1 ตุลาคม 2568
คำแนะนำเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพ
ในการสมัครขอวีซ่าเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาผู้สมัครวีซ่าทุกท่านจำเป็นต้องผ่านการตรวจสุขภาพโดยแพทย์ที่ระบุไว้ในคำแนะนำนี้ซึ่งเป็นแพทย์ที่ได้รับการอนุมัติจากทางสถานทูตฯ และสามารถทำการตรวจสุขภาพให้แก่ผู้สมัครวีซ่าทุกท่าน ผลการตรวจสุขภาพจากแพทย์อื่นจะไม่เป็นที่ยอมรับในการสมัครวีซ่ากับสถานทูตอเมริกา ค่าธรรมเนียมที่ระบุในด้านล่างนี้คือค่าธรรมเนียมที่ครอบคลุมเฉพาะการตรวจสุขภาพเท่านั้น หากผู้สมัครวีซ่าท่านใดจำต้องมีค่าตรวจอื่นหรือค่าวัคซีนเพิ่ม ผู้สมัครวีซ่าต้องเป็นผู้ชำระค่าใช้จ่ายนอกเหนือจากค่าธรรมเนียมการตรวจสุขภาพนั้นเอง
| โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ | ||||||||||||
| ที่อยู่: 33 ถนนสุขุมวิท ซอย 3 (นานาเหนือ) กรุงเทพฯ โทร: (02) 667-1000 อีเมล:info@bumrungrad.com
แพทย์ผู้ตรวจ: นพ. วัชระพงศ์ แซ่ซื่อ, นพ. วิวัฒน์ วงศ์สิริศักดิ์ ค่าธรรมเนียมการตรวจสุขภาพ:
|
คำเตือน สถานทูตฯ จะไม่ทำการสัมภาษณ์วีซ่าท่าน หากท่านไม่มีผลการตรวจสุขภาพที่สมบูรณ์มาแสดง ณ วันนัดสัมภาษณ์
หากผลการตรวจสุขภาพของท่านไม่เสร็จสมบูรณ์ ณ วันนัดสัมภาษณ์วีซ่า (เนื่องจากผลการตรวจหรือการรักษายังไม่เสร็จสิ้น หรือจากเหตุผลใดก็ตาม) ท่านจะไม่ได้รับอนุญาตเข้ารับการสัมภาษณ์วีซ่า และนัดสัมภาษณ์ วีซ่าที่ท่านมีอยู่ ต้องทำการเลื่อนออกไป จนกว่าผลการตรวจสุขภาพของท่านจะเสร็จสมบูรณ์ โดยท่านสามารถติดต่อขอเลื่อนนัดสัมภาษณ์วีซ่าได้ที่อีเมล visasbkk@state.gov
คำแนะนำ
ท่านควรนำประวัติการเจ็บป่วยหรือประวัติการฉีดวัคซีนไปให้แพทย์ เพื่อประกอบการตรวจสุขภาพด้วย ส่วนเอกสารที่ท่านต้องนำไปในวันตรวจสุขภาพนั้น ได้แก่
- หนังสือเดินทาง (มีอายุการใช้งาน 6 เดือนขึ้นไป)
- รูปถ่ายขนาด5 x 2 นิ้ว จำนวน 4 ใบ (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน)
- ใบยืนยันแบบฟอร์ม DS-260 หรือ DS-160
- จดหมายนัดสัมภาษณ์วีซ่า ที่ออกโดยศูนย์วีซ่าแห่งชาติ (NVC) หรือแผนกกงสุล สถานทูตอเมริกา หรือ GSS
- ท่านควรเตรียมข้อมูลวีซ่าและข้อมูลส่วนตัวบางประการ เพื่อเป็นประโยชน์เวลากรอกแบบฟอร์มการตรวจสุขภาพ ได้แก่ ประเภทวีซ่าของท่าน หมายเลขเคสวีซ่าของท่าน ที่อยู่ปัจจุบันและที่อยู่ในอเมริกาของท่าน
- ประวัติการฉีดวัคซีน
- ข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับประวัติสุขภาพของท่าน
- หากท่านมีการใช้ยาอยู่ในปัจจุบัน ท่านควรที่จะทราบชื่อและส่วนประกอบของยานั้น
- ถ้าท่านเคยเจ็บป่วย และได้รับการผ่าตัด หรือได้รับบาดเจ็บทางร่างกายหรือทางจิตใจ กรุณานำประวัติการรักษาของท่านจากแพทย์หรือจากโรงพยาบาลที่ท่านเคยเข้ารับการรักษามาด้วย
- ประวัติอาชญากรรม (ถ้ามี)
หากท่านไม่สามารถนำเอกสารดังกล่าวไปในวันที่ท่านรับการตรวจสุขภาพนั้น อาจส่งผลให้การดำเนินการขอวีซ่าของท่านล่าช้า เอกสารที่ท่านเตรียมไปให้แพทย์จะถูกเก็บเป็นความลับ
โรงพยาบาลจะเป็นผู้จัดเตรียมแบบฟอร์มการตรวจสุขภาพ (ดีเอส-2054 ดีเอส-3025 ดีเอส-3026 และดีเอส-3030) ของท่านเอง โดยที่ท่านไม่ต้องเตรียมไป เนื่องจากแบบฟอร์มเหล่านี้อยู่ในความรับผิดชอบของแพทย์ผู้ตรวจเท่านั้น
ภายหลังการตรวจ
หากการตรวจเสร็จสิ้นแล้ว แพทย์จะใส่รายงานผลการตรวจสุขภาพของท่านลงในซองปิดผนึกหรือส่งรายงานการตรวจสุขภาพของท่านมายังสถานทูตฯ โดยตรง หากท่านได้รับรายงานผลการตรวจสุขภาพแล้ว กรุณาอย่าเปิดซองรายงานผล ผู้สมัครต้องนำซองรายงานผลตรวจสุขภาพนี้มาในวันสัมภาษณ์วีซ่า และนำซีดีเรดิโอกราฟดิจิตอลมาในวันสัมภาษณ์วีซ่าด้วยย
สำหรับผลตรวจสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์แพทย์จะส่งผลตรวจสุขภาพของท่านผ่านทางระบบออนไลน์
สิ่งสำคัญเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนสำหรับผู้สมัครวีซ่าถาวรและวีซ่าคู่หมั้น (ประเภทเค)
เนื่องจากกฎหมายการตรวจคนเข้าเมืองของประเทศสหรัฐอเมริกาบังคับให้ผู้ที่ยื่นขอวีซ่าถาวรและวีซ่าคู่หมั้น (ประเภทเค) ต้องได้รับการฉีดวัคซีน (ตามรายการด้านล่าง) ดังนั้น ก่อนที่ท่านจะได้รับการพิจารณาอนุมัติวีซ่า แพทย์ผู้ตรวจสุขภาพจำต้องพิจารณาว่าผู้สมัครวีซ่าได้รับวัคซีนตามข้อบังคับหรือไม่ หรือมีวัคซีนชนิดใดตามรายการด้านล่างที่ต้องฉีดเพิ่ม
- คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน
- หัด หัดเยอรมัน คางทูม
- โปลิโอ (ชนิดเชื้อตาย)
- ไวรัสตับอักเสบ เอ
- ไวรัสตับอักเสบ บี
- ไข้สมองอักเสบ (ฮิบ)
- อีสุกอีใส
- ปอดอักเสบชนิดรุกล้ำ สำหรับผู้ใหญ่
- ปอดอักเสบชนิดรุกล้ำ สำหรับเด็ก
- ไข้กาฬหลังแอ่น
- ไข้หวัดใหญ่
- ท้องร่วง
เพื่อมิให้เป็นการเสียเวลาในการดำเนินการ ผู้สมัครวีซ่าถาวรและวีซ่าคู่หมั้น (ประเภทเค) ทุกท่าน ควรเตรียมประวัติการฉีดวัคซีนของท่านไปให้แพทย์ผู้ตรวจสุขภาพพิจารณาในวันที่ไปรับการตรวจสุขภาพด้วย โดยการไปขอประวัติการฉีดวัคซีนของท่านจากแพทย์ที่ท่านเคยไปพบเป็นประจำ หรือถ้าหากท่านไม่เคยมีประวัติการฉีดวัคซีน ท่านจะต้องได้รับหรือไม่ได้รับการฉีดวัคซีนตามที่ระบุไว้ในข้อบังคับหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้ทำการตรวจสุขภาพ การผ่อนผันการฉีดวัคซีนใดๆ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้ตรวจสุขภาพเช่นกัน
แพทย์ผู้ตรวจสุขภาพจะเป็นผู้พิจารณาการฉีดวัคซีนใดๆ ตามข้อบังคับ กรุณาแจ้งอายุ และประวัติการตรวจรักษาสุขภาพตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันให้แพทย์ผู้ตรวจทราบ