An official website of the United States government

รายงานว่าด้วยเสรีภาพทางศาสนานานาชาติในประเทศไทย พ.ศ. 2566
3 นาทีในการอ่าน

รายงานสรุป

รัฐธรรมนูญ “ห้ามมิให้เลือกปฏิบัติด้วยเหตุความเชื่อทางศาสนา” และปกป้องเสรีภาพในการนับถือศาสนา ตราบเท่าที่การปฏิบัติตามเสรีภาพในการนับถือศาสนานั้นไม่เป็น “อันตรายต่อความปลอดภัยของรัฐ” ทั้งนี้กฎหมายรับรองกลุ่มศาสนา 5 กลุ่มอย่างเป็นทางการ ได้แก่ กลุ่มพุทธ กลุ่มมุสลิม กลุ่มพราหมณ์-ฮินดู กลุ่มซิกข์ และกลุ่มคริสต์ กระทรวงยุติธรรมอนุญาตให้นำหลักชะรีอะฮ์มาใช้เป็นกระบวนการตามกฎหมายแบบพิเศษที่ไม่ได้อยู่ภายใต้บังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งแห่งประเทศไทย และใช้บังคับกับชาวมุสลิมใน “จังหวัดชายแดนภาคใต้” (ซึ่งเรียกว่าเป็น 4 จังหวัดทางใต้สุดของประเทศใกล้ชายแดนมาเลเซีย ซึ่งรวมถึง 3 จังหวัดที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมาเลย์มุสลิม) ในส่วนของกฎหมายครอบครัวและมรดก กรมการศาสนา (ศน.) ภายใต้กำกับของกระทรวงวัฒนธรรม จำกัดจำนวนผู้สอนศาสนาชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนและปฏิบัติงานในประเทศไทย ซึ่งได้แก่ ชาวคริสต์ ชาวมุสลิม ชาวฮินดู และชาวซิกข์

ทางการยังคงใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินและพระราชบัญญัติกฎอัยการศึกที่บังคับใช้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งให้อำนาจแก่ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนในการจำกัดสิทธิพื้นฐานบางประการ ซึ่งรวมถึงการขยายระยะเวลาการกักตัวก่อนการพิจารณาคดีและขยายขอบเขตการเข้าตรวจค้นโดยไม่มีหมายศาล ทางการให้อำนาจบางประการด้านความมั่นคงภายในแก่กองทัพ ชุมชนมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงแสดงความคับข้องใจเนื่องจากรู้สึกว่าถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเลือกปฏิบัติ และเห็นว่าระบบศาลยุติธรรมขาดการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจที่เพียงพอ ข้อมูลของศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ซึ่งเป็นองค์กรนอกภาครัฐระบุว่า เจ้าหน้าที่ทางการปฏิบัติการบุกและตรวจค้นผู้ก่อความไม่สงบชาวมุสลิม 67 ครั้งในระหว่างปีนี้ กลุ่มด้วยใจ ซึ่งเป็นองค์กรนอกภาครัฐ ยังคงแสดงความกังวลเกี่ยวกับการที่กองกำลังความมั่นคงตรวจเก็บดีเอ็นเอจากผู้ต้องสงสัยว่าก่อความไม่สงบและสมาชิกครอบครัวของพวกเขาโดยการข่มขู่และใช้กำลังบังคับ

ไม่มีการรายงานว่า บุคคลหรือกลุ่มชาวต่างชาติที่ถูกกักตัวเนื่องจากฝ่าฝืนกฎหมายคนเข้าเมือง ถูกจับกุมเนื่องจากความเชื่อทางศาสนาของพวกเขา กฎหมายของไทยไม่ยอมรับสถานภาพของผู้แสวงหาที่พักพิงหรือผู้ลี้ภัยของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ทางการกักตัวกลุ่มชาวต่างชาติบางกลุ่มที่ฝ่าฝืนกฎหมายคนเข้าเมือง ซึ่งอ้างว่าถูกข่มเหงทางศาสนาในประเทศบ้านเกิด โดยไม่คำนึงว่าพวกเขาได้รับการรับรองสถานะผู้ลี้ภัยจาก UNHCR หรือไม่ก็ตาม เจ้าหน้าที่ UNHCR รายงานว่า ผู้แสวงหาที่พักพิงและผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่ รวมถึงบรรดาผู้ที่ถูกกักตัว ไม่มีความเสี่ยงที่จะถูกส่งกลับไปสู่อันตราย

มีรายงานว่า ผู้แสวงหาที่พักพิงที่เป็นชาวมุสลิมอุยกูร์หลายสิบคนจากประเทศจีน ยังคงพำนักอยู่ในศูนย์กักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยส่วนใหญ่ถูกกักตัวมาตั้งแต่ปี 2558 ศูนย์ข้อมูลฝ่าหลุนต้าฝ่ารายงานว่า มีสมาชิกฝ่าหลุนกงหลายคนถูกกักตัวอยู่ในศูนย์กักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมาตั้งแต่ปี 2557 มีรายงานว่า ทางการกักตัวชาวมุสลิมโรฮีนจา รวมถึงเด็ก ซึ่งหลบหนีจากการข่มเหงทางศาสนาและชาติพันธุ์มาจากพม่า ในเดือนมีนาคม เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองในพัทยาได้กักตัวชาวจีนที่นับถือศาสนาคริสต์ 63 คนซึ่งเดินทางมาจากเมืองเซินเจิ้น ต่อมาในเดือนเมษายน เจ้าหน้าที่ได้อำนวยความสะดวกให้พวกเขาเดินทางออกนอกประเทศไปตั้งถิ่นฐานอย่างถูกต้องตามกฎหมายในประเทศที่สาม เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม ตำรวจนำกำลังเข้าบุกค้นวัดป่าธรรมคีรี จังหวัดนครราชสีมา พบทองคำและเครื่องประดับ รวมทั้งจับกุมพระสงฆ์ 7 รูปและคนขับรถ 2 คน ทั้งหมดถูกตั้งข้อหายักยอกเงินประมาณ 300 ล้านบาท (8.7 ล้านเหรียญสหรัฐ) ซึ่งเป็นเงินบริจาคที่ทางวัดได้รับมาตั้งแต่ปี 2563 กลุ่มผู้นับถือศาสนาพุทธบางกลุ่มยังคงแสดงความคับข้องใจเนื่องจากรู้สึกว่าชาวมุสลิมได้รับสิทธิพิเศษ รัฐบาลจึงตอบสนองด้วยการอนุญาตให้นักเรียนที่นับถือศาสนาอื่นสามารถสมัครขอรับความช่วยเหลือจากโครงการที่มีอยู่ได้

ยังคงมีการโจมตีทั้งชาวพุทธและมุสลิมอย่างต่อเนื่องในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อัตลักษณ์ทางศาสนาและทางชาติพันธุ์มีส่วนสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับความขัดแย้งในการแบ่งแยกดินแดนมายาวนาน ข้อมูลของศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ระบุว่า ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 109 ราย ในจำนวนดังกล่าวเป็นชาวมุสลิม 82 ราย ชาวพุทธ 23 ราย และบุคคลที่ไม่ระบุศาสนา 4 ราย เทียบกับผู้เสียชีวิต 88 รายในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2565 ซึ่งประกอบไปด้วยชาวมุสลิม 57 ราย ชาวพุทธ 28 ราย และบุคคลที่ไม่ระบุศาสนา 3 ราย มีรายงานว่า ผู้ก่อความไม่สงบก่อเหตุโจมตีพร้อมกัน 6 จุดในวันสิ้นสุดการถือศีลอด ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บหลายราย

เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาหารือกับตัวแทนรัฐบาลเป็นประจำ เพื่อส่งเสริมการคุ้มครองผู้ลี้ภัยและผู้แสวงหาที่พักพิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่หลบหนีจากการข่มเหงและความรุนแรงทางศาสนา เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ และเจ้าหน้าที่สถานทูตพบปะกับผู้นำและผู้รู้ทางศาสนา องค์กรนอกภาครัฐระหว่างประเทศ นักวิชาการ และตัวแทนองค์กรศาสนาต่าง ๆ เพื่อหารือเกี่ยวกับพหุนิยมทางศาสนา การยอมรับความต่างทางศาสนา และการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ลี้ภัยจากความรุนแรงทางศาสนา เอกอัครราชทูตและเจ้าหน้าที่สถานทูตเดินทางไปเยือนศาสนสถานในท้องถิ่นที่มีความสำคัญอยู่เป็นประจำ ตลอดจนมีส่วนร่วมในการหารือกับผู้นำทางศาสนาในประเด็นเกี่ยวกับการยอมรับความแตกต่างและความหลากหลาย สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ มอบทุนสนับสนุนจำนวนหลายทุนให้แก่องค์กรนอกภาครัฐในจังหวัดชายแดนภาคใต้สำหรับโครงการที่เน้นความหลากหลายและการยอมรับความหลากหลายทางศาสนาและเชื้อชาติ การมีส่วนร่วมของเยาวชน การสร้างชุมชน และการฝึกอบรมเกี่ยวกับทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล/ข้อมูลบิดเบือน เจ้าหน้าที่สถานทูตยังจัดให้มีการพูดคุยกันทางออนไลน์ระหว่างผู้นำทางความเชื่อ โดยเชิญนักวิชาการ ผู้นำศาสนา ผู้จัดการชุมชน และผู้ที่มีอิทธิพลทางความคิดต่อเยาวชนมาร่วมการพูดคุยกันเป็นประจำทุกไตรมาส เพื่อสร้างเครือข่ายใหม่ ๆ แบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับประเด็นเสรีภาพทางศาสนา ตลอดจนพิจารณาถึงความร่วมมือในอนาคต เมื่อวันที่ 29 มีนาคม เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ เดินทางเยือนจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงละศีลอดให้แก่บรรดาผู้นำทางศาสนาในท้องถิ่น

หมวดที่ 1.

ประชากรที่นับถือศาสนา

รัฐบาลสหรัฐฯ ประมาณการว่า ประชากรทั้งหมดในประเทศไทยมีจำนวน 69.8 ล้านคน (ณ กลางปี 2566) ในเดือนธันวาคม 2564 กรมการศาสนารายงานว่า ร้อยละ 92.5 ของประชากรนับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 5.4 นับถือศาสนาอิสลาม และร้อยละ 1.2 นับถือศาสนาคริสต์ ประชากรที่เหลือเป็นกลุ่มที่นับถือภูตผี ลัทธิขงจื๊อ ศาสนาฮินดู ศาสนายูดาห์ ศาสนาซิกข์ และลัทธิเต๋า

ชาวพุทธส่วนใหญ่นำพิธีกรรมของศาสนาฮินดูและการนับถือภูตผีมาประกอบศาสนพิธีของตนด้วย พระสงฆ์ในนิกายเถรวาทแบ่งออกเป็น 2 นิกายหลักด้วยกัน คือ มหานิกายและธรรมยุติกนิกาย โดยมหานิกายมีความเก่าแก่และเป็นที่แพร่หลายมากกว่าในชุมชนสงฆ์

ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาที่มีผู้นับถือมากที่สุดใน 3 จังหวัดภาคใต้ (นราธิวาส ยะลา และปัตตานี) ใกล้ชายแดนมาเลเซีย ชาวมุสลิมส่วนใหญ่ในจังหวัดเหล่านี้มีเชื้อสายมาเลย์ แต่ประชากรมุสลิมทั่วประเทศมีทั้งลูกหลานของผู้อพยพจากเอเชียใต้ จีน กัมพูชา และอินโดนีเซีย รวมทั้งเชื้อสายไทยด้วย ข้อมูลของกรมการศาสนาระบุว่า ชาวมุสลิมร้อยละ 99 นับถือนิกายสุหนี่ ขณะที่กลุ่มชาวมุสลิมชีอะห์ที่มีไม่มากนัก แบ่งเป็นชุมชนที่อยู่ในกรุงเทพฯ และในจังหวัดนครศรีธรรมราช

ผู้ที่มีเชื้อสายจีนและเวียดนามส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธนิกายมหายานหรือเถรวาท นอกจากนี้ ผู้ที่มีเชื้อสายจีนจำนวนมาก รวมทั้งชาวเมี่ยน ยังนับถือลัทธิเต๋าในรูปแบบต่าง ๆ ด้วย ชาวคริสต์ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีเชื้อสายจีน หรือเป็นกลุ่มชนเผ่าทางภาคเหนือ กว่าครึ่งหนึ่งของชุมชนชาวคริสต์นับถือนิกายโรมันคาทอลิก

หมวดที่ 2.

สถานะด้านการเคารพเสรีภาพในการนับถือศาสนาของรัฐบาล

กรอบทางกฎหมาย

รัฐธรรมนูญ “ห้ามมิให้เลือกปฏิบัติด้วยเหตุความเชื่อทางศาสนา” อีกทั้งยังระบุว่า มนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกันตามกฎหมาย โดยไม่คำนึงถึงความเชื่อทางศาสนา และอนุญาตให้ทุกคนนับถือศาสนา ปฏิบัติตามหลักศาสนา หรือประกอบกิจทางศาสนาใดก็ได้ตามที่ต้องการ ตราบใดที่เสรีภาพดังกล่าวมิได้ “เป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของรัฐ” รัฐธรรมนูญให้อำนาจรัฐในการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา ตลอดจนศาสนาอื่น ๆ แต่ก็มีบทบัญญัติเพื่อส่งเสริมศาสนาพุทธนิกายเถรวาทเป็นพิเศษโดยการให้ความรู้ เผยแผ่หลักคำสอนของศาสนา และกำหนดมาตรการและกลไก “ในการป้องกันมิให้มีการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนาไม่ว่าในรูปแบบใด”

ในปี 2559 รัฐบาลทหารในขณะนั้นมีคำสั่งพิเศษให้รัฐอุปถัมภ์และคุ้มครอง “ทุกศาสนาอันเป็นที่รับรอง” ในประเทศ แต่ก็ได้กำหนดให้หน่วยงานของรัฐทั้งหมดดูแลให้มี “การเผยแผ่หลักธรรมคำสอนที่ถูกต้อง” ตามแนวทางของศาสนาโดยไม่ “บิดเบือนให้เป็นความขัดแย้งในหมู่ศาสนิกชน” โดยคำสั่งดังกล่าวยังคงมีผลอยู่ กฎหมายห้ามไว้โดยเฉพาะมิให้มีการดูหมิ่นหรือเหยียดหยามศาสนาพุทธและพระสงฆ์ ผู้ฝ่าฝืนจะต้องโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท (580 เหรียญสหรัฐ) หรือทั้งจำทั้งปรับ ประมวลกฎหมายอาญาห้ามดูหมิ่นหรือก่อความรบกวนในศาสนสถานหรือศาสนพิธีของกลุ่มศาสนาที่ทางราชการรับรอง มิฉะนั้น จะต้องโทษจำคุกตั้งแต่ 1-7 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-140,000 บาท (580-4,100 เหรียญสหรัฐ) หรือทั้งจำทั้งปรับ

กฎหมายรับรองกลุ่มศาสนา 5 กลุ่มอย่างเป็นทางการ ได้แก่ กลุ่มพุทธ กลุ่มมุสลิม กลุ่มพราหมณ์-ฮินดู กลุ่มซิกข์ และกลุ่มคริสต์ แม้ว่าประเทศไทยจะไม่มีศาสนาประจำชาติอย่างเป็นทางการ แต่รัฐธรรมนูญยังคงบัญญัติให้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะ และทรงเป็น “อัครศาสนูปถัมภก”

กลุ่มศาสนาที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มศาสนาที่ทางราชการรับรองทั้ง 5 กลุ่มมีสิทธิขอจดทะเบียนเพื่อรับสิทธิประโยชน์จากรัฐ เช่น ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐ ได้รับยกเว้นภาษีทรัพย์สินและภาษีเงินได้ และได้รับการพิจารณาวีซ่าพักอาศัยเป็นพิเศษสำหรับเจ้าหน้าที่ชาวต่างชาติ สิทธิประโยชน์เหล่านี้ได้รับเงินอุดหนุนภายใต้กฎหมายและระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ในหน่วยงานหลายแห่ง ทั้งนี้ ทางการไม่ได้บังคับกลุ่มศาสนาให้ต้องจดทะเบียน และกลุ่มศาสนาต่าง ๆ อาจดำเนินการได้โดยไม่ถูกรัฐบาลแทรกแซง ไม่ว่าจะได้รับการจดทะเบียนหรือการรับรองอย่างเป็นทางการหรือไม่ก็ตาม กรมการศาสนามีหน้าที่รับผิดชอบในการจดทะเบียนกลุ่มศาสนาต่าง ๆ ยกเว้นกลุ่มพุทธที่ดูแลโดยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระของรัฐภายใต้การกำกับดูแลโดยตรงของนายกรัฐมนตรี พระสงฆ์ที่มีตำแหน่งด้านการบริหารและการปกครองยังได้รับเงินประจำเดือนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เช่นเดียวกับผู้นำศาสนาอิสลามที่ได้รับเงินเดือนจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย

กรมการศาสนาอาจจดทะเบียนนิกายใหม่นอกกลุ่มศาสนาที่ทางราชการรับรองทั้ง 5 กลุ่ม เฉพาะในกรณีที่นิกายดังกล่าวมีคุณสมบัติต่อไปนี้ มีสาวกทั่วประเทศอย่างน้อย 5,000 คน มีหลักคำสอนอันเป็นเอกลักษณ์ในทางศาสนศาสตร์ ไม่ได้ดำเนินกิจกรรมทางการเมือง และได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากที่ประชุมซึ่งกรมการศาสนาจัดขึ้น โดยมีตัวแทนจากกระทรวงที่เกี่ยวข้องและกลุ่มศาสนาที่ทางราชการรับรองทั้ง 5 กลุ่ม นอกจากนี้ ผู้นำกลุ่มศาสนาที่ประสงค์จะจดทะเบียนกับกรมการศาสนาจะต้องยื่นเอกสารแสดงวัตถุประสงค์และวิธีดำเนินการ ความสัมพันธ์ใด ๆ กับต่างประเทศ บัญชีรายชื่อสมาชิกบริหารและเจ้าหน้าที่อาวุโส ตลอดจนที่ตั้งของสถานที่บริหาร ศาสนสถาน และสำนักสอนศาสนา ทั้งนี้ รัฐบาลยังไม่ได้รับรองกลุ่มศาสนาใหม่ใด ๆ อีกนอกจาก 5 กลุ่มหลักข้างต้น และรายงานของกรมการศาสนาระบุว่า ยังไม่ได้รับเอกสารแจ้งความจำนงจดทะเบียนใด ๆ ในปีนี้ องค์กรภาคประชาสังคมรายงานว่า กลุ่มศาสนาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนยังคงดำเนินการโดยอิสระ แม้ว่าไม่ได้รับการรับรองหรือการขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการ และแนวปฏิบัติของรัฐบาลที่ไม่ได้รับรองหรือขึ้นทะเบียนกลุ่มศาสนาใหม่ก็มิได้เป็นการจำกัดกิจกรรมของพวกเขา

รัฐธรรมนูญห้ามนักบวช สามเณร พระสงฆ์ และพระอื่น ๆ ในศาสนาพุทธลงคะแนนเสียงเลือกตั้งหรือลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา หรือดำรงตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการเมือง นักบวชในศาสนาคริสต์สามารถลงคะแนนเสียงเลือกตั้งได้ ตราบใดที่ไม่ได้สวมใส่เครื่องแต่งกายทางศาสนาไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ทั้งนี้ นอกจากจุฬาราชมนตรี (ผู้ตัดสินชี้ขาดสูงสุดทางศาสนาอิสลาม) แล้ว อิหม่ามไม่ถือว่าเป็นพระหรือนักบวช ดังนั้นจึงลงคะแนนเสียงเลือกตั้งและดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้

มหาเถรสมาคมทำหน้าที่เป็นหน่วยงานปกครองคณะสงฆ์ในประเทศไทย พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการมหาเถรสมาคมตามพระราชอัธยาศัย โดยไม่ต้องคำนึงถึงสมณศักดิ์ของพระสงฆ์ และไม่ต้องผ่านความเห็นชอบหรือทรงปรึกษาหารือกับสมเด็จพระสังฆราช ผู้ซึ่งพระมหากษัตริย์มีพระราชอำนาจแต่งตั้งตามกฎหมายด้วยเช่นกัน

ประมวลกฎหมายอาญาห้ามกระทำการใด ๆ ที่เหยียดหยามหรือดูหมิ่นศาสนา ไม่ว่าจะเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือศาสนสถาน มิฉะนั้น จะต้องโทษจำคุกตั้งแต่ 2-7 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000-14,000 บาท (58-406 เหรียญสหรัฐ) หรือทั้งจำทั้งปรับ

กฎหมายบัญญัติให้สถานศึกษาทั้งระดับชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษาให้ความรู้เกี่ยวกับศาสนาแก่นักเรียนทุกคนโดยไม่มีข้อยกเว้น หลักสูตรต้องมีเนื้อหาเกี่ยวกับกลุ่มศาสนาที่ทางราชการรับรองทั้ง 5 กลุ่ม นักเรียนที่ต้องการจะศึกษาศาสนาใดศาสนาหนึ่งอย่างละเอียดอาจเข้าเรียนที่โรงเรียนสอนศาสนาของเอกชน และโอนหน่วยกิตไปยังโรงเรียนรัฐบาลได้ โรงเรียนที่ร่วมมือกับองค์กรบริหารท้องถิ่นของตน ได้รับอนุญาตให้เปิดวิชาศาสนศึกษาเพิ่มเติมได้ ปัจจุบันมีโรงเรียนคาทอลิกและโปรเตสแตนต์ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการดูแลด้านหลักสูตรและการจดทะเบียนอยู่ประมาณ 350 แห่ง มหาเถรสมาคมจัดทำหลักสูตรพิเศษด้านพุทธศาสนศึกษา และคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยจัดทำหลักสูตรพิเศษด้านอิสลามศึกษา ซึ่งอยู่ในภาคบังคับของโรงเรียนรัฐบาล

คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยประกอบด้วยสมาชิกชาวมุสลิมที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง และมีหน้าที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับประเด็นทางศาสนาอิสลามแก่กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงมหาดไทย รัฐบาลให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่สถาบันการศึกษาศาสนาอิสลาม รวมถึงมอบเงินทุนสำหรับการก่อสร้างมัสยิดและการเข้าร่วมพิธีฮัจญ์ โดยทั่วไป ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้มักจ่ายเงินค่าเดินทางไปเข้าร่วมพิธีฮัจญ์ให้แก่จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยใช้เงินทุนที่ได้รับจากรัฐบาลส่วนกลาง มีโรงเรียนอิสลามระดับชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษาหลายร้อยแห่งทั่วประเทศ นักเรียนสามารถรับการศึกษาศาสนาอิสลามในจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย 4 วิธีดังต่อไปนี้ 1. จากโรงเรียนที่รัฐบาลให้เงินอุดหนุนและเปิดสอนศาสนาอิสลามตามหลักสูตรระดับประเทศ 2. จากโรงเรียนอิสลามของเอกชนที่เปิดสอนวิชาอื่น ๆ นอกเหนือจากวิชาคัมภีร์อัลกุรอาน เช่น วิชาภาษาต่างประเทศ (ภาษาอาหรับและภาษาอังกฤษ) อย่างไรก็ดี หลักสูตรดังกล่าวไม่จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาล 3. จากโรงเรียนอิสลามของเอกชนประเภทไปกลับที่เปิดสอนศาสนาอิสลามตามหลักสูตรของโรงเรียนให้แก่นักเรียนทุกวัย และ 4. จากหลักสูตรศาสนาหลังเลิกเรียนสำหรับเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ซึ่งมักจะจัดสอนที่มัสยิด

กระทรวงยุติธรรมอนุญาตให้นำหลักชะรีอะฮ์มาใช้เป็นกระบวนการตามกฎหมายแบบพิเศษ แม้ว่าจะไม่ได้บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่ง และใช้บังคับกับชาวมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ในส่วนของกฎหมายครอบครัวและมรดก ศาลจังหวัดบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว และผู้เชี่ยวชาญด้านชะรีอะฮ์เป็นผู้ให้คำแนะนำแก่ผู้พิพากษา กฎหมายได้วางโครงสร้างบริหารของชุมชนชาวมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไว้อย่างเป็นทางการ รวมถึงกระบวนการในการเลือกจุฬาราชมนตรี ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาราชการด้านกิจการศาสนาอิสลาม

กรมการศาสนากำหนดจำนวนผู้สอนศาสนาชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนและปฏิบัติงานในประเทศไทยไว้ดังต่อไปนี้ ชาวคริสต์ 1,357 คน ชาวมุสลิม 6 คน ชาวฮินดู 20 คน และชาวซิกข์ 41 คน การขึ้นทะเบียนจะทำให้ได้รับสิทธิประโยชน์บางประการ เช่น การได้รับวีซ่าที่อายุนานขึ้น ตัวแทนของกลุ่มศาสนาที่ทางราชการรับรองทั้ง 5 กลุ่มอาจขอวีซ่าอายุ 1 ปีแบบต่ออายุได้ ผู้สอนศาสนาชาวต่างชาติจากกลุ่มศาสนาอื่น ๆ มีสิทธิได้รับวีซ่าสำหรับผู้สอนศาสนาและต้องมีวีซ่านักท่องเที่ยว ซึ่งจะต้องต่ออายุวีซ่าทุก ๆ 90 วัน กลุ่มศาสนาต่าง ๆ รายงานว่า การไม่ได้ขึ้นทะเบียนไม่เป็นอุปสรรคสำคัญต่อกิจกรรมการสอนศาสนาของชาวต่างชาติ และผู้สอนศาสนาหลายคนจากกลุ่มศาสนาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนก็สามารถทำงานในไทยได้โดยรัฐบาลไม่ได้เข้ามาแทรกแซง

กฎหมายคนเข้าเมืองไม่ยอมรับสถานภาพผู้ลี้ภัยที่ UNHCR ให้การรับรองของบุคคลจากประเทศอื่น และกฎหมายนี้ยังไม่มีข้อยกเว้นในการบังคับใช้กับผู้ลี้ภัยหรือผู้แสวงหาที่พักพิง รวมถึงผู้ที่ให้เหตุผลว่าต้องหนีจากการข่มเหงทางศาสนา บุคคลเหล่านี้ต้องถูกจับกุมและกักตัวไว้ด้วยความผิดในฐานเดียวกันกับบุคคลที่ไม่มีสถานภาพการเข้าเมืองอย่างถูกกฎหมาย

ปัจจุบันประเทศไทยเป็นรัฐภาคีแห่งกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง

แนวทางปฏิบัติของรัฐบาลไทย

เมื่อวันที่ 21 กันยายน นายกรัฐมนตรีไทยและนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย รวมทั้งเจ้าหน้าที่และผู้แทนจากทั้งสองประเทศ ได้พบปะและหารือเกี่ยวกับกระบวนการส่งเสริมสันติภาพและการพัฒนาภูมิภาคชายแดนทางภาคใต้ของไทย รัฐบาลมาเลเซียช่วยประสานงานการพูดคุยระหว่างรัฐบาลไทยกับขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี (บีอาร์เอ็น) ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่ใหญ่ที่สุด ก่อนหน้านี้ ในเดือนกุมภาพันธ์ บีอาร์เอ็นในไทยตกลงยอมรับแผนยุทธศาสตร์เพื่อสร้างสันติสุข แต่หลังจากนั้นหนึ่งเดือน บีอาร์เอ็นได้ระงับการหารือนี้เพราะต้องการรอการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ภายหลังการเลือกตั้ง จนถึงสิ้นปี ยังไม่มีการเจรจาดังกล่าวต่อ

ผู้นำมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงแสดงความคับข้องใจเนื่องจากรู้สึกว่าถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเลือกปฏิบัติ และเห็นว่าระบบศาลยุติธรรมขาดการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจที่เพียงพอ กลุ่มด้วยใจยังคงแสดงความกังวลเกี่ยวกับการที่กองกำลังความมั่นคงตรวจเก็บดีเอ็นเอจากผู้ต้องสงสัยว่าก่อความไม่สงบและสมาชิกครอบครัวของพวกเขาโดยการข่มขู่และใช้กำลังบังคับ ในเดือนตุลาคม กลุ่มด้วยใจรายงานว่า ทางการตรวจเก็บดีเอ็นเอจากผู้หญิงอายุ 67 ปี หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนเข้าค้นบ้านเธอและสอบถามเกี่ยวกับบุตรชายซึ่งไม่อยู่บ้านในขณะนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนอ้างว่า การเก็บดีเอ็นเอก็เพื่อตรวจสอบว่าบุตรชายของเธอมีส่วนร่วมในเหตุการณ์ต่อต้านรัฐบาลช่วงก่อนหน้านี้หรือไม่ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ซึ่งเป็นองค์กรนอกภาครัฐ เปิดเผยว่า ในปีนี้ได้รับคำร้องเรียน 21 กรณีจากบุคคลที่ถูกทางการขู่เข็ญหรือบังคับตรวจดีเอ็นเอ

ข้อมูลของศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ระบุว่า เจ้าหน้าที่ทางการปฏิบัติการบุกและตรวจค้นผู้ก่อความไม่สงบชาวมุสลิม 67 ครั้งในระหว่างปี

ทางการยังคงใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินและพระราชบัญญัติกฎอัยการศึกที่บังคับใช้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาตั้งแต่ปี 2548 และ 2547 ตามลำดับ ซึ่งให้อำนาจแก่ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนในการจำกัดสิทธิพื้นฐานบางประการ ซึ่งรวมถึงการขยายระยะเวลาการกักตัวก่อนการพิจารณาคดีและขยายขอบเขตการเข้าตรวจค้นโดยไม่มีหมายศาล ทางการให้อำนาจบางประการด้านความมั่นคงภายในแก่กองทัพ ซึ่งมักส่งผลให้ชาวมุสลิมกล่าวหาว่ามีการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม เช่น การตรวจค้นยานพาหนะที่มีผู้โดยสารชาวมุสลิมบ่อยกว่าปกติ

รายงานของกลุ่มสิทธิมนุษยชนและสื่อมวลชนระบุว่า ผู้ลี้ภัยและผู้แสวงหาที่พักพิงบางคนหลบหนีการข่มเหงทางศาสนามาจากประเทศบ้านเกิด UNHCR ระบุว่า ตามกฎหมายของไทยแล้ว ผู้ลี้ภัยและผู้แสวงหาที่พักพิงที่เข้าประเทศโดยไม่มีวีซ่าถูกต้องตามกฎหมาย ถือเป็นคนต่างด้าวผิดกฎหมาย จึงอาจถูกจับกุม กักตัว และส่งตัวกลับประเทศ ไม่ว่าจะได้ขึ้นทะเบียนกับทาง UNHCR ไว้แล้วหรือไม่ก็ตาม อย่างไรก็ตาม โดยปกติแล้ว ทางการจะไม่เนรเทศบุคคลที่มีสถานะผู้แสวงหาที่พักพิงหรือผู้ลี้ภัยของ UNHCR อย่างถูกต้อง UNHCR ยังรายงานอีกว่า ผู้แสวงหาที่พักพิงและผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่ รวมถึงบรรดาผู้ที่ถูกกักตัว ไม่มีความเสี่ยงที่จะถูกส่งตัวกลับไปสู่อันตราย

โดยทั่วไป รัฐบาลอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ UNHCR เข้าพบผู้แสวงหาที่พักพิงและผู้ลี้ภัยที่ถูกกักตัวอยู่ได้ ในบางกรณี ผู้ลี้ภัยที่ UNHCR รับรองสถานะ ซึ่งรวมถึงผู้ที่หลบหนีจากการข่มเหงทางศาสนา รายงานว่า ตนพักอยู่ที่ศูนย์กักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในสภาพแออัดเป็นเวลาหลายปี ในหลายกรณี ทางการให้แม่และเด็กอยู่ในสถานพักพิง เพื่อปฏิบัติตามนโยบายลดการกักตัวผู้อพยพที่เป็นเด็ก สถานพักพิงดังกล่าวมีพื้นที่มากกว่าศูนย์กักกันฯ แต่ยังคงจำกัดเสรีภาพในการเดินทางอย่างเคร่งครัดในบางกรณี และบางแห่งก็อนุญาตให้เดินทางได้บ้างเพียงไม่กี่ครั้ง อย่างไรก็ตาม ระหว่างปีมีรายงานจำนวนมากจากองค์กรนอกภาครัฐระหว่างประเทศที่ระบุว่า ทางการกักตัวผู้ลี้ภัยและผู้แสวงหาที่พักพิงที่เป็นเด็กในศูนย์กักกันฯ หรือสถานีตำรวจในท้องถิ่น ซึ่งรวมไปถึงเด็กชาวมุสลิมโรฮีนจาที่หลบหนีจากการข่มเหงทางศาสนาและชาติพันธุ์มาจากพม่า

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ศูนย์ข้อมูลฝ่าหลุนต้าฝ่าออกแถลงการณ์ที่ระบุว่า มีสมาชิกฝ่าหลุนกงหลายคนที่เดินทางจากประเทศจีนมายังประเทศไทย และถูกกักตัวอยู่ในศูนย์กักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมาตั้งแต่ปี 2557 สมาชิกเหล่านี้ถูกกักตัวเพราะฝ่าฝืนกฎหมายคนเข้าเมือง มิใช่เพราะอัตลักษณ์ทางศาสนาของพวกเขา มีรายงานว่า พวกเขาได้ขอสถานะผู้ลี้ภัยจาก UNHCR แต่ทางการไทยไม่ยอมรับว่าเป็นเหตุในการเดินทางเข้าประเทศอย่างถูกกฎหมาย

ในเดือนพฤศจิกายน แหล่งข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองได้จับกุมชาวมองตานญาด ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ในเวียดนามที่นับถือศาสนาคริสต์ จำนวน 10 กว่าคนซึ่งหนีออกจากประเทศเวียดนาม บางคนแจ้งว่าได้รับการรับรองสถานภาพผู้ลี้ภัยหรือผู้แสวงหาที่พักพิงจาก UNHCR แล้ว การจับกุมดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางรายงานที่ว่า มีผู้อพยพผิดกฎหมายจากประเทศเวียดนามเดินทางมาไทยเป็นจำนวนเพิ่มขึ้น กฎหมายคนเข้าเมืองไม่มีข้อยกเว้นให้แก่บุคคลที่ UNHCR รับรองสถานะ ไม่มีรายงานใดที่ระบุว่า การจับกุมชาวมองตานญาดกรณีฝ่าฝืนกฎหมายคนเข้าเมือง มีสาเหตุมาจากอัตลักษณ์ทางศาสนา

สื่อและองค์กรนอกภาครัฐรายงานว่า ผู้แสวงหาที่พักพิงชาวมุสลิมอุยกูร์หลายสิบคนที่มาจากจีนยังคงพำนักอยู่ในศูนย์กักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยส่วนใหญ่ถูกกักตัวมาตั้งแต่ปี 2558 องค์กรด้านมนุษยธรรมรายงานว่า ทางการจีนยังคงกดดันให้รัฐบาลไทยส่งตัวชาวอุยกูร์กลับไปจีน กลุ่มที่ดำเนินงานด้านมนุษยธรรมดังกล่าวเรียกร้องให้รัฐบาลอนุญาตให้บุคคลเหล่านี้ย้ายถิ่นฐานไปยังประเทศที่พวกเขาเลือก ที่ซึ่งพวกเขาจะได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มที่ในฐานะผู้ลี้ภัย และไม่ต้องถูกกักตัวอยู่ในศูนย์กักกัน

เมื่อวันที่ 23 เมษายน ฮิวแมนไรท์วอทช์รายงานการเสียชีวิตของมัตโตห์ตี มัตตูร์ซุน (หรือที่รู้จักกันในชื่อ มูฮัมหมัด ตูร์ซุน) ผู้แสวงหาที่พักพิงชาวอุยกูร์ที่ใช้เวลา 9 ปีในศูนย์กักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง รายงานระบุว่า มัตตูร์ซุนเสียชีวิตเนื่องจากอาการตับวาย ในเดือนกุมภาพันธ์ มีรายงานว่า อาซิซ อับดุลลาห์ ชาวอุยกูร์อีกคนที่ถูกกักตัวในศูนย์กักกันสวนพลู เสียชีวิตในวัย 49 ปีเนื่องจากโรคปอดอักเสบ องค์กรนอกภาครัฐกล่าวว่า การเสียชีวิตทั้งสองกรณีเป็นผลมาจากสภาพที่ย่ำแย่ภายในศูนย์กักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และทางการปฏิเสธไม่ให้การรักษาทางการแพทย์อย่างเพียงพอ

สื่อและองค์กรนอกภาครัฐรายงานว่า ในเดือนมีนาคม เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองในเมืองพัทยาได้จับกุมสมาชิกชาวจีนของโบสถ์คริสเตียนที่ชื่อว่า โบสถ์เซินเจิ้น โฮลี รีฟอร์ม (Shenzhen Holy Reformed Church) โดยหลายสิบคนในจำนวนนี้เป็นเด็ก ในข้อหาอยู่เกินวีซ่า และกักตัวพวกเขาไว้ในศูนย์กักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ทั้งนี้ ไม่มีรายงานที่ระบุว่าสาเหตุของการจับกุมและกักตัวมาจากความเชื่อทางศาสนา กลุ่มสมาชิกดังกล่าวได้ยื่นขอสถานะผู้ลี้ภัยกับ UNHCR และในเดือนเมษายน เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองได้เอื้ออำนวยให้กลุ่มคนเหล่านี้เดินทางออกนอกประเทศเพื่อไปยังประเทศที่สาม

รัฐบาลยังคงเดินหน้าสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีอาชญากรรมการฉ้อโกงต่อกรณีที่มีการกล่าวหาว่า พระสงฆ์อาวุโสและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติยักยอกทรัพย์

เมื่อวันที่ 9  พฤษภาคม ตำรวจนำกำลังบุกค้นวัดป่าธรรมคีรี จังหวัดนครราชสีมา และพบทองคำและเครื่องประดับคิดเป็นมูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท (2.9 ล้านเหรียญสหรัฐ) ทางการยังได้จับกุมพระสงฆ์ 5 รูปและพนักงานขับรถหนึ่งคน ต่อมาในวันที่ 11 พฤษภาคม หลังจากที่มีการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติม ทางการได้จับกุมพระสงฆ์อีก 2 รูป และตั้งข้อหาพระสงฆ์ 7 รูปและพนักงานขับรถ 2 คนที่ยักยอกเงินบริจาคประมาณ 300 ล้านบาท (8.7 ล้านเหรียญ) ที่ทางวัดได้รับมาตั้งแต่ปี 2563

ภิกษุและคณะกรรมการวัดยังคงปฏิบัติตามคำสั่งของมหาเถรสมาคมในปี 2561 ซึ่งห้ามใช้พื้นที่ของวัดจัดกิจกรรมหรือชุมนุมทางการเมือง การประชุม หรือสัมมนาเพื่อวัตถุประสงค์ที่ละเมิดกฎหมายหรือกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ความสงบเรียบร้อยทางสังคม หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

ยังไม่มีข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีฟ้องร้องนายอัยย์ เพชรทอง เลขาธิการองค์กรปกป้องพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพ ซึ่งได้หมิ่นประมาทนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ชาวไทยมุสลิมผู้เป็นหัวหน้าพรรคประชาชาติ นอกจากนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ยังได้ฟ้องคดีแพ่งต่อนายอัยย์ในข้อหาหมิ่นประมาทอื่น ๆ กรณีที่นายอัยย์โพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์กล่าวหาว่า นายวันมูหะมัดนอร์เป็นผู้นำขบวนการก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้ ณ สิ้นปี คดีอาญายังคงอยู่ระหว่างการอุทธรณ์ และศาลยังไม่ได้ตัดสินความผิดในส่วนของคดีแพ่ง

กฎหมายยังคงไม่รับรองสถานะของภิกษุณีอย่างเป็นทางการ แม้ว่าในปี 2558 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้แนะนำให้รัฐบาลแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้วก็ตาม มหาเถรสมาคมยังคงห้ามผู้หญิงบวชเป็นภิกษุณี และผู้หญิงที่ประสงค์ครองสมณเพศมักเดินทางไปเข้ารับการอุปสมบทที่ศรีลังกา ทั้งนี้ จากจำนวนนักบวชในพระพุทธศาสนา 239,023 รูปทั่วประเทศ มีภิกษุณี 250-300 รูป แต่เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยความเท่าเทียมระหว่างเพศยกเว้นกรณีที่เกี่ยวข้องกับ “การปฏิบัติตามหลักการทางศาสนา” ภิกษุณีจึงไม่ได้รับการคุ้มครองด้านความเท่าเทียมระหว่างเพศ เจ้าหน้าที่ทางการยังคงไม่ได้ต่อต้านหรือสนับสนุนการอุปสมบทภิกษุณีอย่างเป็นทางการ และยังอนุญาตให้ภิกษุณีปฏิบัติศาสนกิจและก่อตั้งอารามและวัดได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไม่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ อารามของภิกษุณียังคงไม่สามารถรับสิทธิประโยชน์ใด ๆ จากรัฐบาลเหมือนที่วัดในพระพุทธศาสนาได้รับ ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว ได้แก่ การยกเว้นภาษี การรักษาพยาบาลโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และเงินอุดหนุนสำหรับการก่อสร้างและดำเนินโครงการด้านสวัสดิการสังคม ภิกษุณีไม่ได้รับความคุ้มครองเป็นพิเศษจากรัฐบาลจากการประทุษร้ายทางวาจาและทางกาย เหมือนเช่นที่ภิกษุสงฆ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับ

มหาวิทยาลัยฟาฏอนี มหาวิทยาลัยอิสลามแห่งเดียวในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาล ยังคงเปิดสอนหลักสูตรพิเศษให้แก่นักเรียนชาวมุสลิม โดยจัดการเรียนการสอนเป็นภาษาไทย อังกฤษ อาหรับ และมลายู ตลอดจนจัดให้มีวิชาสันติศึกษาเป็นวิชาบังคับ และผนวกหลักการทางศาสนาเข้ากับวิชาส่วนใหญ่ที่เปิดสอน มหาวิทยาลัยคริสเตียนของเอกชน 3 แห่ง ยังคงเปิดสอนวิชาเกี่ยวกับศาสนาโดยเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร และเปิดสอนให้แก่นักศึกษาทั่วไปไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดก็ตาม

สำหรับปีงบประมาณที่สิ้นสุด ณ วันที่ 30 กันยายน รัฐบาลจัดสรรงบประมาณให้แก่กรมการศาสนาสำหรับโครงการริเริ่มเกี่ยวกับศาสนาต่าง ๆ นอกจากพระพุทธศาสนาประมาณ 294 ล้านบาท (8.5 ล้านเหรียญสหรัฐ) ซึ่งเป็นจำนวนเดียวกับปีงบประมาณก่อนหน้า โดยในจำนวนนี้ ประมาณ 261.4 ล้านบาท (7.6 ล้านเหรียญสหรัฐ) ถูกจัดสรรไว้สำหรับวางแผนเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการส่งเสริมศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม รวมทั้งการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างศาสนาและความเชื่อต่าง ๆ ผ่านโครงการสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นจำนวนที่เท่ากันกับปีงบประมาณก่อนหน้า กรมการศาสนายังได้รับเงินจำนวน 1.1 ล้านบาท (32,000 เหรียญสหรัฐ) สำหรับโครงการแก้ไขความขัดแย้งและพัฒนาพื้นที่ชายแดนภาคใต้ นอกจากนี้ รัฐบาลได้จัดสรรงบจำนวน 4,190 ล้านบาท (122 ล้านเหรียญสหรัฐ) ให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติแยกต่างหากจากกรมการศาสนา ซึ่งเท่ากับในปีงบประมาณก่อนหน้า

รัฐบาลยังคงให้การรับรองคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดที่ได้รับการแต่งตั้ง ซึ่งมีหน้าที่ให้คำแนะนำแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดเกี่ยวกับประเด็นด้านศาสนาอิสลาม การตัดสินใจเกี่ยวกับการตั้งมัสยิด การย้ายมัสยิด การรวมมัสยิด และการยุบเลิกมัสยิด การแต่งตั้งอิหม่าม รวมทั้งการออกประกาศและการอนุมัติศาสนกิจของศาสนาอิสลาม สมาชิกคณะกรรมการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงรายงานว่า คณะกรรมการบางคนให้คำปรึกษาด้านการจัดการกับประเด็นชาตินิยมเชิงชาติพันธุ์และความตึงเครียดทางศาสนาในพื้นที่แก่เจ้าหน้าที่รัฐบาล

ไทยมีพระสงฆ์เผยแผ่พระพุทธศาสนา โดยเฉพาะบริเวณชายแดนที่มีกลุ่มชาติพันธุ์ของประเทศอาศัยอยู่ โดยได้รับเงินทุนบางส่วนจากรัฐบาล พระสงฆ์ที่เผยแผ่ศาสนาดำเนินกิจกรรมใน 279 ชุมชนและชุมชนชาวเขาชนเผ่าต่าง ๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ตาก และเพชรบูรณ์ โดยมุ่งเน้นที่การสอนหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาและการพัฒนาชุมชน พระสงฆ์เหล่านี้จะต้องผ่านการฝึกอบรมและเข้าร่วมโครงการการศึกษาที่มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งจากมหาเถรสมาคมให้เผยแผ่พระพุทธศาสนา ทั้งนี้ ตามกฎข้อบังคับของทางการ พระภิกษุต่างชาติไม่ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้เผยแผ่พระพุทธศาสนาภายในประเทศ

จากข้อมูลสถิติของรัฐบาลตั้งแต่ปี 2565 ระบุว่า มีกลุ่มครูสอนศาสนาต่างชาติที่จดทะเบียนและมีวีซ่าดำเนินงานในประเทศมีจำนวน 11 กลุ่ม ได้แก่ ศาสนาคริสต์ 6 กลุ่ม ศาสนาอิสลาม 1 กลุ่ม ศาสนาฮินดู 2 กลุ่ม และศาสนาซิกข์ 2 กลุ่ม ในปี 2566 รัฐบาลรายงานว่า มีครูสอนศาสนาต่างชาติจำนวน 1,004 คน ซึ่งประกอบด้วยชาวคริสต์ 949 คน ชาวมุสลิม 3 คน ชาวฮินดู 20 คน และชาวซิกข์ 32 คน ชาวต่างชาติบางคนเดินทางเข้าประเทศด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว และทำงานเผยแผ่ศาสนาหรือกิจกรรมสนับสนุนผู้เผยแพร่ศาสนา โดยต้องเดินทางออกจากประเทศไทยภายใน 90 วัน

ศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย (มอรมอน) ยังคงได้รับอนุญาตจากกระทรวงการต่างประเทศและสภาความมั่นคงแห่งชาติ ให้มีผู้สอนศาสนาเต็มจำนวน 200 คนได้เป็นพิเศษ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ทางกลุ่มได้ทำพิธีอุทิศถวายพระวิหารแห่งใหม่ที่ก่อสร้างขึ้นในกรุงเทพฯ ซึ่งถือเป็นวิหารแห่งแรกในไทย

กลุ่มผู้นับถือศาสนาพุทธบางกลุ่มยังคงแสดงความคับข้องใจเนื่องจากรู้สึกว่าชาวมุสลิมได้รับสิทธิพิเศษ เช่น ความช่วยเหลือด้านการเงิน การจ้างงาน และการลดเกณฑ์การสอบเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยสำหรับนักเรียนชาวมุสลิม เมื่อวันที่ 18 มกราคม รัฐบาลได้ตอบสนองด้วยการขยายโครงการความช่วยเหลือที่มีอยู่ ซึ่งแต่เดิมสงวนไว้สำหรับนักเรียนชาวมุสลิม ให้ครอบคลุมนักเรียนที่นับถือศาสนาใดก็ได้

สมาชิกชุมชนพื้นเมืองบางส่วนเปิดเผยว่า รัฐบาลส่งเสริมการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและศาสนา และสนับสนุนการให้โอกาสทางเศรษฐกิจแก่ชุมชนพื้นเมืองในการจัดแสดงงานหัตถกรรม วัฒนธรรม และประเพณี นอกจากนี้ สมาชิกชุมชนยังระบุว่า บางครั้งทางการเข้ามากำหนดว่าควรจะผลิตชิ้นงานหัตถกรรมใด หรือจัดให้มีงานฉลองทางวัฒนธรรมท้องถิ่นหรือพิธีกรรมทางศาสนาในวันใดวันหนึ่งประจำสัปดาห์ เพื่อเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชม พวกเขายังเปิดเผยว่าได้รับการขอให้ย้ายออกจากพื้นที่เพื่อให้ทางการดำเนินโครงการพัฒนา โดยได้รับเงินชดเชยที่เป็นธรรม แต่ต่อมาชุมชนกลับไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวที่เป็นมรดกสืบทอดของตนได้อีก ดังนั้นจึงไม่อาจประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเพื่อเคารพสักการะบรรพบุรุษ อันเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาได้อย่างเต็มที่

หมวดที่ 3.

สถานภาพของการให้ความเคารพทางสังคมต่อเสรีภาพในการนับถือศาสนา

เนื่องจากศาสนาและชาติพันธุ์มักมีส่วนสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด จึงเป็นการยากที่จะจำแนกเหตุการณ์ความรุนแรงหลายครั้งที่เกิดจากกลุ่มก่อความไม่สงบชาวมาเลย์มุสลิมว่ามีพื้นฐานจากอัตลักษณ์ทางศาสนาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น รายงานความรุนแรงต่อกลุ่มศาสนาต่าง ๆ และสมาชิกของกลุ่ม ส่วนใหญ่จำกัดอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ซึ่งมีเหตุการณ์ความไม่สงบจากกลุ่มชาตินิยมเชิงชาติพันธุ์มายาวนาน เนื่องจากการแบ่งแยกทางศาสนาระหว่างชาวพุทธ/ชาวมุสลิม ด้วยเหตุนี้ หลายครั้งจึงเป็นเรื่องยากที่จะชี้ชัดถึงต้นเหตุของเหตุการณ์ความไม่สงบ และความแตกต่างระหว่างการปราบปรามเหตุการณ์ความไม่สงบโดยรัฐ ความขัดแย้งระหว่างชุมชนไม่ว่าจะมีสาเหตุมาจากความเชื่อทางศาสนาหรือไม่ก็ตาม และเหตุการณ์ความรุนแรงเนื่องจากอาชญากรรมและยาเสพติด

ข้อมูลของศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ระบุว่า จนถึงวันที่ 30 กันยายน ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งรวมถึงความรุนแรงที่กระทำโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 109 ราย ในจำนวนดังกล่าว เป็นชาวมุสลิม 82 ราย ชาวพุทธ 23 ราย และบุคคลที่ไม่ระบุศาสนา 4 ราย เทียบกับผู้เสียชีวิต 88 รายในปี 2565 ซึ่งประกอบไปด้วยชาวมุสลิม 57 ราย ชาวพุทธ 28 ราย และบุคคลที่ไม่ระบุศาสนา 3 ราย ผู้สังเกตการณ์ให้เหตุผลว่า ความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นนี้มาจากความตึงเครียดทางการเมืองที่สูงขึ้นในช่วงการเลือกตั้งทั่วไป อัตราเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่ำอย่างต่อเนื่อง และความคับข้องใจจากการปฏิบัติการที่รุนแรงของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ซึ่งต้องการจะถอนรากถอนโคนกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบและผู้สนับสนุน ไม่มีรายงานว่าครูตกเป็นเป้าโจมตี ซึ่งแตกต่างจากปีก่อน ๆ

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน อาสาสมัครทหารพราน 2 นายและพระสงฆ์ 2 รูป ในอำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ได้รับบาดเจ็บจากเหตุลอบวางระเบิดแสวงเครื่อง ทางการเชื่อว่าอาสาสมัครทหารพรานที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้ภิกษุสงฆ์ คือเป้าโจมตีในเหตุการณ์ครั้งนี้

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่จังหวัดยะลาส่งผลให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเสียชีวิต 1 นายและบาดเจ็บ 3 นาย จากการสอบปากคำเบื้องต้นพบว่า ผู้ก่อเหตุจุดชนวนระเบิดเมื่อทหารหน่วยลาดตระเวนเดินมาถึง ทางการเชื่อว่า การโจมตีครั้งนี้และเหตุการณ์ลอบวางเพลิงบริเวณเสาสัญญาณโทรศัพท์ในจังหวัดยะลา นราธิวาส และปัตตานี เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม เป็นฝีมือของผู้ก่อความไม่สงบ

เมื่อวันที่ 14 เมษายน ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของเทศกาลถือศีลอด เกิดเหตุโจมตีพร้อมกัน 6 จุดในจังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และยะลา และมีรายงานว่ามีผู้บาดเจ็บหลายราย ทางการระบุว่าการโจมตีดังกล่าวเป็นฝีมือของผู้ก่อความไม่สงบ

เมื่อวันที่ 3 มกราคม สื่อรายงานว่า โรงแรมสยามเคมปินสกี้ในกรุงเทพฯ ได้เปลี่ยนชื่อห้องอาหารหนุมานบาร์เป็น 1897 เลานจ์ เพื่อตอบสนองต่อข้อร้องเรียนจากชุมชนฮินดู บาร์และเครื่องดื่มค็อกเทลที่เป็นเอกลักษณ์ของห้องอาหารนี้ได้ตั้งชื่อตามเทพเจ้าในศาสนาฮินดู และมีรายการอาหารที่ปรุงจากเนื้ออีกด้วย

โครงการก่อสร้างรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม องค์เทพแห่งความเมตตาตามความเชื่อจีน ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ได้เริ่มดำเนินการที่จังหวัดสงขลา ซึ่งมีชาวมุสลิมอาศัยอยู่เป็นส่วนใหญ่ ทว่าปีนี้ไม่มีการรวมตัวประท้วงอย่างกว้างขวางเพื่อคัดค้านการก่อสร้างนี้ ซึ่งแตกต่างจากปีก่อนหน้า

องค์กรปกป้องพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพ ซึ่งเป็นองค์กรนอกภาครัฐ ยังคงวิพากษ์วิจารณ์ศาสนาอิสลามโดยการโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก อีกทั้งยังร้องเรียนว่า การที่พรรคภูมิใจไทยผลักดันการผ่านร่างกฎหมายขับเคลื่อนสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะให้ประโยชน์แก่ประชากรชาวมุสลิมแต่เพียงฝ่ายเดียว

นักเคลื่อนไหวชาวพุทธยังคงรณรงค์เพื่อให้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ แพลตฟอร์มของพรรคแผ่นดินธรรม ซึ่งมีนายกรณ์ มีดี ชาวพุทธชาตินิยมเป็นหัวหน้าพรรค สนับสนุนให้กำหนดพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ และเรียกร้องให้มีการตั้งชุมชนชาวพุทธแยกเป็นพิเศษใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งมีชาวมุสลิมเป็นประชากรส่วนใหญ่ ทางพรรคได้ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งลงในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนพฤษภาคม แต่ไม่มีผู้สมัครคนใดได้รับเลือก

นักวิจารณ์ในแวดวงสื่อและนักวิชาการบางส่วนมองว่า การโจมตีอิสราเอลของกลุ่มฮามาส กองกำลังติดอาวุธ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม รวมถึงการจับตัวประกันและสังหารคนงานไทยหลายสิบคน ได้ก่อให้เกิดบรรยากาศต่อต้านชาวมุสลิมที่รุนแรงขึ้นในช่วงสั้น ๆ ในประเทศไทย รวมถึงการกล่าวหาว่าชาวไทยมุสลิมที่แสดงความเห็นอกเห็นใจชาวปาเลสไตน์ซึ่งสนับสนุนกลุ่มฮามาส ไม่ควรถือว่าเป็นคนไทยอีกต่อไป

หมวดที่ 4.

นโยบายและการมีส่วนร่วมของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา

เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ทุกระดับหารือกับรัฐบาลไทยอยู่เป็นประจำเพื่อส่งเสริมการคุ้มครองผู้ลี้ภัยและผู้แสวงหาที่พักพิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่หลบหนีจากการข่มเหงทางศาสนาและสถานการณ์ความรุนแรง

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม เอกอัครราชทูตและสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ได้เป็นเจ้าภาพจัดงานและนิมนต์พระมหานภันต์ สนฺติภทฺโท ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร มาให้ความรู้เรื่องการรักษาสติ และหารือถึงการมีส่วนร่วมระหว่างศาสนา กับชุมชนคริสเตียนและชุมชนมุสลิม และผลที่ได้รับจากกิจกรรมดังกล่าว ผู้เข้าร่วมงานได้พูดคุยกันถึงผลของการสื่อสารกันมากขึ้นระหว่างศาสนาและความเชื่อต่าง ๆ ต่อการส่งเสริมบทบาทของบุคคลในการสร้างรากฐานการยอมรับความเห็นต่างและความไว้วางใจต่อกัน ซึ่งก่อประโยชน์ให้แก่สังคม รวมถึงในการตระหนักถึงประเด็นปัญหาที่สำคัญ และการหาจุดยืนร่วมกันในการแก้ไขปัญหา

เมื่อวันที่ 29 กันยายน เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ได้เข้าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลถวายพระครูปริยัติธรรมวงศ์ รศ.ดร. เจ้าอาวาสวัดหนองแวงพระอารามหลวง รวมทั้งสักการะพระบรมสารีริกธาตุและเยี่ยมชมหอพระธรรม การเดินทางไปร่วมพิธีดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลสหรัฐฯ สนับสนุนเสรีภาพในการนับถือศาสนาและยังคงเคารพวัฒนธรรมประเพณีไทย

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ เดินทางไปเยือนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งทศวรรษ อีกทั้งยังเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมอิฟฎอรศาสนสัมพันธ์ขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของบรรดาผู้นำชุมชนศาสนาต่าง ๆ ในความพยายามสร้างสันติภาพ เอกอัครราชทูตยังได้กล่าวถึงประวัติศาสตร์ที่เข้มแข็งของสหรัฐฯ ในการเคารพต่อพหุนิยมทางศาสนาและเรียกร้องให้บรรดาผู้นำทางศาสนาในจังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาสยังคงมุ่งสร้างสันติภาพอันยิ่งใหญ่ เสถียรภาพ และชุมชนในภูมิภาคนี้ บรรดาผู้นำท้องถิ่นกว่า 50 คนที่มาร่วมงานนี้ ได้แก่ สมาชิกคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด พระครูและผู้นำในศาสนาพุทธ และนักการเมือง

เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ และเจ้าหน้าที่สถานทูตยังเดินทางไปเยือนศาสนสถานที่มีความสำคัญในท้องถิ่น และพบปะกับ UNHCR องค์กรนอกภาครัฐระหว่างประเทศ นักวิชาการ และตัวแทนองค์กรศาสนาต่าง ๆ เพื่อหารือเกี่ยวกับพหุนิยมทางศาสนา การยอมรับความต่างทางศาสนา และการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ลี้ภัยจากการข่มเหงทางศาสนา

สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ มอบทุนสนับสนุนจำนวนหลายทุนให้แก่องค์กรนอกภาครัฐในจังหวัดชายแดนภาคใต้สำหรับโครงการที่เน้นความหลากหลายและการยอมรับความหลากหลายทางศาสนา การมีส่วนร่วมของเยาวชน การสร้างชุมชน และการฝึกอบรมเกี่ยวกับทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล/ข้อมูลบิดเบือน เจ้าหน้าที่สถานทูตยังจัดให้มีการพูดคุยกันทางออนไลน์ระหว่างผู้นำทางความเชื่อ โดยเชิญนักวิชาการ ผู้นำศาสนา ผู้จัดการชุมชน และผู้ที่มีอิทธิพลทางความคิดต่อเยาวชนมาร่วมการพูดคุยกันเป็นประจำทุกไตรมาส เพื่อสร้างเครือข่ายใหม่ ๆ แบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับประเด็นเสรีภาพทางศาสนา ตลอดจนพิจารณาถึงความร่วมมือในอนาคต

สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลสหรัฐฯ ส่งเสริมในเรื่องเหล่านี้อย่างจริงจัง และมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางศาสนาและศาสนสัมพันธ์ผ่านช่องทางและแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์หลากหลายรูปแบบ