่ถูกไล่ออกจากบ้านและมีทางเลือกน้อยมากในการขอความช่วยเหลือ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) และองค์กรนอกภาครัฐรายงานว่า บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศถูกเลือกปฏิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตชนบท นอกจากนี้ UNDP ยังรายงานอีกว่า สื่อนำเสนอบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศในลักษณะเหมารวมและเป็นไปในทางลบ ซึ่งส่งผลให้เกิดการเลือกปฏิบัติ

องค์กรนอกภาครัฐและสหประชาชาติรายงานว่า บุคคลข้ามเพศถูกเลือกปฏิบัติในหลายภาคส่วน ทั้งในกระบวนการเกณฑ์ทหาร ขณะถูกคุมขัง รวมถึงในภาคการศึกษา เนื่องจากนโยบายที่เคร่งครัดของโรงเรียนและมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ ซึ่งกำหนดให้นักเรียนนักศึกษาต้องสวมเครื่องแบบที่ตรงกับเพศกำเนิด บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศรายงานถึงอุปสรรคในการเข้าถึงการบำบัดเพื่อการข้ามเพศ การผ่าตัดแปลงเพศสามารถทำได้โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในกรุงเทพฯ เพียงไม่กี่คน ซึ่งได้รับการอนุมัติจากกระทรวงสาธารณสุข

ในเดือนเมษายนและมิถุนายน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เผยแพร่คำเตือนเกี่ยวกับโรคฝีดาษลิง เอชไอวีและเอดส์ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยใช้ภาพถ่ายบุคคลจากงานเทศกาลไพรด์และกล่าวถึงย่านสถานบันเทิงซึ่งเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งยิ่งเป็นการตีตราชุมชนผู้มีความหลากหลายทางเพศ

แม้ว่าสมาชิกชุมชนผู้มีความหลากหลายทางเพศจะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย แต่พวกเขาก็ต้องเผชิญกับเลือกปฏิบัติในที่ทำงานอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะอคติของคนทั่วไปในสังคม แรงงานข้ามเพศรายงานว่า พวกเขายิ่งต้องเผชิญกับข้อจำกัดมากกว่า และมักจะประกอบอาชีพได้เพียงไม่กี่อาชีพ เช่น ธุรกิจเครื่องสำอาง ความบันเทิง และงานบริการทางเพศ

การรับรองเพศตามกฎหมายกฎหมายห้ามมิให้บุคคลข้ามเพศหรือบุคคลที่ไม่ระบุเพศสภาพของตนเป็นชายหรือหญิง (นอน-ไบนารี) เปลี่ยนแปลงเพศที่ระบุในเอกสารระบุตัวตนต่าง ๆ

การรักษาทางการแพทย์หรือการบำบัดทางจิตโดยไม่สมัครใจหรือเป็นการบังคับมีรายงานว่า หน่วยงานรัฐพยายามบังคับให้บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ โดยเฉพาะเด็กและวัยรุ่น เข้ารับการบำบัดที่เรียกกันผิด ๆ ว่า เป็นการบำบัดแก้เพศวิถี นอกจากนี้ บุคคลที่เป็นชายโดยกำเนิด ไม่ว่าจะระบุตนเป็นเพศใดก็ตาม ถูกบังคับให้เข้าร่วมการฝึกทหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือให้บวชเป็นพระ ด้วยความเชื่อว่า จะช่วย “แก้เพศวิถีให้ปกติ” บุคคลที่เป็นหญิงโดยกำเนิดถูกข่มขืนหรือบังคับให้มีบุตร “เพื่อรักษาแก้ไขเพศวิถี” ข้อมูลจาก Intersex Thailand ระบุว่า เด็กที่มีเพศกำกวมบางคนต้องรับการผ่าตัดแปลงเพศโดยไม่เต็มใจและไม่สามารถเปลี่ยนเพศคืนได้ โดยการกระทำดังกล่าวไม่ผิดกฎหมาย

เครือข่ายสมรสเท่าเทียมระบุว่า ผู้ที่บังคับให้บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศรับการบำบัดเพื่อเปลี่ยนเพศวิถี ในกรณีส่วนใหญ่แล้วคือครอบครัวหรือชุมชนศาสนา กลุ่มผู้สนับสนุนด้านสิทธิเน้นว่า การกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของผู้มีความหลากหลายทางเพศ และประเทศไทยยังขาดทรัพยากรที่รัฐสนับสนุนเงินทุนเพื่อการบำบัดดูแลสุขภาพจิตสำหรับกลุ่มบุคคลนี้

การจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การสมาคม หรือการชุมนุมโดยสงบไม่มีรายงานว่า มีการจำกัดบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศหรือหัวข้อที่เกี่ยวข้อง แต่เนื่องจากความกลัวและการตีตราในเรื่องนี้ ชุมชนผู้มีความหลากหลายทางเพศในจังหวัดภาคใต้จึงมักจะปิดกั้นตนเอง เช่น การไม่จัดงานไพรด์

บุคคลทุพพลภาพ

บุคคลทุพพลภาพไม่สามารถเข้าถึงการศึกษา บริการด้านสุขภาพ อาคารสาธารณะ หรือระบบขนส่งได้อย่างเท่าเทียมกับคนอื่น กฎหมายกำหนดให้บุคคลทุพพลภาพต้องสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การสื่อสาร และอาคารที่สร้างใหม่ได้ แต่ทางการไม่ได้บังคับใช้บทบัญญัติเหล่านี้โดยทั่วถึง

รัฐบาลมีโรงเรียนพิเศษและศูนย์การศึกษาสำหรับเด็กพิการหลายสิบแห่ง ตลอดจนศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพคนพิการสำหรับผู้ใหญ่ที่พิการ องค์กรนอกภาครัฐรายงานว่า เด็กที่พิการทางร่างกายและสติปัญญาถูกจำกัดไม่ให้เข้าเรียนในโรงเรียนรัฐทั่วไป ทางเลือกสำหรับเด็กพิการก็คือ การเข้าเรียนในโรงเรียนประจำที่ตั้งขึ้นสำหรับผู้พิการโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตาม เด็กชนบทที่พิการมักจะไม่สามารถเข้าเรียนในโรงเรียนเหล่านี้ได้ เนื่องจากค่าเล่าเรียนแพง ตั้งอยู่ห่างไกล หรือไม่สามารถเข้าถึงได้ องค์กรภาคประชาสังคมให้ข้อมูลว่า จนถึงปี 2565 เด็กพิการร้อยละ 80 เรียนไม่สำเร็จชั้นมัธยมศึกษา

กฎหมายกำหนดให้สถานประกอบการที่มีพนักงานมากกว่า 100 คนต้องว่าจ้างผู้พิการอย่างน้อย 1 คนต่อพนักงานทุก ๆ 100 คน หรือเสียค่าปรับ บริษัทเหล่านี้จึงจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี องค์กรนอกภาครัฐที่ดำเนินงานด้านการสนับสนุนคนหนุ่มสาวที่พิการรายงานว่า นายจ้างและเจ้าหน้าที่รัฐสมรู้ร่วมคิดกันยักยอกค่าจ้างหรือเงินกู้สำหรับพนักงานที่พิการ

องค์กรเพื่อคนพิการหลายแห่งรายงานว่า การเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับบริการสาธารณะต่าง ๆ ทำได้ยาก และการเข้าถึงบริการจะแตกต่างกันไประหว่างศูนย์ในเมืองกับในชนบท นอกจากนี้ ผู้พิการมักไม่สามารถใช้บริการขนส่งมวลชนบางประเภท เช่น รถไฟและเรือ แม้ว่าทางกรุงเทพมหานครได้จัดให้มีบริการขนส่งมวลชนสำหรับผู้พิการโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย แต่ก็เป็นเรื่องยากที่พวกเขาจะสามารถใช้บริการดังกล่าวได้หากไม่ได้รับความช่วยเหลือ และการสนับสนุนนี้ยังไม่ครอบคลุมถึงระบบขนส่งมวลชนนอกเขตกรุงเทพฯ อีกด้วย กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศตั้งข้อสังเกตว่า ผู้มีความหลากหลายทางเพศที่มีความพิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนหูหนวก มักไม่ทราบถึงข้อมูลทางการแพทย์เกี่ยวกับเอชไอวีและเอดส์ ซึ่งส่งผลให้มีอัตราการติดเชื้อสูง

องค์กรนอกภาครัฐหลายแห่งแสดงความกังวลเกี่ยวกับการขาดทรัพยากรและทางเลือกด้านกฎหมายสำหรับผู้หญิงพิการที่รอดพ้นจากความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ อีกทั้งยังตั้งข้อสังเกตว่า ผู้พิการมักประสบปัญหาด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิต เนื่องจากปกติแล้วพวกเขามักอยู่โดยลำพังและไม่สามารถใช้บริการขนส่งสาธารณะเพื่อเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้

มีขั้นตอนปฏิบัติที่ช่วยให้ผู้พิการสามารถเข้าถึงการเลือกตั้งได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้ยังไม่ได้รับการเผยแพร่อย่างกว้างขวาง จึงทำให้ผู้พิการบางส่วนไม่สามารถไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคมได้

หมวดที่. 7 สิทธิของคนงาน

ก. เสรีภาพในการสมาคมและสิทธิในการร่วมเจรจาต่อรองแบบรวมกลุ่ม

รัฐธรรมนูญกำหนดให้บุคคลมีเสรีภาพในการรวมตัวกันและจัดตั้งสมาคม สหกรณ์ สหภาพ องค์การ ชุมชน หรือหมู่คณะอื่น ๆ โดยกฎหมายรับรองสิทธิของพนักงานในภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจบางส่วนในการจัดตั้งและเข้าร่วมสหภาพแรงงานอิสระได้ กฎหมายอนุญาตให้มีสหภาพแรงงาน 2 ประเภทคือ สหภาพแรงงานนายจ้างคนเดียวกัน และสภาพแรงงานประเภทกิจการเดียวกัน สหภาพแรงงานนายจ้างคนเดียวกันกำหนดว่า คนงานต้องเป็นลูกจ้างของนายจ้างคนเดียวกัน ขณะที่สหภาพแรงงานประเภทกิจการเดียวกันกำหนดว่า คนงานต้องอยู่ในภาคธุรกิจเดียวกัน แต่อาจทำงานให้นายจ้างคนละคนกัน สมาชิกคณะกรรมการของสหภาพแรงงานทั้งหมดต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย แรงงานตามฤดูกาลที่ไม่มีนายจ้างถาวรไม่สามารถจัดตั้งสหภาพแรงงานได้ แรงงานต่างด้าวสามารถเข้าร่วมสหภาพแรงงานได้ แต่ไม่สามารถร่วมกันจัดตั้งสหภาพขึ้น ข้าราชการพลเรือนสามารถรวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มได้ ตราบใดที่การรวมกลุ่มไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดินและความต่อเนื่องของบริการสาธารณะ อีกทั้งวัตถุประสงค์ของกลุ่มต้องไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง

กฎหมายกำหนดให้มีข้อบังคับเพื่อการเจรจาต่อรองแบบรวมกลุ่มโดยมีผลบังคับกับภาคเอกชน แต่ไม่ใช่กับข้าราชการพลเรือน กฎหมายให้สิทธิในการนัดประท้วงหยุดงาน คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากนายจ้าง ภาครัฐ และกลุ่มพนักงาน มีหน้าที่ปกป้องพนักงานจากการเลือกปฏิบัติเนื่องจากการต่อต้านสหภาพ และการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม แรงงานแบบจ้างเหมาช่วงไม่สามารถเข้าร่วมสหภาพได้แม้จะทำงานในโรงงานเดียวกันและทำงานในลักษณะเดียวกันกับลูกจ้างเต็มเวลา เนื่องจากคนงานตามสัญญาจ้างจัดว่าเป็นพนักงานประเภทอุตสาหกรรมบริการ ในขณะที่ลูกจ้างเต็มเวลาจัดอยู่ในประเภทอุตสาหกรรมการผลิต การที่แรงงานแบบจ้างเหมาช่วงและลูกจ้างเต็มเวลาไม่สามารถเข้าร่วมสหภาพเดียวกันได้อาจลดผลประโยชน์จากการเจรจาต่อรองในฐานะกลุ่มใหญ่ คนงานตามสัญญาจ้างระยะสั้นยังมีแนวโน้มที่จะเข้าร่วมสหภาพน้อยกว่าลูกจ้างประเภทอื่นเพราะกลัวว่าจะถูกตอบโต้จากการต่อต้านสหภาพด้วยการไม่ต่อสัญญาจ้างงาน ผู้สนับสนุนด้านแรงงานกล่าวอ้างว่า มีบริษัทหลายแห่งที่จ้างแรงงานแบบจ้างเหมาช่วงเพื่อบั่นทอนความพยายามในการจัดตั้งสหภาพของลูกจ้าง

กฎหมายอนุญาตให้แรงงานต่างด้าวเข้าร่วมสหภาพแรงงานได้ แต่ไม่อนุญาตให้พวกเขา (ไม่ว่าจะเป็นพนักงานตามสัญญาจ้างหรือพนักงานรายวัน) ก่อตั้งสหภาพแรงงานหรือทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ของสหภาพแรงงาน แรงงานต่างด้าวมีส่วนร่วมในสหภาพแรงงานน้อยเนื่องจากอุปสรรคด้านภาษา ความเข้าใจที่จำกัดในเรื่องสิทธิตามกฎหมายและการเปลี่ยนแปลงสถานภาพการจ้างงานที่เกิดขึ้นบ่อย ค่าธรรมเนียมสมาชิก ระเบียบของบังคับของสหภาพแรงงานที่เข้มงวด และการแยกคนงานที่เป็นคนไทยออกจากแรงงานต่างด้าวโดยอิงตามอุตสาหกรรมและตามเขตพื้นที่ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามแนวชายแดนและพื้นที่ริมชายฝั่ง) รวมทั้งแรงงานต่างด้าวมักกลัวจะตกงานหากพวกเขาสนับสนุนสหภาพแรงงาน

ในการจดทะเบียนสหภาพหนึ่ง ๆ จะต้องมีลูกจ้างอย่างน้อย 10 คนร่วมกันยื่นรายชื่อของตนต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) ซึ่งอยู่ในสังกัดของกระทรวงแรงงาน สหภาพแรงงานหลายแห่งมีสมาชิกเพียงพอในการจัดตั้งสหภาพแต่ไม่มีอำนาจในการต่อรองแบบกลุ่มกับนายจ้างได้ กฎหมายกำหนดให้สหภาพแรงงานต้องมีสมาชิกภาพจำนวนร้อยละ 20 จึงจะสามารถร่วมเจรจาต่อรองแบบรวมกลุ่มได้ กฎหมายไม่ได้คุ้มครองสมาชิกสหภาพจากการกระทำของนายจ้างที่เป็นการต่อต้านสหภาพจนกว่าสหภาพนั้นจะได้รับการจดทะเบียน องค์กรนอกภาครัฐอธิบายว่า นายจ้างมักใช้ช่วงเวลาระหว่างที่ลูกจ้างยื่นขอจัดตั้งสหภาพแรงงานกับกระทรวงแรงงาน และกระทรวงฯ ติดต่อนายจ้างเพื่อยืนยันสถานภาพการเป็นลูกจ้างของลูกจ้างดังกล่าว ปลดพนักงานเหล่านั้นออกจากการเป็นลูกจ้าง

ข้อมูลจากกระทรวงแรงงานระบุว่า มีสหภาพแรงงานที่จดทะเบียนมากกว่า 1,000 แห่งในไทย แต่หลายแห่งไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ เนื่องจากนายจ้างได้ไล่ผู้นำสหภาพออก กฎหมายยังกำหนดว่า เจ้าหน้าที่สหภาพต้องเป็นพนักงานเต็มเวลาของบริษัทหรือรัฐวิสาหกิจ และห้ามมีเจ้าหน้าที่ถาวรประจำสหภาพ

ในกรณีรัฐวิสาหกิจ กฎหมายอนุญาตให้รัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งมีสหภาพได้เพียง 1 กลุ่มเท่านั้น และหากสมาชิกภาพของสหภาพรัฐวิสาหกิจใดมีจำนวนลดลงต่ำกว่าร้อยละ 25 ของจำนวนลูกจ้างทั้งหมดที่มีสิทธิเข้าร่วม สหภาพนั้นจะต้องถูกยุบตามข้อบังคับด้านแรงงาน กฎหมายห้ามมิให้สหภาพรัฐวิสาหกิจกับสหภาพภาคเอกชนของอุตสาหกรรมหรือธุรกิจประเภทเดียวกันเข้าอยู่ในเครือเดียวกัน เนื่องจากสหภาพทั้งสองประเภทอยู่ภายใต้อำนาจของกฎหมายคนละฉบับ ทั้งนี้รัฐวิสาหกิจดำเนินกิจการในหลากหลายภาคส่วน ได้แก่ การธนาคาร การขนส่งทางรางและทางอากาศ ท่าอากาศยาน ท่าเรือ และบริการไปรษณีย์

กฎหมายอนุญาตให้พนักงานในสถานประกอบการที่ไม่มีสหภาพสามารถยื่นข้อเรียกร้องร่วมได้ หากว่าพนักงานอย่างน้อยร้อยละ 15 ลงชื่อสนับสนุนข้อเรียกร้องดังกล่าว

พนักงานในบริษัทเอกชนที่มีลูกจ้างมากกว่า 50 คนขึ้นไปสามารถจัดตั้ง “คณะกรรมการลูกจ้าง” หรือ “คณะกรรมการสวัสดิการ” ได้ โดยพนักงานหรือนายจ้างเป็นผู้เสนอชื่อสมาชิกคณะกรรมการสวัสดิการ ทั้งนี้ไม่มีกฎหมายห้ามปลดพวกเขาออก ส่วนคณะกรรมการลูกจ้างได้รับการเสนอชื่อจากสภาพแรงงานหรือโดยการเลือกตั้ง และการให้พ้นจากตำแหน่งจะสามารถทำได้เมื่อได้รับคำสั่งศาล กฎหมายห้ามมิให้นายจ้างขัดขวางการทำงานของคณะกรรมการ ผู้นำสหภาพแรงงานมักเข้าร่วมในคณะกรรมการลูกจ้างเพื่อให้ตนเองได้รับการคุ้มครองจากศาลเพิ่มเติม องค์กรนอกภาครัฐให้ข้อมูลว่า แรงงานต่างด้าวสามารถเข้าร่วมในคณะกรรมการสวัสดิการได้ ซึ่งได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายน้อยกว่า

ในเดือนพฤศจิกายน 2565 บริษัทวาย-เทค ปลดคนงาน 5 คนออก โดยก่อนหน้านั้นทั้งห้าได้รวมตัวกันเพื่อก่อตั้งสหภาพขึ้น คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีคำสั่งให้ลูกจ้างดังกล่าวกลับเข้าทำงาน ทว่าทางบริษัทแม้จะยังจ่ายค่าแรงให้แก่คนงานกลุ่มนี้ แต่ไม่อนุญาตให้พวกเขากลับเข้าโรงงานและระงับการจ่ายเบี้ยเลี้ยง ลูกจ้างหลายคนที่ถูกปลดได้ออกจากบริษัทไปแล้ว นอกจากนี้ บริษัทวาย-เทคยังบังคับให้คนงาน 30 คนที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมของสหภาพ ต้องไปทำกิจกรรมอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับงาน เช่น การทำงานที่ใช้แรง และปฏิเสธไม่ให้พวกเขาทำงานล่วงเวลา รวมทั้งประเมินผลการทำงานของพวกเขาออกมาไม่ดี ในวันที่ 28 เมษายน คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ตัดสินว่า ทางบริษัทฝ่าฝืนพระราชบัญญัติว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ โดยมีการเลือกปฏิบัติต่อลูกจ้างด้วยเหตุที่ลูกจ้างมีส่วนร่วมในสหภาพแรงงาน คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีคำสั่งให้บริษัทมอบหมายงานในตำแหน่งเดิมให้แก่ลูกจ้าง อนุญาตให้ลูกจ้างเหล่านี้ทำงานล่วงเวลา และปรับการจ่ายเงินโบนัส

กฎหมายกำหนดให้สหภาพแรงงานจัดการประชุมทั่วไป และนัดหยุดงานประท้วงได้เมื่อมีสมาชิกสหภาพอย่างน้อยร้อยละ 50 ให้ความยินยอมในการหยุดงานประท้วงแต่ละครั้ง สหภาพหลายกลุ่มอ้างว่า กฎหมายดังกล่าวจำกัดการหยุดงานประท้วงเนื่องจากโรงงานหลายแห่งใช้คนงานที่ทำงานเป็นกะ ส่งผลให้ครบองค์ประชุมได้ยาก

รัฐบาลอาจห้ามมิให้มีการนัดประท้วงหยุดงานของภาคเอกชนในกรณีที่จะทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดผลกระทบทางลบต่อประชาชนโดยรวม ซึ่งสามารถอุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ได้ กฎหมายห้ามมิให้มีการประท้วงและปิดงานในรัฐวิสาหกิจ โดยผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุก ปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ

กฎหมายให้ความคุ้มครองพนักงานและสมาชิกสหภาพจากการดำเนินคดีอาญาหรือคดีแพ่งอันเนื่องมาจากการเข้าร่วมการเจรจาต่อรองกับนายจ้าง ริเริ่มการนัดหยุดงาน จัดชุมนุมประท้วง หรืออธิบายข้อพิพาทแรงงานต่อสาธารณชน ยกเว้นในกรณีที่กิจกรรมเหล่านี้สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียง ทั้งนี้มีการใช้ข้อหาหมิ่นประมาทเพื่อข่มขู่สมาชิกสหภาพและลูกจ้าง และนายจ้างใช้การฟ้องร้องคดีเพื่อข่มขู่หรือปิดปากผู้พิพากษ์วิจารณ์ในหลายกรณีด้วยกัน

ศาลแรงงานหรือคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์อาจตัดสินเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการให้ออกจากงานหรือการใช้แรงงานอย่างไม่เป็นธรรมได้ และอาจเรียกร้องให้พนักงาน รวมถึงผู้นำสหภาพ ได้รับเงินชดเชยหรือกลับเข้าทำงานโดยได้รับค่าตอบแทนและผลประโยชน์เหมือนเช่นที่เคยได้รับก่อนหน้านั้น สมาคม องค์กรชุมชน หรือกลุ่มศาสนาที่ไม่ได้จดทะเบียนมักเป็นตัวแทนในการรักษาผลประโยชน์ของแรงงานต่างด้าว แต่ไม่มีสถานะทางกฎหมายในการต่อรองกับนายจ้างแทนแรงงานต่างด้าวได้ องค์กรนอกภาครัฐรายงานว่า ข้อเรียกร้องแบบกลุ่มของแรงงานต่างด้าวที่ประสบความสำเร็จในการสร้างความเปลี่ยนแปลงนั้นมีน้อยมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดน

ผู้สนับสนุนสิทธิแรงงานรายงานว่า ผู้พิพากษาและพนักงานตรวจแรงงานระดับจังหวัดพยายามไกล่เกลี่ยกรณีต่าง ๆ อยู่บ่อยครั้ง ถึงแม้จะมีหลักฐานบ่งชี้ว่าเป็นการละเมิดสิทธิแรงงานที่ต้องได้รับโทษตามกฎหมายก็ตาม มีรายงานจากสหภาพแรงงานและองค์กรนอกภาครัฐว่า ภายหลังจากที่มีคำสั่งของศาล นายจ้างพยายามที่จะต่อรองเงื่อนไขในการรับกลับเข้าทำงานด้วยการเสนอให้สิทธิประโยชน์ชดเชยสำหรับผู้ที่สมัครใจลาออก ปฏิเสธไม่ให้ผู้นำสหภาพที่ได้รับกลับเข้าทำงานแล้วเข้ามาในสถานประกอบการ หรือลดตำแหน่งของลูกจ้างให้ไปทำงานที่มีค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์น้อยลง

บางครั้งนายจ้างยื่นฟ้องต่อผู้นำสหภาพและพนักงานที่นัดหยุดงานในความผิดฐานบุกรุกสถานที่ หมิ่นประมาท และทำลายทรัพย์สิน บริษัทเอกชนหลายแห่งยังคงดำเนินคดีทางแพ่งและทางอาญาต่อองค์กรนอกภาครัฐ สื่อมวลชน และแรงงาน

บางครั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่รัฐอื่น ๆ สมรู้ร่วมคิดกันปราบปรามการเคลื่อนไหวด้านแรงงาน องค์กรนอกภาครัฐรายงานว่า ในอำเภอแม่สอด มีโรงงานผลิตกระสอบป่านที่ว่าจ้างพนักงาน 100 คน แรงงานต่างด้าวทั้งหมดเหล่านี้ได้รับการว่าจ้างภายใต้สัญญาจ้างระยะสั้นและได้รับค่าจ้างต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ รวมทั้งไม่มีวันหยุดเสาร์อาทิตย์หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ พนักงานซึ่งเป็นแรงงานต่างด้าวไม่สามารถก่อตั้งสหภาพแรงงานได้ ดังนั้นพวกเขาจึงตั้งเป็นสมาคมที่ไม่เป็นทางการเพื่อยื่นข้อร้องเรียนภายใต้พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ องค์กรพัฒนาเอกชนในท้องถิ่นช่วยเหลือพวกเขาผ่านขั้นตอนการยื่นข้อร้องเรียน จนแรงงานเหล่านี้สามารถจัดให้มีการเจรจา 3 ฝ่าย อันประกอบด้วยนายจ้าง ลูกจ้าง และเจ้าหน้าที่รัฐ มีการบรรลุข้อตกลงกันและจัดทำเป็นลายลักษณ์อักษร อย่างไรก็ตาม เมื่อพนักงานตรวจแรงงานมาตรวจเยี่ยมที่โรงงานในวันรุ่งขึ้นหลังจากมีการจัดทำข้อตกลง นายจ้างขังลูกจ้างไว้ในโรงงานเพื่อป้องกันมิให้พวกเขาให้ข้อมูลเพิ่มเติมใด ๆ แก่พนักงานตรวจแรงงาน

การบังคับใช้กฎหมายแรงงานมีความไม่สม่ำเสมอ และบางครั้งก็ไม่มีประสิทธิผลในการให้ความคุ้มครองแก่ลูกจ้างที่เข้าร่วมกิจกรรมของสหภาพ บทลงโทษรวมถึงโทษจำคุก ปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยเทียบเท่ากับบทลงโทษอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการปฏิเสธสิทธิพลเมือง อย่างไรก็ตาม ทางการมักจะไม่ลงโทษนายจ้างที่ฝ่าฝืนกฎหมายแรงงาน

ข. การห้ามบังคับใช้แรงงาน

สามารถอ่าน รายงานประจำปีว่าด้วยปัญหาการค้ามนุษย์ ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประกอบได้ที่ https://www.state.gov/trafficking-in-persons-report/

ค. การห้ามใช้แรงงานเด็กและเกณฑ์อายุต่ำสุดของการจ้างงาน

สามารถอ่าน Findings on the Worst Form of Child Labor (รายงานผลการสำรวจรูปแบบการใช้แรงงานเด็กที่เลวร้ายที่สุด) ของกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ได้ที่ https://www.dol.gov/agencies/ilab/resources/reports/child-labor/findings/

ง. การเลือกปฏิบัติ (ดูหมวดที่ 6)

จ. สภาพการทำงานที่ยอมรับได้

กฎหมายเกี่ยวกับค่าจ้างและชั่วโมงการทำงานค่าแรงขั้นต่ำแตกต่างกันตามแต่ละจังหวัด โดยมีอัตราสูงกว่าเส้นแบ่งความยากจนที่รัฐบาลคำนวณไว้ในทุกจังหวัด และไม่ได้บังคับใช้กับลูกจ้างที่ทำงานในหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ งานบ้าน และงานเกษตรกรรมตามฤดูกาล กฎกระทรวงให้ความคุ้มครองบางประการแก่แรงงานทำงานบ้านในเรื่องเกี่ยวกับวันลา อายุขั้นต่ำ และการจ่ายค่าแรง แต่ไม่ได้กล่าวถึงค่าแรงขั้นต่ำ ชั่วโมงทำงานปกติ ประกันสังคม หรือการลาคลอด

กฎหมายกำหนดเวลาทำงานสูงสุดต่อสัปดาห์ คือ 48 ชั่วโมง หรือ 8 ชั่วโมงต่อวันเป็นเวลา 6 วัน และทำงานล่วงเวลาได้ไม่เกิน 36 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ลูกจ้างที่ต้องทำงาน “อันตราย” เช่น ในอุตสาหกรรมเคมี อุตสาหกรรมเหมืองแร่ หรืออุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักรหนัก ห้ามทำงานเกิน 42 ชั่วโมงต่อสัปดาห์และห้ามทำงานล่วงเวลา พนักงานในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีห้ามทำงานเกิน 12 ชั่วโมงต่อ 1 วัน และทำงานต่อเนื่องได้ไม่เกิน 28 วัน แต่มักพบว่ามีการฝ่าฝืนกฎหมายในเรื่องค่าจ้างแรงงาน จำนวนชั่วโมงทำงาน และการทำงานล่วงเวลาในภาคเกษตรกรรม การก่อสร้าง และการประมง เนื่องจากเรือประมงต้องเดินทางอยู่เสมอและเวลาในการจับปลาไม่แน่นอนทำให้แรงงานในอุตสาหกรรมนี้ต้องทำงานล่วงเวลาเป็นปกติ พื้นที่ทำการเกษตรและกสิกรรมในชนบทห่างไกลทำให้การตรวจสอบด้านแรงงานทำได้ยากขึ้น การย้ายสถานที่ของไซต์งานก่อสร้างและพื้นฐานการจ้างงานภายใต้สัญญาระยะสั้นทำให้แรงงานไม่ได้รับความคุ้มครองและไม่ได้รับสวัสดิการที่เหมาะสม

ในเดือนเมษายน รัฐบาลแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานเพื่อสนับสนุนลูกจ้างที่ปฏิบัติงานที่บ้านและกำกับดูแลข้อตกลงระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง เพื่อให้แน่ใจว่าลูกจ้างจะสามารถเข้าถึงประกันสังคมและสวัสดิการอื่น ๆ นอกจากนี้ พนักงานที่ทำงานจากที่บ้านหรือนอกสถานประกอบการ ยังมีสิทธิ “ตัดการเชื่อมต่อ” ซึ่งหมายถึง สิทธิในการปฏิเสธการติดต่อสื่อสารกับนายจ้างหลังจากสิ้นสุดเวลาทำงานตามปกติแล้ว

ความปลอดภัยในการทำงานและอาชีวอนามัยกฎหมายกำหนดให้มีมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานและอาชีวอนามัย (OSH) ตามความเหมาะสมในอุตสาหกรรมหลัก ๆ รวมทั้งกำหนดให้สถานประกอบการ ซึ่งรวมถึงธุรกิจที่บ้าน ต้องมีความปลอดภัยและถูกสุขอนามัย กฎหมายห้ามสตรีมีครรภ์และเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีทำงานในสภาพแวดล้อมที่เป็นอันตราย นอกจากนี้ ยังกำหนดให้นายจ้างต้องแจ้งลูกจ้างถึงสภาพการทำงานที่เป็นอันตรายตั้งแต่ก่อนจ้างงาน ทว่าลูกจ้างไม่มีสิทธิพาตัวเองออกจากสถานการณ์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือความปลอดภัยโดยไม่เกิดความเสี่ยงต่อหน้าที่การงาน รัฐบาลดำเนินการสอบสวนข้อร้องเรียนต่าง ๆ ที่ส่งเข้ามา หากพนักงานตรวจแรงงานเห็นว่ามีการฝ่าฝืนกฎหมาย โดยทั่วไปจะมีคำสั่งไปยังนายจ้างและกำหนดโทษปรับ

กฎกระทรวงแรงงานจัดให้มีโครงการกองทุนเงินทดแทนครอบคลุมอุบัติเหตุและการบาดเจ็บในสถานประกอบการ แต่ไม่ครอบคลุมถึงแรงงานค้าเร่แผงลอยและแรงงานทำงานบ้าน ผู้นำสหภาพแรงงานรายงานว่า แรงงานมักไม่ได้รับเงินทดแทนสำหรับการเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน เนื่องจากการพิสูจน์ความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพและสถานประกอบการนั้นมักจะเป็นเรื่องยาก

การบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับค่าจ้าง ชั่วโมงการทำงาน และความปลอดภัยในการทำงานและอาชีวอนามัยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับค่าจ้าง ชั่วโมงการทำงาน แรงงานสัมพันธ์ รวมถึงความปลอดภัยในการทำงานและอาชีวอนามัย พนักงานตรวจแรงงานมีอำนาจในการเข้าตรวจสอบสถานประกอบการโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า รวมทั้งสามารถออกคำสั่งให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมายได้ หากนายจ้างไม่ปฏิบัติตามภายในเวลาที่กำหนด พนักงานตรวจแรงงานมีหน้าที่ส่งต่อกรณีนั้น ๆ เพื่อดำเนินคดีทางอาญาต่อไปและอาจกำหนดโทษปรับ ค่าปรับสำหรับการละเมิดกฎหมายเกี่ยวกับค่าจ้าง ชั่วโมงการทำงาน และความปลอดภัยในการทำงานและอาชีวอนามัย เทียบเท่าค่าปรับสำหรับความผิดอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน เช่น ฉ้อโกง หรือประมาทเลินเล่อ อย่างไรก็ตาม บทลงโทษทางอาญา (โทษจำคุก) อาจน้อยกว่าโทษสำหรับการฉ้อโกงหรือการประมาทเลินเล่อ

กลุ่มภาคประชาสังคมระบุว่า มีพนักงานตรวจแรงงานไม่เพียงพอสำหรับการบังคับให้ปฏิบัติตามข้อกำหนด และทำให้ประสิทธิภาพและการบังคับใช้จากการตรวจสอบยังคงอยู่ในระดับต่ำ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยในการทำงานและอาชีวอนามัยบ่งชี้ถึงสภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัยอยู่เสมอ แต่จำนวนของผู้เชี่ยวชาญและการตรวจสอบด้านดังกล่าวยังไม่เพียงพอ จึงทำให้การตรวจสอบส่วนใหญ่เกิดขึ้นหลังจากการร้องเรียนเท่านั้น กระทรวงแรงงานไม่ได้ติดตามการบังคับใช้บทลงโทษผ่านทางศาล และไม่มีข้อมูลว่า มีการลงโทษผู้ละเมิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่ องค์กรนอกภาครัฐรายงานว่า พนักงานตรวจแรงงาน 8 คนในเชียงใหม่ต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบบริษัทต่าง ๆ มากกว่า 40,000 แห่งในทุกภาคธุรกิจ รวมถึงภาคการเกษตรและงานบ้าน พนักงานตรวจแรงงาน 2 หรือ 3 คนในจำนวนนั้นมีหน้าที่รับผิดชอบตรวจสอบด้านความปลอดภัยในการทำงานและอาชีวอนามัยทั้งหมด

กฎหมายกำหนดโทษปรับและโทษจำคุกหากนายจ้างไม่จ่ายค่าแรงขั้นต่ำตามที่กำหนด รัฐบาลไม่ได้บังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับค่าแรงขั้นต่ำ ค่าล่วงเวลา และค่าจ้างสำหรับวันหยุดอย่างมีประสิทธิผล ทั้งในบริษัทขนาดเล็ก พื้นที่บางแห่ง (โดยเฉพาะพื้นที่ชนบทหรือบริเวณชายแดน) หรืออุตสาหกรรมบางประเภท (โดยเฉพาะภาคการเกษตร ก่อสร้าง และประมงน้ำเค็ม) นอกจากนี้ องค์กรนอกภาครัฐรายงานว่า การบังคับใช้กฎหมายแรงงานอย่างไม่เสมอต้นเสมอปลาย ส่งผลให้มีกรณีต่อไปนี้โดยแพร่หลาย ได้แก่ การจ่ายเงินค่าจ้างไม่เป็นเวลาหรือล่าช้า การหักค่าจ้างโดยผิดกฎหมาย การคิดค่าธรรมเนียมการจัดหางานให้แรงงานต่างด้าวในจำนวนเงินที่ผิดกฎหมาย

ระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวจำกัดค่าธรรมเนียมสูงสุดในการจัดหางาน ทว่าการบังคับใช้ยังขาดประสิทธิผล เนื่องจากขาดเอกสารหลักฐานทางกฎหมายที่เกี่ยวกับการจัดหางานใต้ดิน ค่าธรรมเนียมเอกสาร ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการเข้าเมือง

หลายบริษัทใช้แรงงานแบบจ้างเหมาช่วงเพื่อหลีกเลี่ยงระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ โดยคนงานจะลงนามในสัญญาจ้างกับนายหน้าจัดหาแรงงาน กฎหมายกำหนดให้บริษัทต้องให้ “ผลประโยชน์และสวัสดิการอย่างยุติธรรม โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ” แก่แรงงานแบบจ้างเหมาช่วง อย่างไรก็ดี นายจ้างมักจะจ่ายค่าจ้างแก่แรงงานแบบจ้างเหมาช่วงน้อยกว่าและให้สวัสดิการน้อยกว่าหรือไม่ให้เลย นอกจากนี้ แรงงานต่างด้าวยังเผชิญปัญหาการถูกเก็บยึดเอกสาร และการจัดทำสัญญาว่าจ้างเป็นภาษาไทยซึ่งแรงงานต่างด้าวส่วนใหญ่เข้าใจได้ไม่ดีพอ

สหพันธ์แรงงานขนส่งระหว่างประเทศรายงานว่า จากแบบสำรวจเกี่ยวกับแรงงานประมงในประเทศไทย พบว่าการตรวจสอบเรือประมงนั้นไม่เพียงพอต่อการระบุ รายงาน และตรวจแก้การละเมิด ซึ่งเกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย และพบว่าการสัมภาษณ์ลูกเรือประมงต่างด้าวส่วนใหญ่ไม่มีความเป็นส่วนตัวหรือไม่มีล่าม สหพันธ์ฯ กล่าวว่า ลูกเรือประมงเผชิญกับการละเมิดกฎหมายและระเบียบข้อคับต่าง ๆ อย่างกว้างขวางเกี่ยวกับการจ่ายค่าแรง ชั่วโมงการทำงาน และความปลอดภัยในการทำงานและอาชีวอนามัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จำนวนชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน เวลาพักผ่อนไม่เพียงพอ และระยะเวลาการทำงานในทะเลที่ยาวนานซึ่งผิดกฎหมาย

กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดให้แรงงานภาคอุตสาหกรรมประมงสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ด้านการดูแลสุขภาพและประกันสังคม อีกทั้งกำหนดให้เรือประมงบางประเภทต้องจัดสภาพความเป็นอยู่ที่เหมาะสมให้แก่แรงงาน จนถึงเดือนพฤศจิกายน การบังคับใช้ระเบียบข้อบังคับหลักที่เกี่ยวกับชั่วโมงการทำงานและเกณฑ์จำกัดอายุยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา ข้อบังคับของรัฐกำหนดให้แรงงานประมงต่างด้าวที่ขึ้นทะเบียนต้องซื้อประกันสุขภาพ และให้เจ้าของเรือประมงจ่ายเงินสมทบในกองทุนเงินทดแทน แรงงานประมงต่างด้าวที่ถือบัตรผ่านแดนมีสิทธิได้รับค่าชดเชยอุบัติเหตุ

แม้ว่าประเทศไทยจะมีโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนสำหรับผู้มีสัญชาติไทยทุกคน แต่กองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทนเป็นกองทุนสำหรับผู้ที่เป็นลูกจ้างเท่านั้น

องค์กรนอกภาครัฐรายงานว่า คนงานก่อสร้างจำนวนมาก โดยเฉพาะลูกจ้างแบบจ้างเหมาหรือจ้างเหมาช่วง และแรงงานต่างด้าว ไม่มีชื่อในระบบประกันสังคม หรือไม่ได้รับการคุ้มครองจากโครงการกองทุนเงินทดแทน เพราะนายจ้างไม่ได้ขึ้นทะเบียนลูกจ้างเหล่านี้หรือไม่ได้จ่ายเงินเข้าไปในระบบประกันสังคม

แรงงานของแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ซึ่งให้บริการส่งของ ไม่ได้รับการคุ้มครองภายใต้กฎหมายแรงงาน เพราะถือว่าเป็น “พาร์ทเนอร์” ไม่ใช่ลูกจ้าง

ภาคเศรษฐกิจที่ไม่เป็นทางการของไทยมีสัดส่วนประมาณกึ่งหนึ่งของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) และกฎหมายแรงงานมักไม่ครอบคลุมถึงภาคธุรกิจนี้